17 ปีแห่งความหลัง: เซ็ปป์ แบลตเตอร์บนบัลลังก์ฟีฟ่า

หลังจาก 17 ปียาวนานในฐานะประธานฟีฟ่า เซ็ปป์ แบลตเตอร์ได้แถลงลาออกจากตำแหน่งเมื่อกลางดึกวันอังคารตามเวลาประเทศไทย FFT พาคุณย้อนรอยเส้นทางของแบล็ตเตอร์

แถลงการณ์ลาออกจากตำแหน่งของเซ็ปป์ แบลตเตอร์ หมายความว่าอีกเพียง 4 เดือนนับจากนี้ แบลตเตอร์จะปิดฉากและลงจากบัลลังก์ในฐานะประธานฟีฟ่า แต่ก่อนหน้านั้น FFT ขอพาคุณกลับไปดู 17 ปีแห่งความหลังของแบลตเตอร์

ระยะแรก

แบลตเตอร์ เข้าร่วมกับฟีฟ่าในปี 1975 ในตำแหน่งประธานเทคนิค สู่เลขาธิการทั่วไปภายใต้การดำเนินงานของประธานฟีฟ่าชาวบราซิล เจา ฮาเวลางเก้

ครองตำแหน่งประธานฟีฟ่า

หลังจากปฏิบัติงานให้กับฮาเวลางเก้เป็นเวลา 17 ปี แบลตเตอร์ก็ก้าวขึ้นมาครองตำแหน่งประธานฟีฟ่าในปี 1998 โดยการเอาชนะ เลนนาร์ท โยฮันสัน อดีตประธานยูฟ่าในการเลือกตั้งประธานฟีฟ่า แม้จะถูกวางตัวว่าเป็นรอง แต่แบลตเตอร์ก็ได้รับคะแนนเลือกตั้งสูงถึง 111 คะแนน ส่วนโยฮันสันได้คะแนนเพียง 80 คะแนนในการเลือกตั้งรอบแรก และแบลตเตอร์ก็ได้ตำแหน่งประธานมาครองเมื่อผู้ชิงตำแหน่งชาวสวีเดนถอนตัวก่อนการเลือกตั้งรอบที่ 2

เสียงวิจารณ์และข้อกล่าวหา

หลังจากที่ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการติดสินบนในปี 1998 แบลตเตอร์ก็ยังกลายเป็นศูนย์กลางของเสียงวิจารณ์และข่าวอื้อฉาวมากมายตลอดการครองตำแหน่งประธานฟีฟ่า 3 ปีแรก โดยในการสอบสวนคดีล้มละลายของหุ้นส่วนฝ่ายการตลาด มีการระบุว่าประธานฟีฟ่า "เงอะงะ" แต่ยังยืนยันว่าแบลตเตอร์ไม่เกี่ยวข้องกับ "อาชญากรรมหรือการประพฤติผิดจรรยาบรรณใดๆ ทั้งสิ้น"

ชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 2

แม้จะมีการร้องเรียนการกระทำผิดต่อแบลตเตอร์โดยคณะกรรมการบริหารฟีฟ่าจำนวน 11 ราย แต่แบลตเตอร์ยังสามารถเอาชนะการเลือกตั้งตำแหน่งประธานฟีฟ่าสมัยที่ 2 ในปี 2002 โดยมี อิสซา ฮายาตู จากแคเมอรูนเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่ง แต่ฮายาตูก็ไม่สามารถเอาชนะแบลตเตอร์ได้ โดยฮายาตูได้รับคะแนนเสียง 139 เสียง และแบลตเตอร์ ได้รับ 195 เสียง

ฟุตบอลโลกเข้าถึงทุกมุมโลก

ส่วนหนึ่งของคำสัญญาในการหาเสียงเลือกตั้งประธานฟีฟ่าของแบลตเตอร์คือการนำฟุตบอลโลกไปสู่ทุกทวีปทั่วโลกและให้โอกาสทีมที่ไม่ได้เป็นมหาอำนาจฟุตบอลโลกได้จัดการแข่งขันฟุตบอลรายการใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งเป็นคำสัญญาที่แบลตเตอร์ยึดมั่นตลอดระยะเวลาการครองตำแหน่ง โดยเคยได้ให้มีการแข่งขันฟุตบอลโลกที่เกาหลี-ญี่ปุ่นในปี 2002 และจากนั้นก็เป็นแอฟริกาใต้ในปี 2010 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประเทศในทวีปแอฟริกาได้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก นอกจากนี้แบลตเตอร์ยังเป็นผู้มีส่วนผลักดันให้ฟุตบอลโลกเข้าถึงทุกมุมโลกและเลือกให้กาตาร์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022

ประธานฟีฟ่า 3 สมัย

แบลตเตอร์ ครองตำแหน่งประธานฟีฟ่าสมัยที่ 3 ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2007 โดยครั้งนั้นไม่มีผู้เข้าชิงตำแหน่ง ประธานชาวสวิสได้รับความนิยมอย่างสูงในวงการฟุตบอลของโลกแม้จะมีข่าวอื้อฉาวและข้อกล่าวหามากมายตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ตาม แต่เพียงไม่กี่ปีต่อมา ในปี 2010 แบลตเตอร์ก็ต้องเจอกับข้อกล่าวหาที่ทำให้ตำแหน่งประธานเริ่มสั่นคลอนในการเสนอตัวและการคัดเลือกประเทศเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018 และ 2022 โดยครั้งนั้นมีเสียงวิจารณ์ฟีฟ่าและแบลตเตอร์อย่างกว้างขวางหลังจากรัสเซียและกาตาร์ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพ และยังมีการกล่าวหาเรื่องการรับสินบน, การจัดการด้านการเงินที่ไม่ถูกต้อง และการล็อกผลการคัดเลือก แม้จะไม่ได้กล่าวหาแบลตเตอร์โดยตรงก็ตามที

การสืบสวนของไมเคิล การ์เซีย

ท่ามกลางเรื่องอื้อฉาวจากการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกของประเทศรัสเซียและกาตาร์ คณะกรรมการจรรยาบรรณของฟีฟ่าก็เริ่มการสอบสวนเกี่ยวกับการละเมิดระเบียบฏิบัติ แม้จะยืนยันว่าการละเมิดระเบียบดังกล่าวไม่ได้กระทบกับการเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลกก็ตาม บุคคลที่จัดเตรียมข้อมูลประกอบการสอบสวนดังกล่าวและส่งรายงานการสอบสวนให้แก่ฟีฟ่าคือ ไมเคิล การ์เซีย

แต่อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่าไม่เคยเปิดเผยรายละเอียดของรายงานดังกล่าว และการ์เซียก็ได้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อประท้วงคำตัดสินของคณะกรรมการจรรยาบรรณของฟีฟ่า และวงการฟุตบอลโลกก็ยังคงเฝ้ารอว่ามีอะไรอยู่ในรายงานของการ์เซีย

ชนะการเลือกตั้งแบบไม่มีคู่แข่ง

โมฮัมหมัด บิน ฮัมมัม เสนอตัวเข้ารับการเลือกตั้งประธานฟีฟ่าเพื่อชิงตำแหน่งกับแบลตเตอร์เมื่อปี 2011 แต่เพียงไม่นานต่อมา บอร์ดฟีฟ่าชาวกาตาร์ก็ได้ถอนตัวจากการลงรับเลือกตั้งหลังจากมีรายงานเรื่องการติดสินบนเพื่อซื้อคะแนนเสียง และแบลตเตอร์ก็ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 4 โดยไม่มีผู้ชิงตำแหน่ง

เรื่องอื้อฉาวก่อนการประชุมฟีฟ่าคองเกรส 2015

ก่อนการเลือกตั้งสมัยที่ 5 เพียงไม่กี่วัน ฟีฟ่าก็ต้องเจอมรสุมครั้งใหญ่ โดยเมื่อวันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2015 เจ้าหน้าที่ตำรวจสวิสเซอร์แลนด์เข้าจับกุมตัวบอร์ดบริหารระดับสูงของฟีฟ่าจำนวน 9 ราย ซึ่งเป็นผลเนื่องมาจากการสืบสวนการคอร์รัปชั่นภายในฟีฟ่าซึ่งเริ่มต้นการสอบสวนจากกระทรวงยุติธรรมของประเทศสหรัฐอเมริกา

แบลตเตอร์รอดพ้นจากข้อกล่าวหา แต่เรื่องอื้อฉาวนี้ก็กระทบถึงการเลือกตั้งประธานฟีฟ่าที่เจ้าชายอาลี บิน อัล-ฮุสเซน ลงสมัครรับเลือกตั้ง แม้แบลตเตอร์จะเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้งในรอบแรก และเจ้าชายอาลีถอนตัวก่อนการเลือกตั้งรอบ 2 ทำให้สามารถครองตำแหน่งประธานฟีฟ่าสมัยที่ 5 ก็ตาม

ลาออก

แม้เพียง 4 วันถัดมา แบลตเตอร์จะได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานฟีฟ่า และให้คำมั่นว่าจะ "กู้ชื่อ" ฟีฟ่า แต่ท่ามกลางเรื่องอื้อฉาวและการสอบสวนเรื่องสินบนที่รัฐบาลแอฟริกาใต้จ่ายเพื่อให้ได้รับการคัดเลือกเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2010 แบลตเตอร์ก็ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง