อับปางกลางเอติฮัต!! ปืนดุจัดบุกอัดเรือใบ 0-2 ทวงที่ 5 คืนจากไก่

ปืนใหญ่จัดการหยุดสถิติไม่แพ้ใคร 14 นัดติดต่อกันของเรือใบสีฟ้าลงได้สำเร็จ พร้อมส่งผลให้พวกเขาขยับแซงหน้าอริร่วมกรุงลอนดอนขึ้นไปอยู่ที่ 5 ของตารางเรียบร้อยแล้ว

มานูเอล เปเยกรินี หัวเรือใหญ่ของซิตี้ มีข่าวดีเมื่อได้ เซร์คิโอ อเกวโร ดาวซัลโวประจำทีมฟิตเต็มสูบกลับมายืนเป็นหน้าเป้าตัวจริงได้อีกครั้ง โดยมี เฆซุส นาบาส, เจมส์ มิลเนอร์ และ ดาบิด ซิลบา คอยเติมเกมสนับสนุนอยู่ด้านหลัง

ขณะที่ฝังทีมเยือนของกุนซือ อาร์แซน เวงเกอร์ เกมนี้ตัดสินใจส่ง เฮคเตอร์ เบลเลริน ฟูลแบ็คดาวรุ่งลงสนามแทน มาติเยอ เดบูชี่ ที่มีอาการบาดเจ็บ "ไหล่หลุด" จนต้องพักรักษาตัวอย่างน้อย 3 เดือน ส่วนตำแหน่งอื่นยังเป็นหน้าเดิมๆ นำโดย ดาวิด ออสปินา (ผู้รักษาประตู), โลร็องต์ กอสเซียลนี, ซานติ กาซอร์ลา, อเล็กซิส ซานเซส และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์

ช่วงต้นเกมเป็นฝั่งเจ้าถิ่นอย่างซิตี้ที่ครองบอลบุกได้เหนือกว่าชัดเจนถึง 70 - 30 เปอร์เซ็น แต่ก็ทำได้เพียงเคาะต่อบอลกันไปมาในแดนกลางสนามเท่านั้น

กระทั่งนาทีที่ 17 โอกาสลุ้นประตูครั้งแรกในเกมนี้ก็เกิดขึ้น และเป็นฝั่งทีมเยือนที่ได้ทักทายก่อน จากจังหวะที่ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน กระดกบอลหนีผู้เล่นซิตี้ ก่อนกระชากไปสุดเส้นหลังฝั่งขวา และบรรจงเปิดยักเข้ากลางให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ โฉบโหม่งเสาแรก ถูก โจ ฮาร์ท ปัดออกไปได้เพียงแค่ลูกเตะมุม

แต่แล้ว นาทีที่ 22 เดอะกันเนอร์ส ก็มาพังประตูออกนำไปก่อนจนได้ จากจังหวะที่ นาโช มอนเรอัล ถ่ายบอลทำชิ่งกับ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ และเจ้าตัวกำลังจะวิ่งไปรับบอลในเขตโทษ ทว่าถูก แว็งซองต์ กอมปานี ดับเครื่องชนเสียก่อน ทำให้ผู้ตัดสินไม่มีทางเลือกชี้เป็นลูกจุดโทษให้ไอ้ปืนใหญ่ทันที และเป็น ซานติ กาซอร์ลา รับหน้าที่สังหารไม่พลาด อาร์เซนอลขึ้นนำ 1-0

ช่วงเวลาที่เหลือเจ้าบ้านพยายามโหมเกมบุกอย่างหนัก หวังทำประตูตีเสมอให้ได้ก่อนหมดครึ่งแรก แต่ก็ทำไม่สำเร็จ จบ 45 นาทีแรกอาร์เซนอลยังคงรักษาสกอร์นำอยู่ที่ 1-0

ครึ่งหลัง นาทีที่ 67 เอติฮัตสเตเดี้ยมเงียบเป็นป่าช้า หลังทีมเยือนบุกมานำห่าง 2-0 จากจังหวะลูกฟรีคิกระยะประมาณ 30 หลา และเป็น ซานติ กาซอร์ลา รับหน้าที่โยนโด่งเข้าไปลุ้นในเขตโทษให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ เทคตัวโหม่งเช็ดบางๆ สวนทาง โจ ฮาร์ท เข้าไปตุงตาข่าย

จากนั้นรูปเกมเป็นฝั่งซิตี้ที่แทบกระหน่ำบุกเต็มสูบ และในนาทีที่ 79 พวกเขาน่าได้ประตูตีไข่แตกจริงๆ จากจังหวะทำชิ่งสุดสวยหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนบอลหลุดเข้ามาในเขตโทษฝั่งขวา และเป็น สเตฟาน โยเวติช ตัวสำรองได้วอลเลย์ด้วยซ้ายเน้นๆ บอลพุ่งแฉลบขา แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ ถากเสาแรกออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

แม้ช่วงเวลาที่เหลือเจ้าบ้านจะพยายามอย่างสุดกำลัง แต่ก็ทำอะไรเพิ่มไม่ได้

จบเกม อาร์เซนอล บุกเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 เก็บสามคะแนนสำคัญ ขยับแซงหน้า ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส คู่รักคู่แค้นขึ้นมาอยู่ที่ 5 ของตารางตามเดิม ส่วน แมนฯซิตี้ รั้งรองจ่าฝูงต่อไป