4 จุดโทษ 1 แดง! กุนเหมาสี่พาเรืออัดไก่สิบตัวสุดมันส์ 4-1

ดาวยิงทีมชาติอาร์เจนตินา โชวฟอร์มเป็นพระเอกในเกมนี้ เมื่อซัด 2 จุดโทษ กับอีก 2 ลูกยิงโอเพ่นเพลย์ ช่วยให้ทีมแชมป์เก่าเปิดบ้านย้ำแค้นเอาชนะไก่เดือยทองไปได้อีกครั้ง

มานูเอล เปเยกรินี กุนซือเจ้าบ้าน วาง เซร์คิโอ อเกวโร ดาวซัลโวประจำทีม ยืนเป็นหน้าเป้า โดยมี เฆซุส นาบาส, ดาบิด ซิลบา และ แฟรงก์ แลมพาร์ด ที่กำลังฟอร์มฮ็อต สนับสนุนเกมรุกอยู่แดนกลาง

ด้านทีมเยือนของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน หวังล้างอายจากความพ่ายแพ้แบบเละเทะทั้งเหย้าและเยือนเมื่อซีซั่นที่แล้วให้ได้ โดยใช้ โรแบร์โต้ ยืนเป็นหน้าเป้า โดยจะประสานงานในแนวรุกร่วมกับ นาเซอร์ ชาดลี, เอริค ลาเมลา และ คริสเตียน อีริคเซน

เริ่มเกมมาได้เพียง 7 นาทีเท่านั้น เป็นสเปอร์สที่มีโอกาสก่อนจากจังหวะที่ โซลดาโด้ จ่ายเรียดทะลุช่องทางฝั่งซ้ายเขตโทษให้ ไรอัน เมสัน หลุเดี่ยวเข้าไปดีดด้วยขวา แต่ โจ ฮาร์ท ยังออกมาปิดมุมได้ดี และเซฟลูกนี้เอาไว้ได้หวุดหวิด

แต่แล้วในนาทีที่ 13 กลับเป็นซิตี้ที่มาได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ แลมพาร์ด ดีดบอลให้ อเกวโร ล็อคตัดเข้าในก่อนจะสับไกด้วขวาส่งบอลเสียบเสาเข้าไปอย่างเฉียบคม ทำให้เจ้าบ้านออกนำ 1-0

แต่เรือใบสีฟ้าดีใจได้เพียง 2 นาทีเท่านั้น เมื่อไก่เดือยทองมาได้ประตูตีเสมอแบบทันควัน จากจังหวะที่ เมสัน ไปสไลด์แย่งบอลจากเท้าของ เฟอร์นานโด มาได้ ก่อนที่บอลจะเข้าทาง โซลดาโด้ จ่ายต่อให้ อีริคเซน กดด้วยขวาเต็มแรงเข้าไปอย่างเด็ดขาด ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 1-1

จากนั้นเกมเปิดแลกกันอย่างสนุก จนกระทั่งนาทีที่ 20 ซิตี้ก็มาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ แลมพาร์ด โดน ลาเมลา กระแทกล้มลงในเขตโทษ ก่อนที่ อเกวโร จะรับหน้าสังหารลูกนิ่ง 12 หลาเข้าไปไม่พลาด ทำให้เจ้าบ้านขึ้นนำอีกครั้งที่ 2-1

ถัดมาอีก 2 นาที เรือใบสีฟ้าเกือบได้ลูกที่สามเพิ่มอีก จากจังหวะที่ นาบาส จ่ายเรียดจากสุดเส้นหลังฝั่งขวาเข้ากลางให้ อเกวโร ตวัดยิงด้วยขวา แต่บอลไปตรงตัว อูโก้ โยริส คว้าเข้าซองเอาไว้ได้

แต่ในนาทีที่ 28 ซิตี้กลับต้องมาเสียตัวสำคัญอย่าง แลมพาร์ด ไป เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บจนต้องหามลงเปลออกจากสนามไปเลยทีเดียว และเป็น แฟร์นันดินโญ ที่ถูกส่งลงมาเล่นแทน

จากนั้น นาทีที่ 32 เรือใบสีฟ้ามาได้จุดโทษเป็นครั้งที่สอง จากจังหวะที่ ยูเนส คาบูล ไปสะกัด ซิลบา ล้มลงในเขตโทษ แต่คราวนี้ อเกวโร กลับยิงไปติดขาของ โยริส อย่างน่าเสียดาย แม้ว่าบอลจะกระดอนมาเข้าทางหอกอาร์เจนไตน์อีกครั้ง แต่ก็ยังฮาล์ฟวอลเลย์บอลข้ามคานไปอีก

ถัดมาอีก 7 นาที สเปอร์สมีโอกาสลุ้นตีเสมอ จากจังหวะลองซัดไกลด้วยขวาของ อีริคเซน แต่ ฮาร์ท ยังยืนตำแหน่งดี ปัดบอลทิ้งออกหลังไปได้ ทำให้จบ 45 นาทีแรกเป็นเจ้าบ้านที่นำอยู่ 1-0

เข้าสู่เป็นฝั่งสเปอร์สที่มาจุดโทษบ้าง ในนาทีที่ 62 จากจังหวะที่ โซลดาโด้ โดน มาร์ติน เดมิเคลิส ทำฟาวล์ในเขตโทษ แต่หอกชาวสแปนิช กลับลุกขึ้นมาสังหารด้วยตัวเองไปโดน ฮาร์ท ที่พุ่งไปทางขวามือตัวเองเซฟเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

ถัดมาอีก 2 นาที โซลดาโด้ เกือบแก้ตัวที่ซัดจุดโทษพลาด เมื่อได้โอกาสล้มตัวยิงลูกจ่ายเรียดทางฝั่งซ้ายของ แดนนี โรส แต่ก็ยังไปติดเซฟของ ฮาร์ท อีกครั้ง

แต่แล้วในนาทีที่ 68 ซิตี้มาได้จุดโทษเป็นครั้งที่สาม จากจังหวะที่ อเกวโร โดน เฟเดริโก้ ฟาซิโอ ดึงล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่รอช้าเป่าให้เจ้าบ้านได้จุดโทษทันที พร้อมกับควักใบแดงไล่อดีตกองหลังเซบียาออกจากสนามไปด้วย และเป็น เอล กุน ที่รับหน้าที่สังหารอีกครั้งเข้าไปไม่พลาด เป็นแฮตทริกของตัวเองในเกมนี้ด้วย ทำให้เรือใบสีฟ้าหนีห่างเป็น 3-1

จากนั้นนาทีที่ 75 อเกวโร มาบวกประตูที่สี่ของตัวเองในเกมนี้และของซิตี้ได้สำเร็จ จากจังหวะที่ แฟร์นันดินโญ วางบอลยาวจากกลางสนามให้ เอล กุน ล็อคหนี แยน แฟร์ตองเก้น กองหลังตัวสำรองของทีมเยือน ก่อนจะยิงด้วยซ้ายส่งบอลเสียบเสาเข้าไปอย่างเฉียบขาด ทำให้เจ้าบ้านหนีห่างเป็น 4-1 และทำให้หอกชาวอาร์เจนไตน์ขึ้นไปนำเป็นดาวซัลโวร่วมกับ ดีเอโก้ คอสต้า กองหน้าฟอร์มแรงของเชลซีเรียบร้อยแล้ว

ช่วงท้ายเกมเรือใบสีฟ้า เริ่มผ่อนเกมลงและครองบอลเพื่อรอผู้ตัดสินเป่าหมดเวลา รวมทั้งไก่เดือยทองเองก็เริ่มถอดใจยอมรับความพ่ายแพ้แล้ว ทำให้จบ 90 นาทีเป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่เปิดบ้านถล่มเอาชนไปได้อย่างขาดลอย 4-1 เก็บสามแต้มรั้งรองจ่าฝูงต่อไป พร้อมกับทำคะแนไล่ทีมอันดับ 1 อย่างเชลซีเหลือเพียงแค่ 2 แต้มแล้ว ส่วนสเปอร์สหล่นมาอยู่ที่ 7 มี 11 แต้มเท่าเดิม

Topics