อาร์เซนอล v วิลลา: เชอร์วู้ดหวังทุบปืนแย่งแชมป์เอฟเอ

หลังจากพาแอสตันวิลลาเอาตัวรอดอยู่ในพรีเมียร์ลีกต่อไปอีกฤดูกาล ทิม เชอร์วู้ดก็เริ่มเล็งเป้าชูถ้วยแชมป์เอฟเอ คัพ ในนัดชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์วันเสาร์นี้

ทิม เชอร์วู้ด เชื่อว่าความกดดันในเกมนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ที่เวมบลีย์ในวันเสาร์นี้จะตกอยู่กับแชมป์เก่าอาร์เซนอลมากกว่าแอสตัน วิลลา

ฤดูกาลที่แล้วปืนใหญ่คว้าแชมป์เอฟเอ คัพด้วยการเฉือนเอาชนะฮัลล์ ซิตี้ในช่วงต่อเวลาพิเศษ และในวันเสาร์นี้จะลงสนามในฐานะทีมเต็งคว้าแชมป์หลังจากจบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีก

ส่วนแอสตันวิลลาที่เอาตัวรอดจากโซนตกชั้นมาได้แบบรากเลือดหลังจากได้เชอร์วู้ดเข้ามากู้วิกฤติเมื่อเดือนกุมภาพันธ์จนช่วยให้สิงห์ผยองได้โลดแล่นในพรีเมียร์ลีกอีกฤดูกาล

แอสตันวิลลาที่เพิ่งกลับมาเป็นสิงห์ผยองในเอฟเอคัพได้อีกครั้งด้วยการหักปากกาเซียน เฉือนเอาชนะลิเวอร์พูล 2-1 ในรอบรองชนะเลิศเมื่อเดือนที่แล้ว และอดีตกุนซือท็อตแน่มก็เชื่อว่าจะโชว์ฟอร์มขย้ำปืนใหญ่ได้อีกครั้ง

"การได้เข้าไปชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพถือเป็นการประสบความสำเร็จยอดเยี่ยมของทีมนี้ ผมภูมิใจมาก" เชอร์วู้ด กล่าว

"ความกดดันไปตกอยู่กับอาร์เซนอล เพราะเกมนี้ดวลกันนัดเดียว ฟอร์มการเล่นไม่เกี่ยว พวกเขาเองก็เคยเจอกับตัวเองมาแล้ว เกมนี้ไม่ได้มีไว้สร้างสถิติ"

"ลูกทีมของผมทำผลงานได้ดีในรอบรองชนะเลิศ ผมหวังว่าเกมนี้ก็จะทำได้ดีเช่นกัน ผมรู้ว่าเกมที่เตะกันนัดเดียวจอดแบบนี้พวกเขาทำได้แน่นอน ในเกมสำคัญๆ พวกเขาจะเรียกฟอร์มเก่งออกมาได้เสมอ และครั้งนี้ก็จะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราต้องพยายาม"

"ผมเชื่อว่าเราจะได้ดีเหมือนในเกมกับลิเวอร์พูล ผมตั้งใจจะเปิดเกมสู้เต็มที่"

"ลูกทีมของผมรู้ว่าเกมนี้คือการสร้างประวัติศาสตร์ ใครคนหนึ่งในทีมจะได้กลายเป็นฮีโร่ในเกมนี้ ทุกคนมีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์กับทีมอีกครั้ง"

แอสตันวิลลา ยังไม่เคยสัมผัสด้วยเอฟเอ คัพ นานถึง 58 ปี และครั้งล่าสุดที่ได้ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศคือเมื่อปี 2000 ที่สนามเวมบลีย์แห่งเก่า และจบด้วยการแพ้ให้กับเชลซี 0-1

ส่วนอาร์เซนอล ปีนี้ก็หวังจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมที่คว้าแชมป์มากที่สุดในประวัติศาสตร์เอฟเอ คัพ โดยปัจจุบันนี้ปืนใหญ่ครองแชมป์ 11 เท่ากับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

อาร์แซน เวงเกอร์ ผู้จัดการทีมชาวเฟร้นช์เป็นผู้พาปืนใหญ่คว้าแชมป์ 5 ครั้งจาก 11 ครั้งและเมื่อถูกถามถึงการจัดตัวนักเตะสำหรับเกมชิงแชมป์เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษ เวงเกอร์ก็ยังไม่ทิ้งมาดนิ่งไม่ปริปาก

"สิ่งสำคัญก็คือทุกคนในทีมต้องตั้งใจที่จะคว้าแชมป์" กุนซือเฟร้นช์ กล่าว "เมื่อคุณได้ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศและคว้าแชมป์เอฟเอคัพ คุณก็จะเป็นฮีโร่ เป็นคนที่สร้างความแตกต่าง" 

"และนั่นคือสิ่งที่ถือว่าเป็นรางวัลความทุ่มเทของทั้งทีมที่สู้ร่วมกันมาตลอดเพื่อจะไปให้ถึงจุดจุดนั้น เราจึงต้องสู้ด้วยกันทั้งทีม"

"ผมจะต้องตัดสินใจเลือกนักเตะลงสนามในเกมวันเสาร์นี้ แม้ผมอาจจะต้องพักนักเตะทีมชาติคนสำคัญบางคน แต่นั่นแสดงให้เห็นว่าเรามีตัวเลือกดีๆ ให้ใช้เยอะมาก"

"สิ่งสำคัญก็คือเราจะต้องไม่เอนเอียงไปพึ่งพาใครมากเกินไป เพราะถ้าหากอยากจะเอาชนะก็ต้องช่วยกันทั้งทีม"

"ผมไม่รู้ว่าใครจะได้ลงเป็น 11 ตัวจริง แต่ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่เพียงเพราะว่านี่เป็นเกมเอฟเอ คัพ สิ่งสำคัญก็คือการลงเล่นเอฟเอคัพแล้วคว้าถ้วยแชมป์กลับบ้าน นั่นคือสิ่งที่เรามุ่งมั่นในฐานะทีมฟุตบอล"

แต่เกมนี้เวงเกอร์จะไม่สามารถใช้งานแดนนี่ เวลเบ็คที่ยังมีอาการบาดเจ็บเข่า แม้นักเตะอย่างมาติเยอ เดอบูชี่ (เอ็นหลังเข่า) และมิเกล อาร์เตต้า (ข้อเท้า) น่าจะฟิตทันลงสนาม

ส่วนฝั่งสิงห์ผยอง เพิ่งได้เชย์ กิฟเว่นส์ (เจ็บขาหนีบ) และคีแรน ริชาร์ดสัน (เจ็บน่อง) กลับมาซ้อมร่วมกับทีม ส่วนยอเรส โอโกเร่ (เจ็บเข่า) และลิบอร์ โคซัค (เจ็บหลัง) ไม่น่าจะหายทัน