16 ปีที่รอคอย! บิลเบารัวแซงนาโปลี 3-1 (4-2) ฉลุยแบ่งกลุ่มยูซีแอล

อาริซ อดูริซ เหมาคนเดียว 2 ประตูช่วยให้ทีมดังแห่งแคว้นบาสก์เปิดบ้านเก็บชัยเหืออัซซูราไปได้ ทำให้ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยส์ ลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี

เออร์เนสโต บัลเบรเด้ กุนซือเจ้าบ้าน ส่งชุดที่ดีที่สุดลงสนาม นำโดย อิเคร์ มูเนียอิน, ออสการ์ เด มาร์กอส และอาริซ อดูริซ โดยบิลเบาซึ่งตุนอเวย์โกลสำคัญมาจากนัดแรก ทำให้เพียงแค่เสมอ 0-0 ในนัดนี้ก็เข้ารอบทันที

ด้านทีมเยือนของ ราฟาเอล เบนิเตซ จัดเต็มในแนวรุกเช่นกัน โดยใช้ กอนซาโล อิกวาอิน เป็นหน้าเป้า และมี ดรีส์ เมอร์เทนส์, โฮเซ กาเยฆอน และ มาเร็ค ฮัมซิค คอยสนับสนุนอยู่ตรงแผงกลาง ซึ่งนาโปลีต้องบุกไปเก็บชัยหรือเสมอด้วยสกอร์ 2-2 ขึ้นไป จึงจะพลิกเข้ารอบ

ครึ่งแรกเกมเป็นไปอย่างสนุกสูสี โดยเป็นฝั่งเจ้าบ้านที่ครองบอลบุกได้มากกว่าเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่มีฝั่งใดทำประตูได้ ทำให้จบ 45 นาทีแรกไปแบบไร้สกอร์ที่ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลังมาได้เพียง 2 เท่านั้น แฟนบอลบิลเบาในซาน มาเมสก็ถึงกับช็อค เมื่อนาโปลีมายิงประตูขึ้นนำ จากลูกที่ ฮัมซิค ได้มีจังหวะซัดไกลด้วยซ้าย บอลพุ่งเรียดเสียบเสาแรกเข้าไป ส่งให้ทีมเยือนออกนำ 1-0

แต่เจ้าบ้านไม่ยอมง่ายๆ เมื่อมาตีเสมอได้สำเร็จ ในนาทีที่ 61 จากจังหวะเตะมุมฝั่งซ้ายที่ มาร์เกล ซูซาเอต้า เปิดเข้าไป และเป็น อดูริซ ที่ฉีกหนีตัวประกบไปรับบอล ก่อนแต่งหนึ่งจังหวะแล้วซัดตามน้ำด้วยขวาเข้าไป ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1

หลังจากนั้น บิลเบาเริ่มได้ใจ เปิดเกมบุกเข้าใส่ทีมเยือนอย่างหนัก จนกระทั่งนาทีที่ 69 ก็มาพลิกขึ้นนำบ้าง จากวางบอลยาวจากแดนหลัง ราฟาเอล คาบรัล นายทวารของนาโปลีพยายามออกมาตัดบอลแต่กลับไปกั๊กกับ ราอูล อัลบิโอล กองหลังชาวสแปนิช ทำให้โดน อดูริซ ฉกไปยิงง่ายๆเข้าสู่ก้นตาข่าย ส่งให้เจ้าบ้านออกนำบ้างที่ 2-1

เกมเริ่มอยู่ในความครอบครองบิลเบาแทบจะทั้งหมด จนมาได้ลูกที่สามเพิ่มอีกในนาทีที่ 74 จากจังหวะจ่ายทะลุช่องของ อูไน โลเปซ ไปให้ อดูริซ ที่รู้ว่าตัวเองอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า จึงปล่อยให้บอลไหลไปเข้าทาง อิบาอิ โกเมซ ซัดจ่อๆเข้าไปให้เจ้าบ้านหนีห่างเป็น 3-1

ช่วงท้ายเกม นาโปลี พยายามบุกสู้ เพื่อหวังจะพลิกกลับมาตีเสมอให้ได้ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ทำให้จบ 90 นาทีเป็นบิลเบาที่เปิดนิว ซาน มาเมส เอาชนะไปได้ 3-1 รอบสองนัดชนะไป 4-2 ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี

Topics