แซร์โจ ฟารีอัส : ถ้าเหลือ 11 คนเท่ากัน เราชนะได้แน่นอน

กุนซือบราซิเลี่ยนของ “ช้างศึกยุทธหัตถี” กล่าวถึงเกมเปิดบ้านพ่ายให้ “ปราสาทสายฟ้า” ว่าสุพรรณบุรี มีสิทธิ์ชนะบุรีรัมย์ได้ แต่ใบแดงของ เดลลาตอร์เร ทำให้เกมเปลี่ยนไป

แซร์โจ ฟารีอัส กุนซือบราซิเลี่ยนของสุพรรณบุรี เอฟซี กล่าวว่า เขาชื่นชอบการเล่นของลูกทีมตลอด 30 นาทีแรก และจะยึดสไตล์การเล่นแบบนี้ต่อไป พร้อมกับมั่นใจว่า หากทีมไม่โดนจุดเปลี่ยน จากจังหวะใบแดงช่วงท้ายครึ่งแรกของ กิเญร์เม เดลลาตอร์เร ลูกทีมของเขาน่าจะเก็บชัยได้ อย่างไรก็ตาม ตนขอไม่พูดถึงผู้ตัดสิน เพราะเกมการแข่งขันมันจบลงแล้ว

ฟารีอัส เพิ่งแยกทางกับสโมสรนอร์ทอีสต์ ยูไนเต็ด ที่อินเดีย และมารับงานเทรนเนอร์ของสุพรรณบุรี เอฟซี เป็นคำรบที่ 2 โดยพาทีมทำศึกแรกกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก่อนพ่ายไป 1 - 2

“ช่วง 30 นาทีแรก เป็นสไตล์ที่ผมชอบ เวลาเล่นในบ้านจะยึดตามแผนนี้” ฟารีอัส เริ่มกล่าว

“แต่ก็มีความเสี่ยงนิดหน่อยเพราะเป็นการบุกแบบเต็มที่ เมื่อเสียบอลก็มีโอกาสที่จะโดนโต้กลับสูง แต่ก็จะเล่นแบบนี้ต่อไป”

“จริงๆในช่วง 30 นาทีแรกเราก็มีโอกาสยิงประตูที่สอง แล้วตัวผมเองก็เพิ่งเข้ามา ต้องปรับปรุงบางอย่างในทีม และใบแดงของเดลลาตอร์เร่ก็ทำให้เกมเปลี่ยน”

“จริงๆเกมมันจบแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่บางอย่างก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ตัดสิน ฟุตบอลมันก็เป็นแบบนี้ ไม่เกี่ยวกับผู้ตัดสินเพียงอย่างเดียว สำคัญที่สุดคือแม้ทีมจะเหลือ 10 คน แต่ทุกคนก็ยังเล่นกันเต็มที่ จากตอนแรกเล่นกองหน้าสามตัว พอโดนใบแดงเลยปรับเหลือสอง แต่ก็ยังมีโอกาสทำประตู แต่ถ้าเหลือ 11 คนเท่ากัน เราชนะได้แน่นอน”

นอกจากนี้อดีตกุนซือโปฮัง สตีลเลอร์ ชุดแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2009 ยังกล่าวถึงการกลับมากุมบังเหียนสุพรรณบุรี อีกครั้งด้วย

“ปีที่แล้วยังทำงานไม่ครบสัญญา และมีสิ่งที่ยังอยากกลับมาสานต่อ” ฟารีอัส เริ่มพูดถึงการตัดสินใจกลับมาเมืองไทย

“และตอนนี้มีปัญหาส่วนตัวบางอย่างที่บราซิล ก็ห่างหายจากวงการฟุตบอลไป แต่มีทีมจากอินเดียมาติดต่อ แต่มีข้อตกลงในสัญญาที่เซ็นไปว่าสามารถยกเลิกได้ ผมเห็นว่าสุพรรณบุรีเป็นทีมที่ดีและผมก็ชอบทีมนี้ จึงตัดสินใจกลับมาอีกครั้ง”

“ส่วนความสามารถของนักเตะชุดนี้ดีกว่าครั้งก่อนที่ผมเคยคุมทีมเยอะ เป็นทีมที่อายุน้อย และมีเทคนิคเฉพาะตัวสูง น่าเสียดายที่นัดนี้ไม่เป็นอย่างที่หวัง แต่มั่นใจว่าเกมต่อๆไปจะดีกว่านี้แน่นอน” กุนซือบราซิเลี่ยน กล่าวทิ้งท้าย