แซมบ้าอันตราย! ดิโอโก้ยิงเบิ้ลพาเทพสายฟ้าดับราชบุรี 2-1

ดาวยิงหมายเลข 40 ยังลั่นสกอร์ต่อเนื่องหลังเหมาคนเดียวสองประตูช่วยให้ทีมบุกไปเก็บสามแต้มถึงราชบุรีและช่วยให้พวกเขารักษาตำแหน่งจ่าฝูงต่อไปได้อีกหนึ่งสัปดาห์

ศึกโตโยต้า ไทย พรีเมียร์ลีก นัดที่ 12 ประจำวันเสาร์คู่ 19.00 น. ที่สนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทีมอันดับ 4 เปิดบ้านรับการมาเยือนของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

โจเซฟ เฟร์เรร์ จัดทัพชุดใหญ่นำโดยสองกองหน้าชาวแซมบ้าอย่างเฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดสและบรูโน โลเปส โดยมีเกงกิ นางาซาโตะ ทำเกมสนับสนุนส่วนใหญ่ นิลวงศ์รอโอกาสที่ม้านั่งสำรอง

ด้านกามาเกมนี้ได้อันเดรส ตูเญซ กลับมาบัญชาแนวรับอีกครั้ง พร้อมดัน โก ซุล กิไปทำเกมแดนกลางคู่กับจักรพันธ์ แก้วพรมส่วนแดนหน้ายังเป็นกิลแบร์โต้ มาเชนาและดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้

เริ่มเกมมาทั้งสองฝ่ายก็เปิดหน้าแลกกันทันทีและเป็นราชบุรีที่มาได้ลุ้นก่อนในนาทีที่ 2 จากจังหวะที่ศิลาเปิดเข้าไปให้บรูโนวิ่งมาชาร์จแต่บอลไปโดนตูเญซออกหลัง

ทั้งสองฝ่ายเปิดหน้าแลกกันอย่างสนุก และนาทีที่ 12 ทีมเยือนก็มาได้ประตูออกนำจากจังหวะที่มาเชนาหลุดมาทางฝั่งขวาก่อนไหลให้ดิโอโก้แปง่ายๆเข้าไปช่วยให้บุรีรัมย์ออกนำไปก่อน 1-0

สองนาทีต่อมาบุรีรัมย์เกือบมาได้ประตูนำห่างถึงสองจังหวะที่ดิโอโก้และมาเชนาได้หลุดเดี่ยวไปคนละครั้งแต่อุกฤษณ์ยังออกมาดักได้ทัน

เกมกลายเป็นบุรีรัมย์ที่เดินหน้าบุกฝ่ายเดียวและนาทีที่ 16 เป็นธีราทรที่จ่ายให้มาเชนาหลุดเดี่ยวไปยิงติดอองรีจังหวะแรก และพยายามซ้ำอีกทีก็ชนเสากระดอนออกมาอีก

นาทีที่ 28 ยังเป็นบุรีรัมย์ที่มาได้ลุ้นอีกครั้งและคราวนี้เป็นนฤพลที่หักมาให้มาเชนาได้ยิงแต่โดนศิลาบล็อคก่อนกองหลังราชบุรีจะเคลียร์ออกมาได้

นาทีที่ 35 ยังเป็นบุรีรัมย์ที่มาได้ลุ้นอีกครั้งและคราวนี้เป็นมาเชนาที่ตอกส้นมาให้จักรพันธ์เปิดให้ดีโอโก้กระโดดวอลเลย์ข้ามคานออกไป

สามนาทีต่อมาราชบุรีที่ตกเป็นรองต้องแก้เกมด้วยการส่งอดิศักดิ์ ศรีกำปังลงมาเล่นแทนอภิวัฒน์ งั่วลำหิน

เริ่มครึ่งหลังมาแค่สองนาทีราชบุรีเกือบมาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่อดิศักดิ์หลุดเดี่ยวไปแต่สะกิดไปติดเซฟของศิวรักษ์

และนาทีที่ 49 ราชบุรีก็มาได้ประตูตีเสมอจนได้จากจังหวะที่เฮแบร์ตี้โยกออกซ้ายก่อนเปิดเข้าไปให้ชุติพนธ์สอดเข้ามาโขกเข้าประตูไปช่วยให้ราชันมังกรไล่มาเป็น 1-1

เกมเริ่มสนุกนาทีที่ 53 บุรีรัมย์เกือบมาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะที่มาเชนาจ่ายให้นฤพลวิ่งมาชาร์จข้ามคาน

และนาทีต่อมาเป็นราชบุรีที่มาได้ลุ้นบ้างจากลูกเตะมุมและเป็นบรูโนที่ได้โขกลูกเปิดของเฮแบร์ตี้แต่บอลไปชนคานก่อนที่ชุติพนธ์จะซ้ำก็ไปตรงตัวศิวรักษ์

บุรีรัมย์แก้เกมบ้างในนาทีที่ 57 และเป็นสุเชาว์ นุชนุ่มที่ลงไปเล่นแทนนฤพล อารมณ์สวะ

และนาทีที่ 64 บุรีรัมย์แก้เกมเป็นตัวที่สองด้วยการส่งอนาวิน จูจีนลงมาเล่นแทนนฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม

บุรีรัมย์ยังพยายามเดินหน้าบุกต่อเนื่องแต่ก็ยังยิงประตูเพิ่มไม่ได้และในนาทีที่ 77ก็มาได้ลุ้นจากฟรีคิกและเป็นธีราทรที่ปั่นบอลจะมุดคานอยู่แต่อุกฤษณ์ยังปัดข้ามคานออกไปได้

และนาทีที่ 80 ราชบุรีก็ส่งใหญ่ นิลวงษ์ลงไปเล่นแทนเกงกิ นางาซาโตะ ส่วนบุรีรัมย์ก็ส่งสิทธิโชค กันหนูลงมา

และนาทีที่ 83 บุรีรัมย์น่ามาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะที่มาเชนาได้หลุดแต่ก็ยังยิงไปติดเซฟของอุกฤษณ์อีก

แต่แล้วนาทีที่ 85 ปราสาทสายฟ้าก็มาได้ประตูออกนำจนได้จากลูกตั้งเตะที่อองรีสกัดมาเข้าทางจักรพันธ์ก่อนตบเข้ากลางให้ดิโอโก้ยิงเข้าประตูไปช่วยให้บุรีรัมย์ขึ้นนำ 2-1 และราชบุรีก็ส่งฟลาเวียน มิเชลินีลงมาเล่นแทนบรูโน โลเปสทันที

ช่วงเวลาที่เหลือเป็นราชบุรีที่พยายามบุกอย่างหนักเพื่อหวังจะตีเสมอแต่ก็ทำได้ไม่สำเร็จจบเกมเป็นบุรีรัมย์ที่เฉือนชนะไป 2-1 พร้อมรักษาตำแหน่งจ่าฝูงต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์

รายชื่อ 11 ตัวจริงทั้งสองทีม

ราชบุรี มิตรผล เอฟซี : อุกฤษณ์ วงศ์มีมา (GK), ศิลา ศรีกำปัง, อองรี โจเอล, อภิวัฒน์ งั่วลำหิน, เอกลักษณ์ ทองกริต - เกงกิ นางาซาโตะ, รัตนะ เพชรอาภรณ์, ชุติพนธ์ ทองแท้, ชุมพล บัวงาม - บรูโน โลเปส, เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (GK), ชิติพัทธ์ แทนกลาง, อันเดรส ตูเญซ, กรวิทย์ นามวิเศษ - นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, โก ซุล กิ, จักรพันธ์ แก้วพรม, ธีราทร บุญมาทัน - นฤพล อารมณ์สวะ - กิลแบร์โต้ มาเชนา, ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้