แดงเปลี่ยนเกม! หมอผีไร้ซงโดนหมากรุกถลุง 0-4

ใบแดงแบบไม่ควรของกองกลางบาร์เซโลนา ทำให้ทีมตาหมากรุกเจองานง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ

เริ่มเกมแคเมอรูนทักทายเบาๆจากริมเส้นเข้าไปที่ข้างตาข่าย ตามมาดูการบุกจากมุมเดิมซ้ำๆอยู่ 2-3 จังหวะจนสร้างความหวาดเสียวให้ฝั่งทีมโครเอเชียได้ไม่น้อย

นาทีที่ 4 อบูบากัร ลากบอลมาทางริมเส้นฝั่งขวาเหมืนอในหลายๆจังหวะก่อนหน้า เดยัน ลอฟเลนในสีเสื้อตาหมากรุกเข้าประกบและเสียฟาวล์ให้ทีมหมอผี และเป็น เอก็อตโต้ รับหน้าที่จัดการกับลูกนิ่ง แต่ถูกเคลียร์ออกมาง่ายๆ

นาทีที่ 11 โครเอเชียบุกเจาะเข้าถึงกรอบเขตโทษฝั่งแคเมอรูน มานด์ซูคิชถูกสกัดในเขตโทษ กองหลังแคเมอรูรนเคลียร์บอลไม่ขาด ไปเข้าทางอิวาน เปริซิช ง้างหลอกก่อนจะจ่ายให้อิวิก้า โอลิช ส่งบอลเข้าประตูให้ตาหมากรุกขึ้น 0-1

นาทีที่ 13 โครเอเชียบุกต่อเนื่อง ลูก้า โมดริช ได้ยิงเป็นจังหวะแรกของตัวเองแล้วแต่หลุดกรอบออกหลังไป

นาทีที่ 18 แคเมอรูน สวนกลับมาน่ากลัวเรียงหน้ากันสับไก แต่ถูกแผงหลังโครเอเชียบล็อคไว้ได้หลายจังหวะแล้วจบด้วยการที่ลูก้า โมดริชถูกทำฟาวล์หน้ากรอบเขตโทษตัวเองถึงขั้นได้เลือด

เกมผ่าน 20 นาที ทีมหมอผีบีบเกมตั้งแต่ในแดนของโครเอเชีย จนเกิดอาการเข้าไปทำฟาวล์ผู้เล่นตาหมากรุกจนทำให้เกมชะงักไปหลายจังหวะ

นาทีที่ 25 โครเอเชีย โยนบอลยาวไปที่แดนหน้าถึง โอลิช กองหน้าผู้ทำประตูแรกตัดสินใจหวดบอลทันทีบอลพุ่งออกหลังไปแบบไม่ได้ใกล้เคยงอะไรเลย นิโก้ โควัช ที่คุมทีมอยู่ข้างสนามได้แต่ยืนทำตาปริบๆ

ผ่านไปครึ่งชั่วโมงเกมไม่มีอะไรหวือหวา แคเมอรูนพยายามทั้งไล่บอล และตัดเกม แต่ก็ยังทวงคืนประตูตีเสมอไม่ได้ ในขณะที่ฝ่ายนำก็ยังไม่สามารถทำอันตรายอะไรเพิ่มเติม

นาทีที่ 34 โครเอเชียยังบุกไม่ยั้งและจังหวะเปิดโด่งหนนี้กดดัน ชาร์ลส์ อิตองเช ได้ถึงขั้นที่เจ้าตัวรับบอลหลุดมือ จนต้องเสียจังหวะเตะมุมให้คู่แข่งง่ายๆ

นาทีที่ 39 แคเมอรูนที่สกอร์ตามหลังอยู่เสียเปรียบยิ่งกว่าเดิมเมื่อ อเล็กซ์ ซง ไปเล่นนอกเกมทุบใส่หลัง มานด์ซูคิช ในจังหวะที่เข้าปะทะ เปโดร โปรเอนก้า ผู้ตัดสินที่เห็นเหตุการณ์เต็มตารุดเข้าถึงตัวจ่ายใบแดงให้ทันที

สถานการณ์ย่ำแย่ตกอยู่กับแคเมอรูนที่ช่วงท้ายครึ่งแรกต้องเล่น 10 คนก่อนยันสกอร์ 1-0 ไว้ได้จนถึงช่วงพักครึ่งเวลา

เปิดเกมครึ่งหลังมาได้ราว 3 นาที อิตองเชเปิดบอลไม่ดี เปริซิชตัดได้แล้วควบมาเองทางกราบขวา ทำท่าจะจ่ายให้เพื่อน แต่ยิงมุมแคบเข้าไปเองอย่างเจ็บ โครเอเชียนำห่าง 0-2 ในนาทีที่ 48

นาทีที่ 49 ทัพหมากรุกได้ใจบุกใส่ไม่ยัง ซามมิร จ่ายบอลทะลุช่องให้มานด์ซูคิช หลุดเดียวเข้าไปดวลกับอิตองเช ยังดีมีแนวรับแคเมอรูนมาแซะข้างหลัง ทำให้เสียจังหวะยิง บอลหลุดกรอบออกไป

นาทีที่ 57 นูนคูไปเสียฟาวล์หน้าเขตโทษ โครเอเชียได้โอกาสจากลูกนิ่ง แต่ดาริโย เซอร์นา ยิงกดไม่ลงบอลข้ามคานออกหลังไป

มาริโอ มานด์ซูคิช เบิกประตูแรกในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายของตัวเองได้สำเร็จในนาทีที่ 61 จากลูกโหม่งที่พาให้โครเอเชียหนีห่างไปเป็น 0-3

10 นาทีต่อมาแต้มยังคงไหลสู่ทางฝั่งโครเอเชีย นาทีที่ 73 เอดูอาร์โด้ ดาซิลวา ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาใหม่ โชว์ความฟิต ยิงไปแต่ยังติดเซฟของอิตองเช แต่บอลไหลเบา ๆ ไปเข้าทางมานด์ซูคิชพอดี ดาวยิงบาเยิร์น มิวนิค เก็บส้มหล่นนิ่ม ๆ 0-4

นาทีที่ 88 โครแอตได้สวน เพื่อนจ่ายมาให้ราคิติชดวลเดี่ยว ๆ กับผู้รักษาประตู กองกลางป้ายแดงของบาร์ซายกบอลข้ามตัวอย่างเหนือชั้น แต่เกี่ยวบอลมาเข้าประตูไม่ทัน ออกหลังไปแบบเขิน ๆ

เวลาที่เหลือท่ามกลางสภาพจิตใจของแคเมอรูนที่ไม่เป็นปึกแผ่น จบเกมด้วยชัยชนะของ โครเอเชียด้วยสกอร์ 0-4

Topics