11 แข้งยอดแย่ยูโร 2016 รอบแบ่งกลุ่ม : เคน, อิบราฮิโมวิช,เลวานดอฟสกี้ มาครบ

บางคนล้มเหลวจากสถานะความเป็นซูเปอร์สตาร์ของตัวเอง, บางคนฟอร์มหล่นเนื่องจากไม่สามารถแบกความคาดหวังของคนทั้งประเทศได้ และนี่คือ 11 ขุนพลที่โชว์ฟอร์มได้ตำกว่ามาตรฐานในศึกยูโร 2016 รอบแบ่งกลุ่ม จากการจัดอันดับของ Omnisport เว็บไซต์ฟุตบอลชื่อดัง

ในที่สุด ศึกฟุตบอล ยูโร 2016 รอบแบ่งกลุ่มก็สิ้นสุดลงพร้อมกับการผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายของทีมชาติโปรตุเกส, ไอร์แลนด์ และไอซ์แลนด์

คริสเตียโน โรนัลโด้ , ร็อบบี้ เบรดี้ และอาร์นอร์ เทราส์ทาสัน คือบรรดาแข้งที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก แต่ในขณะที่พวกเขาได้รับคำชมเชย ก็จะมีอีกนักเตะอีกพวกหนึ่งที่ถูกวิจารณ์ ตำหนิอย่างหนักหน่วง ซึ่งบางคนก็ยังพอมีโอกาสลงไปแก้ตัวในรอบต่อไป ส่วนบางคนก็ต้อง กลับบ้านก่อนเพื่อนและไปพิจารณาตัวเอง

และในวันนี้ Ominisport ขอนำเสนอ 11 ผู้เล่นยอดแย่แห่งยูโร 2016 รอบแบ่งกลุ่ม โดยเราเลือกใช้ระบบ 4-3-3 และตัดสินตำแหน่งต่างๆ จากการเก็บสถิติของ Opta

ผู้รักษาประตู : ซัลวาตอเร่ ซิริกู (อิตาลี)

ถ้าหากคุณตกเป็นมือสองรองจาก จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน เมื่อคุณมีโอกาส คุณจำเป็นจะต้องโชว์ฟอร์มให้เด่นมากๆ เพื่อที่จะรักษาตำแหน่งตัวจริงเอาไว้ให้ได้บ้าง ทว่าซิริกูกลับไม่สามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้ เพราะในเกมกับไอร์แลนด์เหนือ เจ้าตัวทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ทั้งการไปผลักอก เชน ลอง จนทำให้ตัวเองโดนใบเหลือง หรือการออกมาตัดบอลพลาดจนเป็นเหตุให้ทีมเสียประตูซึ่งนำไปสู่ความพ่ายแพ่ต่อไอร์แลนด์

แบ็คขวา : โกคาน โกนุล (ตุรกี)

1 ใน 4 กองหลังของเรารายนี้ เสียไปทั้งหมด 4 ประตูจากการลงเล่น 3 นัด แถมในนัดที่พบกับโครเอเชีย เจ้าตัวยังจ่ายบอลสำเร็จเพียงแค่ 71 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และยังลดลงอีกในเกมกับสาธารณรัฐเช็ก นอกจากนั้นระหว่าง 2 แมตช์นี้ ยังมีแมตช์กับสเปน ที่เขาไม่สามารถช่วยทีมต้านทานพลังบุกของคู่แข่งไว้ได้เลย จนทำให้ทีมแพ้ไปแบบราบคาบ 3-0

เซนเตอร์ฮาล์ฟ : อเล็กซานดรา ดราโกวิช (ออสเตรีย)

นับเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ไม่น่าจดจำเอาเสียเลยสำหรับปราการหลังรายนี้ เพราะนอกจากเจ้าตัวจะโดนใบแดงไล่ออกจากสนามในเกมกับฮังการีแล้ว ดราโกวิชยังพลาดลูกจุดโทษที่ได้ในเกมกับไอซ์แลนด์อีกด้วย ซึ่งมันส่งผลให้ทีมชาติออสเตรียต้องกลับข้าวของกลับบ้านทันที

เซนเตอร์ฮาล์ฟ : ลอริค ชาน่า (แอลเบเนีย)

กัปตันทีมรายนี้อาจจะเป็นแข้งที่โด่งดังที่สุดแล้วของทีมชาติแอลเบเนียก็เป็นได้ ทว่ามันกลับเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ไม่จดจำสำหรับเขาเท่าไหร่ เพราะในเกมกับสวิตเซอร์แลนด์ เขาโดนไล่ออกจากสนามหลังจากเกมเริ่มไปได้เพียง 36 นาทีเท่านั้น มันทำให้เขาอดเล่นในเกมที่ 2 ทันที และเกมสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่มกับโรมาเนีย แม้จะกลับมาลงเล่นได้อีกครั้ง แต่เจ้าตัวก็ทำได้เพียงเป็นตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงมาช่วงท้ายเกม ซึ่งสุดท้ายพวกเขาก็เป็นฝ่ายพ่าย 1-0 เก็บของกลับบ้านตามอีกหลายๆ ทีมไป

แบ็คซ้าย: ดาวิด ลิมเบอร์สกี้ (สาธารณรัฐเช็ก)

ในเกมกับสเปนเขาจ่ายบอลสำเร็จเพียง 54 เปอร์เซ็นต์ แถมยังฟอร์มแกว่งในนัดที่เสมอโครเอเชีย 2-2 จนถูกดรอปเป็นตัวสำรองในเกมกับตุรกี

มิดฟิลด์ฝั่งขวา : อังเดร ยาร์โมเลนโก้ (ยูเครน)

ด้วยชื่อเสียงอันโด่งดัง ทำให้แฟนบอลยูเครนต่างฝากความหวังไว้กับกองกลางรายนี้ ทว่าเขากลับโชว์ฟอร์มได้น่าผิดหวัง เพราะตลอดเวลาที่อยู่ที่ฝรั่งเศส เจ้าตัวหาโอกาสยิงตรงกรอบได้เพียง 2 ครั้ง และสร้างโอกาสให้เพื่อนเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทำให้ผลงานของยูเครนในศึกยูโร 2016 นี้น่าผิดหวังมากๆ โดย มิกคาอิล โฟเมนโก กุนซือใหญ่ของทีมก็ออกมายอมรับว่าลูกทีมของมีปัญหาเกี่ยวกับทัศนคติและสภาพจิตใจด้วย

มิดฟิลด์ตัวกลาง : โรมัน นอยสต๊าดเตอร์ (รัสเซีย)

นอยสต๊าดเตอร์เพิ่งจะได้รับสัญชาติรัสเซียหลังจากที่การขอสัญชาติยืดเยื้อมานาน ทว่าเขากลับไม่สามารถตอบแทนแฟนๆ ที่คาดหวังเอาไว้สูงได้เลย โดยกองกลางชาวยูเครนรายนี้เคยเล่นให้กับทีมชาติเยอรมันในเกมอุ่นเครื่อง 2 ครั้งก่อนที่จะโอนสัญชาติมารัสเซีย ซึ่งในยูโร 2016 นี้ เจ้าตัวก็ทำผลงานไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เมื่อเขาช่วยอะไรทัพหมีขาวไม่ได้ในเกมที่พบกับอังกษ หลังจากนั้นเขาก็ได้เล่นเพียงครึ่งเดียวในเกมที่แพ้สโลวาเกีย และในนัดสุดท้ายที่แพ้เวลส์ 3-0 เจ้าตัวก็ถูกดร็อปอยู่ข้างสนามเท่านั้น

มิดฟิลด์ฝั่งซ้าย : ราฮีม สเตอร์ลิ่ง (อังกฤษ)

อาจจะ 1 ในแข้งที่ล้มเหลวที่สุดในทีมของ รอยส์ ฮอดจ์สัน แล้วก็ว่าได้ เพราะในเกมกับรัสเซีย แม้ว่าเขาสามารถเอาชนะกองหลังคู่แข่งได้แล้ว แต่ก็มักจะพลาดในจังหวะสุดท้ายประจำ แถมในเกมกับเวลส์นั้น เจ้าตัวทำได้แย่หนักกว่าเก่าจนถูกเปลี่ยนออกไปทันทีหลังจบครึ่งแรก สเตอร์ลิ่งทำผลงานได้น่าผิดหวังอย่างมากจนทำให้เขาไม่มีส่วนร่วมกับเกมนัดสุดท้ายเลย

กองหน้า : แฮร์รี่ เคน (อังกฤษ)

กองหน้าจากค่ายท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส ดูจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เพราะเคนเล่นได้แบบไม่เอาอ่าวเลยในเกมกับรัสเซียและเวลส์ โดยเฉพาะในเกมหลังที่เขาแทบจะหายไปจากเกมจนโดนเปลี่ยนออกทันทีในครึ่งเวลาหลัง ก่อนจะโดนดร็อปให้นั่งพิจารณาตัวเองในนัดสุดท้ายกับสโลวาเกีย

กองหน้า : โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (โปแลนด์)

ไมเคิล โอนีล กุนซือของไอร์แลนด์เหนือเคยยกย่องให้เลวานดอฟสกี้เป็น 1 ใน 2 หัวหอกเบอร์ 9 ที่ดีที่สุดของโลก (อีกคนคือ หลุยส์ ซัวเรส) ทว่าในทัวร์นาเมนต์นี้ เจ้าตัวเหมือนจะไม่ได้พกเอาลวดลาย ความเป็นเพชฌฆาตมาด้วย เพราะจนถึงตอนนี้ เขายิงตรงกรอบเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นจาก 3 เกมที่ลงเตะ แถมในเกมกับยูเครน เจ้าตัวยังพลาดโอกาสทองไปแบบไม่น่าเชื่ออีกด้วย

กองหน้า : ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (สวีเดน)

อาจจะเป็นงานยากของกองหน้ารายนี้เมื่อดูจากรายชื่อนักเตะที่เล่นรายล้อมตัวเขา ทว่าถ้าหากซลาตันจะเรียกตัวเองว่าเป็น “ตำนาน” แฟนๆ ก็จะคาดหวังในตัว “ตำนาน” สูง ทำให้เขาก็ต้องรับให้ได้หากจะมีคนตำหนิติเตียนผลงานของเขาที่ไม่สามารถช่วยทีมให้รอดพ้นจากการตกรอบได้ และที่แย่ไปกว่านั้นคือเจ้าตัวปิดฉากทัวร์นาเมนต์นี้พร้อมกับสถิติ 0 ประตู จากโอกาสยิงตรงกรอบ 1 ครั้ง ตลอด 3 เกมอีกด้วย