AEC ก้าวหน้า! ลีกไทย, อินโดฯ จับมือ Sportradar ตรวจจับล็อคผลแล้ว

ลีกสูงสุดสองชาติอาเซียนก้าวหน้าไปไม่หยุด ล่าสุดบรรลุข้อตกลงกับองค์กรป้องกันการล็อคผลระดับโลก ยกระดับความโปร่งใสอีกขั้น

เมื่อวันอังคารที่ 12 สิงหาคม สมาคมฟุตบอลอินโดนีเซีย (PSSI) จัดแถลงข่าวการเซ็นสัญญากับ Sportradar หน่วยงานตรวจสอบความผิดปกติในผลการแข่งขันกีฬาระดับโลก ให้เข้ามาดูแลผลการแข่งขันของ อินโดนีเซีย ซูเปอร์ลีก นับตั้งแต่วันที่ลงนามเป็นต้นไป

"นี่คือก้าวแรกสู่ยุคใหม่ของเรา การล็อคผลบอลเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าจะเอาแต่พูดกันไปมา เราต้องการพันธมิตรใหม่ที่จะเข้ามาสืบสวนและไขคดีเหล่านี้" โจโค ดริโยโน เลขาธิการสมาคมฯ กล่าวในงานแถลง

ส่วนฮินชา ปันไจตัน หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายในของ PSSI ก็เชื่อว่า การเข้ามาของ Sportradar จะทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรดีขึ้น

"หวังว่าจะไม่มีใครข้องใจเรื่องการต่อสู้กับการล็อคผล และปกป้องฟุตบอลอินโดนีเซียของเราอีกแล้ว"

ทางด้าน อันเดรียส ครานนิช ตัวแทนของ Sportradar มั่นใจว่า ประสบการณ์และประสิทธิภาพของพวกเขาจะแก้ปัญหาให้กับฟุตบอลอินโดนีเซียได้

"มากกว่า 1,500 เกมทั่วโลกถูกล็อคผลไปแล้ว และเรากำลังต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาตินี้ Sportradar เคยตรวจพบกรณีในอินโดนีเซียมาบ้าง และเราหวังว่าจะป้องกันสิ่งนี้ได้"

"เรามีผู้เชี่ยวชาญกว่า 200 คน ทำหน้าที่วิเคราะห์และสืบสวนจากข้อมูลที่ได้รับ โดยได้รับการสนับสนุนจากระบบของเรา ข้อมูลราวห้าล้านกรณีส่งมาถึงเราทุกวัน และเราเชื่อว่า ด้วยการเฝ้าระวังนี้ เราจะเปลี่ยนแปลงมันได้"

ฟุตบอลลีกอินโดนีเซียกำลังพยายามพัฒนาตัวเองอย่างมุ่งมั่น หลังการรวมสองลีกสำเร็จลงในปีนี้ พวกเขายังพยายามลบภาพความไม่โปร่งใสเรื่องผลการแข่งขันด้วยการดึงองค์กรระดับโลกมาดูแลดังกล่าว
ในขณะที่ไทยพรีเมียร์ลีก เดิมทีมีการนัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเรื่องการเซ็นสัญญากับ Sportradar แล้วเช่นกัน และแม้งานแถลงดังกล่าวจะถูกยกเลิกไป แต่การเซ็นสัญญาก็เกิดขึ้นเรียบร้อย

"เราจะไม่อ่อนข้อให้เรื่องแบบนี้ ยิ่งลีกเราได้รับความนิยมเท่าไร การระวังภัยจากสิ่งเหล่านี้ก็ยิ่งสำคัญ" ดร. องอาจ ก่อสินค้า ประธานฯ ไทย พรีเมียร์ลีก กล่าวกับสื่อต่างประเทศ

ในขณะที่ครานซิช ตัวแทนของ Sportradar คนเดิม เผยถึงความสำคัญของไทย พรีเมียร์ลีก ในระดับเอเชียว่า "เอเอฟซีจัดให้ไทย พรีเมียร์ลีก เป็นฟุตบอลลีกระดับต้นของทวีป ทั้งในแง่มูลค่าและความเป็นมืออาชีพ นับเป็นเรื่องดีที่มีการตื่นตัวและเห็นความสำคัญของความโปร่งใสเช่นนี้"