แชมป์เก่าเปิดหัวกร่อย! สิงห์ 10 ตัวโดนหงส์ขาวไล่เจ๊า 2-2

ทัพสิงโตน้ำเงินคราม ทำผลงานในนัดแรกได้ไม่สวยหรูนัก หลังได้แค่เปิดบ้านเสมออาคันตุกะจากเวลส์ แถมต้องเสียนายด่านมือ 1 ที่โดนใบแดงไล่ออกไปด้วย

โชเซ มูรินโญ กุนซือเจ้าบ้าน ยังคงใช้บรรดาตัวหลักจากชุดแชมป์เมื่อฤดูกาลก่อนลงเล่นคับคั่ง นำโดยตัวรุกอย่าง เอเด็น อาซาร์, ออสการ์, วิลเลียน และ ดีเอโก้ คอสต้า ทำให้ดาวยิงตัวยืมรายใหม่อย่าง ราดาเมล ฟัลเกา ต้องนั่งสำรองไปก่อน

ด้านทีมเยือนของ แกรี มังค์ ก็ยังยึดแกนหลักจากซีซั่นที่แล้วลงสนามด้วยเช่นเดียวกัน ได้แก่ คี ซุง ยอง, จอนโจ เชลวีย์, เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร และ บาเฟติมบี้ โกมิส ขณะที่แนวรุกตัวจี๊ดป้ายแดงอย่าง อังเดร อายิว ก็ได้โอกาสออกสตาร์ตเป็น 11 ตัวจริง

เริ่มเกมได้เพียง 7 นาทีเท่านั้น เป็นสวอนซีที่เกือบบุกมาลูบคมพังประตูออกนำไปก่อน จากลูกเตะมุมฝั่งซ้ายที่ คี ซุง ยอง เปิดให้ โกมิส โฉบมาโหม่งที่เสาแรก แต่บอลหลุดเสาสองออกไปแบบมีเสียว

ถัดมานาทีที่ 15 หงส์ขาวมีโอกาสอีกครั้ง จากจังหวะที่ โกมิส ได้บอลทางกราบขวา ก่อนไหลเข้ากลางมาบริเวณแถวสองให้ คี ซุง ยอง กดด้วยซ้าย แต่ยังโดน ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ทุบทิ้งออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

แต่แล้วในนาทีที่ 23 กลับเป็นเชลซีที่มาได้ประตูขึ้นนำ จากลูกฟรีคิกเยื้องมาทางฝั่งซ้ายที่ ออสการ์ กึ่งยิงกึ่งผ่านเข้าไปแต่บอลไม่โดนใครเลย ทำให้ลูกกพุ่งตุงตาข่ายอย่างเด็ดขาด ช่วยให้สิงห์บลูส์ออกนำ 1-0

กระนั้นแล้ว ในนาทีที่ 29 ทีมเยือนก็มาตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะที่ มอนเตโร กระชากขึ้นมาทางฝั่งซ้าย ก่อนจะโยนเข้ากลางให้ โกมิส โขกไปติดเซฟ กูร์ตัวส์ มาเข้าทาง อายิว ยิงติดบล็อค เคฮิลล์ ในทีแรก แต่ยังลุกขึ้นมาซ้ำดาบสองเข้าไปได้อย่างเฉียบคและยังเป็นประตูแรกในพรีเมียร์ลีกของเจ้าตัวด้วย ทำให้สกอร์กลับมาเท่าอีกครั้งที่ 1-1

อย่างไรก็ตามนาทีต่อมา เชลซีกลับเป็นฝ่ายขึ้นนำอีกครั้งแบบมีโชคเล็กน้อย เมื่อ วิลเลียน ได้เปิดบอลทางกราบซ้ายหมายจะให้เพื่อนในเขตโทษ แต่ลูกไปแฉลบขาของ เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ แนวรับสวอนซีปลิ้นเข้าประตูตัวเองไป ส่งให้เจ้าบ้านนำเป็นครั้งที่สองด้วยสกอร์ 2-1

สถานการณ์ของทีมที่ตามหลังอย่างหงส์ขาวยังมาย่ำแย่เข้าไปอีก เมื่อกองกลางตัวสำคัญอย่าง คี ซุง ยอง ได้รับบาดเจ็บจนฝืนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง แจ็ค คอร์ก ลงมาแทน ในนาทีที่ 41 ก่อนจะจบครึ่งแรกโดยเป็นสิงห์บลูส์ที่นำอยู่ 2-1

เข้าสู่ครึ่งหลังเกมกลับตาลปัตร เมื่อสวอนซีมาได้จุดโทษ ในนาทีที่ 55จากจังหวะที่ โกมิส หลุดเดี่ยวแล้วโดน กูร์ตัวส์ สะกัดล้มลงไป ผู้ตัดสินจึงตัดสินใจควักใบแดงไล่นายด่านชาวเบลเยียมออกจากสนามข้อหาทำโปรเฟสชันแนล ฟาวล์ทันที ส่งผลให้เชลซีต้องถอด ออสการ์ ออกแล้วให้ อัสมีร์ เบโกวิช ลงมาเฝ้าเสาแทน กูร์ตัวส์ ก่อนจะเป็นดาวยิงเฟร้นช์แมนซึ่งลุกขึ้นมาสังหารด้วยตัวเองเข้าไปไม่พลาด ทำให้สกอร์กลับกลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 2-2

หลังจากตีเสมอได้ และมีตัวผู้เล่นมากกว่า ทำให้หงส์ขาวพับสนามบุกหนัก จนเกือบจะได้พลิกขึ้นนำได้ในนาทีที่ 60 จากจังหวะที่ มอนเตโร ได้ยิงมุมแคบด้วยขวาในเขตโทษ แต่ยังโดน เบโกวิช ผวาปัดทิ้งข้ามคานไปุหวุดหวิด

ถัดมานาทีที่ 67 ทีมเยือนเกือบจะประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะที่แบ็คซ้ายอย่าง นีล เทย์เลอร์ เติมเกมรุกขึ้นมา ก่อนจะตบเข้ากลางให้ โกมิส แปจ่อๆเข้าไปแต่ถูกผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงเป็นลูกล้ำหน้าไปเสียก่อน

หลังจากนั้นเกมเป็นไปอย่างสูสี เชลซีที่แม้จะมีผู้เล่นน้อยกว่าก็ยังพยายามเปิดเกมบุกสู้ ส่วนสวอนซีก็เกือบจพลิกขึ้นนำอยู่หลายครั้ง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ฝ่ายใดทำประตูเพิ่มได้ ทำให้จบเกมด้วยผลเสมอ 2-2 แบ่งกันไปทีมละแต้ม