Zidane the Manager: ก่อนซิซูจะก้าวมาเป็นนายใหญ่ราชัน...

จอมคนเฟร้นช์แมนคือนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคของตัวเอง และตอนนี้เขาก็ต้องการจะเป็นโค้ชที่ยิ่งใหญ่ที่สุดด้วยเช่นกัน และจากการที่ ราฟา เบนิเตซ โดนปลดจากตำแหน่ง ทำให้ถึงเวลาของแล้วที่เจ้าตัวจะฉายแสงเสียที...

ในช่วงบ่ายแก่ๆของเดือนมีนาคม ชายกระหม่อมบางผู้นี้นั่งไขว่ห้างบนกำแพงหิน ณ มุมหนึ่งของสนามฝึกซ้อมซาเบเนอร์ สตราสเซ ของบาเยิร์น มิวนิค พร้อมกับหรี่ตาและเอามือกอดอกเพื่อเรียนรู้ทุกความเคลื่อนไหวในการซ้อมของทีมยักษ์บาวาเรียนอย่างตั้งใจด้วยความมุ่งมั่นอยากเป็นโค้ช

และเมื่อการซ้อมเสร็จสิ้น ดานเต้ เซ็นเตอร์แบ็คหัวฟูก็เดินตรงเข้ามาขอถ่ายรูปโดยผ่านหน้าอดีตสตาร์ทัพ “ตราไก่” อย่าง โคล้ด มาเกเลเล แม้กระทั่ง วิลลี ซาญอล ที่เคยเป็นฟูลแบ็คของทีม “เสือใต้” เองด้วย แล้วนักเตะทีมเยาวชน 2-3 คนที่ตื่นเต้นเมื่อได้เจอกับตำนานก็ตามมาหลังจากนั้น ก่อนที่ ชาบี อลอนโซ จะเลียบๆเคียงๆเข้ามาพูดคุยสั้นๆ ตามด้วย ฟร้องค์ ริเบรี

แม้แต่ เป๊บ กวาร์ดิโอลา กุนซือจอมแทคติกที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในวงการก็ยังเดินเข้ามาทักทายด้วย และกล้องถ่ายภาพยนตร์ก็ค่อยๆซูมเข้าไปที่ทั้งคู่ขณะที่กล้องถ่ายรูปก็รัวชัตเตอร์อยู่ด้านหลัง โดยมีมาเกเลเลและซาญอลมองดูอยู่ห่างๆ

 

Zidane, Dante

ดานเต้ถ่ายรูปร่วมกับซีดานที่ซาเบเนอร์ สตราสเซ

ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นกับโค้ชมือใหม่ที่มีประสบการณ์คุมทีมข้างสนามแค่ 1 ปีในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการทีมบวกกับเป็นกุนซือทีมสำรองในระดับดิวิชั่น 3 อีก 2 ใน 3 ของฤดูกาลเท่านั้น แต่คนระดับอย่าง ซีเนดีน ซีดาน ก็ไม่ได้มาเยี่ยมสนามซ้อมของคุณทุกวันหรอก

การซ้อมของซิซู

เปเรซแทบทนรอไม่ไหวที่จะหาคนแบบกวาร์ดิโอ เขาอยากได้คนที่จะเข้าถึงชาวมาดริด คนที่จะมากุมความวาดหวังของแฟนฟุตบอล

นักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคของเขาได้เข้าไปสังเกตวิธีการทำงานของกวาร์ดิโอลาในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรยูฟ่า โปร ไลเซนส์ โดยต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาหลังจากที่ได้รับคำแนะนำอันล้ำค่าจากกวาร์ดิโอลา ซิซูก็ได้ประกาศผ่านอินสตาแกรมด้วยความภาคภูมิใจว่าตนได้ผ่านการอบรมโค้ช ซึ่งทุกอย่างดูเหมือนได้ปูทางให้ซีดานดำเนินตามรอยเป๊บที่ก้าวจากการคุมทีมสำรองสู่ทีมชุดใหญ่ เมื่อ คาร์โล อันเชลอตติ ถูกอัปเปหิออกจากเบร์นาเบว

แต่ ฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานสโมสรก็ได้แต่งตั้ง ราฟา เบนิเตซ เข้ามารับตำแหน่งแทนทำให้ซีดานต้องใช้เวลาอีกฤดูกาลกับทีมกาสติญา ซึ่งเป็นทีมสำรองของเรอัล มาดริด “ผมน่าจะได้รับข้อเสนอให้เข้าไปแทนอันเชลอตตินะ” กองกลางดีกรีแชมป์ฟุตบอลโลก 1998 กล่าว “แต่มาดริดก็ยังไม่คิดว่ามันจะถึงเวลาของผมสักที”

 

ในความเป็นจริงแล้วเขาไม่เคยเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลด้วยซ้ำ เพราะอย่างกวาร์ดิโอลาที่เป็นแรงบันดาลใจในการเป็นโค้ชของซีดานยังเคยพาบาร์เซโลนา เบ คว้าแชมป์มาแล้วเมื่อฤดูกาล 2007/08 ด้วยสไตล์การเล่นอันน่าทึ่ง แต่ในฤดูกาลแรกของซีดานกับทีมกาสติญานั้นทีมไม่ได้แม้แต่โควตาเพลย์ออฟเลื่อนชั้นแถมยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตามเปเรซก็ยังต้องการคนแบบกวาร์ดิโอลา เขาต้องการใครสักคนที่มาเชื่อมต่อกับเหล่ามาดริดิสต้า คนที่สามารถกุมหัวใจของแฟนๆและอยู่ในสถานะตำนานของสโมสร เขาต้องการ ซีเนดีน ซีดาน

 

Zinedine Zidane, France 98

2 ประตูของซีดานที่ทำให้ได้ในนัดชิงฯฟร้องซ์ 98 ช่วยให้เลส์ เบลอส์ คว้าแชมป์โลก

แต่คนที่ค่อนข้างเก็บตัวอย่างเขาจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกทีมได้หรือ? เขาจะสามารถควบคุมอารมณ์อันเดือดดาลที่ทำให้เขาได้ใบแดง 14 ใบสมัยเป็นนักเตะได้หรือเปล่า?  และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขามีความสามารถที่จะกอบกู้ทีมจากความล้มเหลวอย่างในฤดูกาล 2014/15 กลับมาประสบความสำเร็จเหมือนอย่างที่เขาเคยทำบนสนามได้หรือไม่? เพราะความอดทนไม่ใช่นิสัยของ ฟลอเรนติโน เปเรซ เสียด้วย

“เขาให้ฟุตบอลพูดแทนตัวเอง”

ผมไม่เคยเ็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ยาซี (ชื่อกลางของซีดาน) มีคุณสมบัติของนักรบที่เติบโตมาจากชุมชนยากจน เขามีความกระหาย"

- ฌอง วาร์โด์: สเก๊าท์

ซีเนดีน ซีดาน ไม่ค่อยเต็มใจยอมรับเท่าไรนักว่าตัวเขาเป็นพวกที่มีความสามารถพิเศษติดตัวตั้งแต่เกิด โดยเขาเผยว่าตัวเองกลายมาเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ได้ก็เพราะการทำงานหนักมากกว่า อย่างไรก็ตามพรสวรรค์ของเขาคือสิ่งที่แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดมาโดยตลอด แม้จะต้องใช้เวลาฟูฟักที่กานส์และบอร์กโดซ์ก่อนจะเบ่งบานเต็มที่ในฟุตบอลโลกและคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ความสามารถของเขาก็เป็นที่ประจักษ์มาตั้งแต่แรกเริ่มอยู่แล้ว

ซีดานเป็นลูกคนที่ 5 ของพ่อแม่ชาวแอลจีเรียน สมาอิล และ มาลิก้า ในลา คาสเตลลาน ย่านชนชั้นแรงงานบริเวณชานเมืองมาร์กเซยที่มีอัตราการว่างงานสูง อีกทั้งเป็นแหล่งขายยาเสพย์ติดและค้าประเวณี เขาเริ่มต้นเตะฟุตบอลกับพี่ชายแถวๆปลาซ ตาร์ตาน ซึ่งอยู่ใต้อพาร์ทเมนต์ที่ก่อตัวขึ้นเป็นตึกสูงที่ครอบครัวอาศัยอยู่

ซึ่ง ฌอง วาร์โรด์ แมวมองที่ค้นพบซีดานและนำตัวเขาไปยังกานส์ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นฝีเท้าของเขา “เขาใช้ลูกฟุตบอลพูด” วาร์โรด์รำลึกความหลัง “ผมไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้มาก่อน ยาซิด (ชื่อกลางของซีดาน) มีคุณภาพและความกล้าหาญอันมาจากสังคมที่ยากจนของเขา เขามีความกระหาย”

Zinedine Zidane, Cannes

ซีดานสมัยยังหนุ่มที่กานส์ในปี 1991

และสิ่งที่ตามมาคืออาชีพค้าแข้งอันรุ่งโรจน์ เขาคือนักเตะที่มีลวดลายเหมือนศิลปะมากที่สุดเท่าที่โลกลูกหนังเคยสร้างมา โดยก่อนที่จะแขวนสตั๊ดในปี 2006 นั้นซีดานคว้าแชมป์มาหมดทุกอย่างแล้วไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลโลก, ยูโร 2000, แชมเปี้ยนส์ ลีก, แชมป์ลีก 3 สมัยรวมถึงบัลลงดอร์ และยิ่งไปกว่านั้นเจ้าตัวยังเหมือนกับกวาร์ดิโอลาผู้เป็นไอดอลตรงที่ 2 ฤดูกาลหลังสุดที่ค้าแข้งจบลงด้วยการไม่มีถ้วยติดมือด้วย

แต่ที่น่าผิดหวังที่สุดเห็นคือการเฮดบัตต์ใส่ มาร์โก มาเตรัซซี ในช่วงท้ายเกมของนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก  ปี 2006 อ้นเป็นฉากสุดท้ายในอาชีพค้าแข้งของเขา

Zinedine Zidane, Marco Materazzi

ซิซูเอาหัวโขกไปที่หน้าอกของมาเตรัซซีเต็มๆ

“ตอนที่ผมรีไทร์ ผมไม่อยากไปเป็นโค้ชเลยจริงๆ” ซีดานรำลึกความหลัง “ผมอยากจะอุทิศตัวเองไปกับอย่างอื่นมากกว่า”

เขาเดินทางไปยังที่ต่างๆ แต่ก็ยังคงพำนักอยู่ในมาดริด โดยเยี่ยมเยือนบรรพบุรุษของพ่อแม่ที่แอลจีเรียและใช้เวลารวมถึงเงินจำนวนไม่น้อยไปกับการกุศลไล่ตั้งแต่บังคลาเทศไปจนถึงสวิตเซอร์แลนด์ อีกทั้งยังปรากฏตัวในรายการฟุตบอลของช่องกานาล ปลุส สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมของฝรั่งเศสอยู่เป็นระยะในทัวร์นาเมนต์สำคัญๆ รวมถึงเป็นนายแบบโฆษณาให้กับดานอน, อดิดาส หรือแม้แต่เลโก้ แต่ก็ไม่มีสิ่งไหนที่เขาจะจับเป็นชิ้นเป็นอันเลย

เข้ามารับงานโค้ช

เมื่อเวลาผ่านไป ซีดานยิ่งพาตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมกับการซ้อมประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงกับต้องแยกทางกับมูรินโญ่เมื่อเดือนกันยายน 2012

เดือนมีนาคม 2009 เขาคืนสู่เรอัล มาดริด อีกครั้ง โดยในตอนแรกทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับท่านประธานเปเรซ และปีนั้นเองเขาก็เป็นผู้อำนวยการกีฬาแทนที่ของ ฮอร์เก้ วัลดาโน โดยทำหน้าที่ประสานงานระหว่างทีมชุดใหญ่ของ โชเซ มูรินโญ กับเปเรซ

“หลังจากลองมาหมดทุกอย่างแล้วในชีวิต เขาก็ไม่เคยห่างจากเกมลูกหนังอีก” นอเรดดีนพี่ชายของเขากล่าว “มันมีสิ่งที่ขาดหายไปนั่นก็คือความกดดันที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นก่อนเกม ซึ่งทางเดียวที่จะทำให้กลับไปสัมผัสอีกครั้งก็คือการเป็นโค้ช”

และซีดานก็เอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการซ้อมในแต่ละวันมากขึ้นเรื่อยๆ จึงนำไปสู่การแยกทางกับมูรินโญในเดือนกันยายน 2012 โดยสปอร์ตหนังสือพิมพ์รายวันของสเปนระบุว่า “เดอะ สเปเชียล วัน” ต้องการใครสักคนมาเป็นกระบอกเสียงที่คอยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของผู้ตัดสินและทำ “สงครามน้ำลาย” ต่อจากเขามากกว่า ขณะที่ซีดานต้องการเป็นโค้ช เขาใช้เวลาช่วงฤดูกาล 2012/13 ไปกับทีมชุดเยาวชนของ “โลส บลังโกส” ในการให้ความช่วยเหลือบรรดาแข้งดาวรุ่ง ซึ่งนักเตะอย่าง เฆเซ และ อัลบาโร โมราต้า เคยผ่านการติวตัวต่อตัวกับเขามาแล้ว

นอกเหนือไปจากนั้น เขายังคิดถึงห้องแต่งตัวด้วยเช่นกัน และเมื่อ คาร์โล อันเชลอตติ มายังเบร์นาเบวเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2013 ซีดานก็กลายมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม “นี่คือสิ่งที่ผมอยากทำ” ซีดานกล่าวพร้อมรอยยิ้ม โดยอันเชลอตติที่เคยเป็นเจ้านายเก่าสมัยอยู่ยูเวนตุสคือคนเดียวที่ทำให้เขาสามารถสวมบทบาทเป็นผู้ช่วยได้อย่างไม่เคอะเขิน “เมื่อผมเลิกเล่นผมทำอะไรหลายอย่าง ได้เห็นผู้คนมากมาย เรียนรู้หลายสิ่งเกี่ยวกับฟุตบอล และยังได้จับงานอีก 4-5 ชิ้น แต่เมื่อถึงเวลาคุณก็ต้องกลับไปทำในสิ่งที่มอบพลังงานชีวิตให้กับคุณอีกครั้ง คุณต้องทำในสิ่งที่คุณรัก และสำหรับผมนั่นคือฟุตบอล”

Zinedine Zidane, Carlo Ancelotti

ตำนานวัย 43 ได้ขยับจากงานเบื้องหลังเข้ามารับหน้าเสื่อเต็มตัว

เขาเริ่มต้นเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านงานโค้ชที่ฝรั่งเศสและเข้าไปมีส่วนร่วมในการซ้อม เขาร่วมวงเตะบอลฝั่งละ 5 คนบ้างเป็นบางครั้ง อีกทั้งยังเป็นคนวางกรวยในสนามและทำงานอย่างพิถีพิถันอยู่เบื้องหลัง โดยทำหน้าที่วิเคราะห์คู่แข่งที่จะเจอกัน

“แน่นอนว่าคุณไม่เห็นอะไรพวกนี้หรอกตอนที่เขาอายุ 17 ตอนนั้นเขาเป็นนักฟุตบอลเพียวๆ” กีย์ ลากมบ์ กล่าวกับโฟร์โฟร์ทู ซึ่งด้วยการที่เป็นโค้ชคนแรกของซีดานสมัยอยู่อคาเดมี่ที่กานส์ และยังเป็นติวเตอร์ส่วนตัวขณะที่เขาอบรมยูฟ่า โปร ไลเซนส์ ทำให้อดีตกุนซือปารีส แซงต์ แชร์กแมง วัย 60 ปีอยู่ในฐานะที่สามารถวิเคราะห์ซิซูในบทบาทโค้ชได้ดีกว่าคนอื่นๆ

“สิ่งที่ซีดานมีอยู่แล้วนั่นก็คือทักษะการทำงานเป็นกลุ่ม” เขากล่าวต่อ “เขาทำให้คนอื่นเล่นดีตามไปด้วย เขาแก้ปัญหาในสนามได้จากสัญชาตญาณเพราะเขาเป็นคนดีอยู่แล้ว และยังดึงสิ่งที่ดีที่สุดในตัวเพื่อนร่วมทีมที่มีความสามารถน้อยกว่าออกมาได้อีกด้วย”

ถ้าคุณเห็นเขาตอนอายุ 17 คุณคงนึกภาพนี้ไม่ออก เขาเป็นนักฟุตบอลเต็มตัว"

- กีย์ ลาคูมบ์: ที่ปรึกษา

“ตอนนี้เขาจำเป็นต้องพึ่งมากกว่าสัญชาตญาณ แต่เขาก็มีทักษะการทำงานเป็นทีมติดตัวอยู่แล้ว เขาเป็นคนที่เข้าใจผู้เล่นคนอื่นอยู่เสมอ”

ซึ่งจุดนี้เองถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนักเตะชั้นยอดส่วนใหญ่ที่ผันตัวเองมาเป็นโค้ชมักจะไม่เข้าใจว่าทำไมลูกทีมของเขาถึงไม่สามารถทำได้อย่างที่ตัวเองเคยทำมาก่อน โดย เกล็น ฮอดเดิ้ล ถือเป็นตัวอย่างชั้นดี ขณะเดียวกันผู้เล่นที่มีความสามารถจำกัดอย่างมูรินโญ, อาร์แซน เวงเกอร์ หรือแม้กระทั่ง ราฟา เบนิเตซ กลับสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ง่ายกว่า

ก้าวมาเป็นนายใหญ่

สำหรับซีดานที่ตอนนี้ยังไม่ได้ใบอนุญาตโปรไลเซ่นส์ของยูฟ่า เขาจึงไม่มีคุณสมบัติที่จะคุมทีมในเซกุนด้า เบ"

หลังจากทำงานเบื้องหลังให้กับทีมชุดใหญ่ของอันเชลอตติ ซีดานก็เป็นผู้จัดการทีมเรอัล มาดริด กาสติญาในเดือนมิถุนายน 2014 แม้ในเว็บไซต์ของสโมสรระบุว่า ซานติอาโก้ ซานเชซ โค้ชทีมอะคาเดมี่คือหัวหน้าผู้ฝึกสอน ขณะที่ตำนานเลือดน้ำหอมเป็นผู้อำนวยการเทคนิคก็ตาม แต่นั่นเป็นเพราะซีดานยังไม่ผ่านการอบรมยูฟ่า โปร ไลเซนส์ ทำให้ไม่สามารถใส่ชื่อเป็นกุนซือคุมทีมในเซกุนด้า เบ ได้ อย่างไรก็ดีใครก็ตามที่ได้เห็นซิซูแนะนำตัวเองกับนักเตะในวันแรกของการซ้อมเมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 2014 และนำทีมลงเล่นในนัดเปิดฤดูกาลพร้อมกับสั่งการข้างสนาม, เปลี่ยนตัว และกระตุ้นลูกทีมอย่างต่อเนื่องขณะที่ซานเชซยังคงนิ่งอยู่บนม้านั่งสำรองแล้วล่ะก็ ร้อยทั้งร้อยก็ต้องรู้ว่าใครที่มีอำนาจเต็มในการคุมทีม

ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือสถานที่ๆเหมาะสมแก่การเริ่มต้นของซีดาน อย่างไรก็ตามกาสติญาชนะเพียงแค่หนเดียวจาก 6 นัดแรกที่เขาคุมทีม ซึ่งประเดิมนัดแรกของฤดูกาลด้วยการพ่ายต่อแอตเลติโก เบ ในมาดริดดาร์บี้ไป 2-1 โดยซีดานได้พบกับความยากลำบากในการหาทีมที่ลงตัวและแทคติกที่เหมาะสมกับนักเตะ บางทีนี่อาจจะเป็นครั้งแรกในเส้นทางลูกหนังของซีดานเลยก็ว่าได้ที่ความตั้งใจของเขาไม่สัมฤทธิ์ผล

“ครั้งแรกที่ผมไปพบเขา เขาดูประหม่าในการซ้อมและยังไม่ได้คุมทีมเต็มตัว” เมนเทอร์ลากมบ์กล่าว “แต่อีก 15 วันหลังจากนั้นเขาดูมั่นใจขึ้นเยอะ แต่ก็ยังไม่ชนะอยู่ดี”

Zinedine Zidane, Castilla

ออฟฟิศของซีดานแทบจะยุ่งอยู่ตลอดเวลา

แต่หลังจากนั้นไม่นานซีดานผู้หลงใหลความงดงามของเกมลูกหนัง (“ผมอยากให้ทีมของผมผ่านบอลไปทั่วสนาม โดยตั้งเกมตั้งแต่แดนหลัง”) และลากมบ์ก็พบทางออก โดยมีการปรับเปลี่ยนแทคติกการเล่นให้เข้ากับความสามารถนักเตะมากขึ้น

“แล้วเราก็มาถึงบางอ้อว่าพวกเขาจำเป็นต้องเปลี่ยนสไตล์การเล่น” ลากมบ์บอกกับ FFT “โดยเปลี่ยนจากแทคติกที่เน้นการครองบอลมาโยนยาวมากขึ้นและทำให้มันมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

แล้วการเปลี่ยนแปลงก็ได้ผล โดย 4-2-3-1 ได้ถูกใช้ไปจนจบฤดูกาลและกาสติญาก็เก็บได้ถึง 37 จาก 48 แต้มนับจากกลางเดือนตุลาคมแถมยังเคยขึ้นไปเป็นจ่าฝูงตอนช่วงเดือนมกราคมด้วย ซึ่ง กิลเยร์โม วาเรลา แบ็คขวาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ซีดานยืมมาใช้งานด้วยตัวเองเล่นเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยม ขณะที่ เซร์คิโอ อกูซา กัปตันทีมก็ได้นำความนิ่งมาสู่แผงมิดฟิลด์ ส่วน ราอูล เด โตมาส ดาวยิงของทีมก็เป็นตัวสร้างความแตกต่างได้อย่างดีเลยทีเดียว

พายุเข้าก่อนจะเงียบสงบ

ระเบียบของฟุตบอลสเปนนั้นเข้มข้มกว่าระเบียบของยูฟ่า และเขาได้รับเสียงสนับสนุนอย่างมาก หนังสือพิมพ์ เลอกิ๊ป ลงพาดหัวหน้าหนึ่งในวันถัดมา เรียกร้อง 'ให้เขาลุยเถอะ' "

อย่างไรก็ตามในช่วงกลางฤดูกาล มิเกล อังเคล กาลาน ประธานสมาพันธ์ผู้ฝึกสอนแห่งสเปนต้องการให้แบนซีดานจนกว่าจะได้รับการรับรองเป็นโค้ช โดยที่ไม่สนใจว่าชื่อตำแหน่งอย่างเป็นทางการของเขาจะเป็นอะไร ซึ่งคณะกรรมการแข่งขันแดนกระทิงก็เห็นชอบด้วยและห้ามไม่ให้โค้ชชาวฝรั่งเศสยุ่งเกี่ยวกับการคุมทีมเป็นเวลา 3 เดือนด้วยกัน

และหลายๆอย่างก็ดูแย่ลง เมื่อซีดานไปตอกหน้ากาลานว่าเป็นพวก “ขี้อิจฉา” และให้เหตุผลว่าถ้าเขาอบรมยูฟ่า โปร ไลเซนส์ ที่สเปนเขาคงผ่านหลักสูตรในระยะเวลาแค่ “30 วัน” แต่เขาเลือกที่จะทำในฝรั่งเศสมากกว่า ขณะที่กาลานก็โต้ตอบว่าอดีตดาวเตะเฟร้นช์แมนเป็นพวก “อารมณ์ร้อนและเย่อหยิ่ง”

อย่างไรก็ตามซีดานก็มีเหตุผลของเขา เพราะกฏของแต่ละประเทศในการผ่านหลักสูตรผู้ฝึกสอนไม่เหมือนกัน โดยที่สเปนจะเอื้อประโยชน์ให้กับบรรดาอดีตแข้งระดับโลกอย่างซีดานให้เป็นโค้ชได้อย่างรวดเร็ว แต่ตัวเขาชอบที่จะเข้าอบรมเป็นเวลา 3 ปีตามระบบในฝรั่งเศสมากกว่า อย่างไรก็ตามกฏระเบียบของสเปนกลับเคร่งกว่าทางยูฟ่าเสียอีก ซึ่งเจ้าตัวก็ได้รับแรงสนับสนุนอย่างมากมายเลยทีเดียว โดย เลอ กิ๊ป หนังสือพิมพ์กีฬาในฝรั่งเศสขึ้นพาดหัวในวันรุ่งขึ้นว่า “ปล่อยให้เขาทำงานต่อไป!” ขณะที่คนอื่นๆเข้ามาผสมโรงด้วย

Zinedine Zidane, Carlo Ancelotti

ซีดานเป็นมือขวาของอันเชลอตติในปี 2013

“ความเป็นจริงก็คือว่าซีดานที่เคยคว้าแชมป์มากมายสมัยเป็นนักเตะ” ฟรองซัวส์ บลาการ์ต ประธานสมาคมฟุตบอลฝรั่งเศสกล่าว “มีคุณสมบัติที่จะเป็นโค้ชเรอัล มาดริด ในแชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ไม่สามารถคุมทีมกาสติญาในเซกุนด้า เบ ได้ ซึ่งนั่นคือความลักลั่นย้อนแย้งของระบบ”

ซึ่งลากมบ์เองก็เห็นด้วยโดยยกตัวอย่าง เรมี การ์ด ที่ยังคุมลียงและทั้งในลีก เอิง และยูโรป้าลีกได้ทั้งที่ขาดคุณสมบัติอย่างเดียวกัน “ยาซิดตกเป็นเหยื่อของความตั้งใจของตัวเอง” ลากมบ์กล่าว “เขาสามารถทำงานให้กับสโมสรไหนก็ได้โดยใช้ชื่อเสียงของตัวเอง แต่กลับเลือกที่จะเริ่มต้นจากศูนย์ที่มาดริด เขากำลังทำในสิ่งที่เหมาะสม”

และแม้แต่ โยฮัน ครัฟฟ์ อดีตกุนซือปากตะไกรของบาร์เซโลนาก็ยังเป็นอีกคนที่สนับสนุนซีดาน โดยครัฟฟ์ได้เจอกับสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันตลอด 8 ปีที่กุมบังเหียนบาร์ซานับตั้งแต่ปี 1988 เขาไม่ได้ผ่านหลักสูตรการเป็นโค้ช ดังนั้น คาร์เลส เรซัช จึงเป็นผู้จัดการทีมอย่างเป็นทางการขณะที่ครัฟฟ์คือผู้อำนวยการเทคนิคเพื่อหลีกเลี่ยงกฏ “มันก็ตลกดีนะ” จอมคนดัตช์แมนกล่าว “ผมยอมเป็นโค้ชที่ดีโดยไม่มีประกาศนียบัตรมากกว่าที่จะเป็นพวกฝีมือแย่ๆที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยแต่ดันมีใบวิชาชีพโค้ชนั่นเสียอีก”