อัดอั้นมานาน! ชุดขาวดุรัวยิงบาเซิลเละ 5-1 ประเดิมยูซีแอล

หลังจากต้องพ่ายแพ้ในลาลีกาถึง 2 นัดติด ทีมแชมป์ยุโรป 10 สมัยก็สามารถแก้ตัวในบอลยุโรปได้สำเร็จ ด้วยการถล่มทีมจากแดนนาฬิกาไปอย่างราบคาบ

คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือเจ้าบ้าน หวังล้างอายจากความพ่ายแพ้ 2 นัดติดในลาลีกาให้ได้ จึงจัดชุดใหญ่ลงสนามคับคั่ง นำโดยสามประสานในแนวรุกอย่าง แกเร็ธ เบล, คาริม เบนเซมา และ คริสเตียโน โรนัลโด

ด้านทีมเยือนของ เปาโล ซูซา อดีตนักเตะทีมชาติโปรตุเกส วาง มาร์โก สเตรลแลร์ ลงเป็นหน้าเป้า โดยมีตัวสนับสนุนในเกมรุกอย่าง เดอร์ลิส กอนซาเลซ และ ลูก้า ซุฟฟี

เริ่มเกมมาได้เพียง 14 นาที เป็นฝั่งเรอัล มาดริดที่มาทำประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะทำเกมทางการบขวาที่ ฆาเมส โรดริเกวซ ตอกส้นให้แบ็คขวาอย่าง นาโช เฟอร์นันเดซ ซัดบอลไปแฉลบ มาเร็ค ซูชี แนวรับบาเซิล เปลี่ยนทางเข้าสู่ก้นตาข่าย ส่งให้ราชันชุดขาวออกนำ 1-0

หลังจากนั้่นยังเป็นเจ้าบ้านที่ครองเกมบุกอยู่แทบจะข้างเดียว จนกระทั่งนาทีที่ 30 ก็มาได้ประตูที่สอง จากจังหวะที่ โมดริช จ่ายไซด์ก้อยข้ามแนวรับทีมเยือนให้ เบล หลุดกับดักล้ำหน้า ก่อนจะกระดกบอลข้ามหัวนายด่านทีมเยือน แล้วตามเข้าไปแปด้วยขวาง่ายๆเข้าสู่ก้นตาข่าย ส่งให้ทีมแชมป์ยุโรป 10 สมัยหนีห่างเป็น 2-0

ถัดมาแค่นาทีเดียวเท่านั้น เรอัล มาดริด ก็มาบวกลูกที่สามเพิ่มอีก จากจังหวะที่ โมดริช จ่ายออกทางขวาให้ เบล กระชากเข้าเขตโทษก่อนจะตบเข้ากลางให้ โรนัลโด เข้าฮอร์สระยะเผาขนเข้าไป ส่งให้ราชันชุดขาวหนีเป็น 3-0

เจ้าบ้านยิ่งเล่นยิ่งได้ใจ เมื่อมาได้ประตูที่สี่เพิ่มอีก ในนาทีที่ 37 จากจังหวะที่ โรนัลโด จ่ายให้ เบนเซมา ยิงไปโดนนายด่านทีมเยือนเซฟมาเข้าทาง ฆาเมส ตามซ้ำด้วยขวาเข้าไปให้ทีมแชมป์ยุโรป 10 สมัยหนีห่างเป็น 4-0

แต่หลังจากนั้นแค่นาทีเดียว บาเซิลก็มายิงตีไข่แตกได้ จากจังหวะสวนกลับ และเป็น เดอร์ลิส กอนซาเลส ที่ลากบอลไปซัดด้วยขวาผ่านมือ กาซิยาส เสียบเสาเข้าไป ให้ทีมจากแดนนาฬิกาไล่มาเป็น 1-4 ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

เข้าสูครึ่งหลังยังเป็นฝั่งเจ้าบ้านที่ครองเกมบุกได้มากกว่า ก่อนจะสามารถยิงลูกที่ห้าเพิ่มได้สำเร็จ ในนาทีที่ 79 จากการทำชิ่งกันของ เบนเซมา กับ โรนัลโด ก่อนที่หอกทีมชาติฝรั่งเศสจะซัดด้วยซ้ายส่งบอลเช็ดคานเข้าไปอย่างสวยงาม ให้ราชันชุดขาวหนีห่างแบบหายห่วงถึง 5-1

หลังจากนั้นเรอัล มาดริด เริ่มครองบอลฆ่าเวลาเพื่อปิดเกม ส่วนทีมเยือนก็เริ่มถอดใจยอมรับความพ่ายแพ้แล้ว ทำให้จบ 90 นาทีเป็นทีมแชมป์ยุโรป 10 สมัยที่เปิดบ้านเอาชนะไปอย่างขาดลอยถึง 5-1 ประเดิมนัดแรกในศึกแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างสวยงาม