แค่เดือนเดียว! บุรีรัมย์เผยยอดจำหน่ายเสื้อทะลุ 130,000 ตัว

ปธ.ปราสาทสายฟ้า เผยขายเสื้อแข่งไทยลีก เกิน 130,000 ตัว ในห้วงเวลาแค่ 1 เดือน โดยตั้งเป้าปีนี้ไว้ที่ 700,000 ตัว

เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เผยจำหน่ายชุดแข่งขัน สำหรับฟุตบอลภายในประเทศ ที่ผลิตและจัดจำหน่ายเองนั้น ขายไปได้แล้ว 130,000 กว่าตัว ภายในระยะเวลาแค่ 30 วัน ตั้งเป้าฤดูกาลนี้ขอทำยอด 700,000 ตัว พร้อมเฉลยเหตุผลที่ไม่เลือกแบรนด์ระดับโลก เพราะราคาสูงเกินไป

ปราสาทสายฟ้า จำหน่ายเสื้อแข่ง 3 แบบที่ใช้ในฤดูกาล 2018 ออกมาตั้งแต่เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา พร้อมกับได้รับกระแสตอบรับที่ดี ก่อนที่จะมีการแถลงข่าวความร่วมมือกับ วอริกซ์ ที่มาผลิตชุดแข่งสำหรับฟุตบอลถ้วย เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2018 โดย นายใหญ่ปราสาทสายฟ้า กล่าวในงานแถลงข่าวว่า


ข่าวอื่นๆ | ติดตามข่าว ฟุตบอลไทย เพิ่มเติมที่นี่


“8 ปีที่ผ่านมา เสื้อแข่งของบุรีรัมย์ เราทำมาตรฐานไว้สูงมาก ทั้งเรื่องของคุณภาพวัสดุที่ใช้, การตัดเย็บ, การออกแบบ สำคัญที่สุดคือเรื่องราคา จึงเป็นโจทย์ที่ยากสำหรับ วอริกซ์ ที่ต้องควบคุมคุณภาพและราคาให้เอาชนะใจแฟนบอลบุรีรัมย์ ปีที่แล้วเราต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจอาจไม่ดีนัก แต่เราก็จำหน่ายเสื้อได้ 600,000 ตัว แม้จะได้เล่นถ้วยเอเชีย แต่ปีนี้เราได้กลับไปเล่นถ้วยเอเชีย ก็ตั้งเป้าไว้ที่ 700,000 ตัว”

“วันนี้ครบรอบ 1 เดือนที่เราเปิดจำหน่ายชุดแข่ง 3 แบบของเราที่ผลิตและจำหน่ายเอง ตอนนี้เราขายไปได้แล้วประมาณ 130,000 กว่าตัว ภายใต้ กรอบราคาที่แฟนบอลบุรีรัมย์ฯ รู้อยู่แล้วว่า สโมสรจำหน่ายเสื้อราคาแค่ไหน ยิ่งเป็นเสื้อแข่ง ACL แฟนบอลบุรีรัมย์ฯ รอมา 2 ปี เพื่อที่จะซื้อเสื้อ และได้ใส่เสื้อตัวนี้ ก็เป็นสิ่งที่ยากสำหรับ วอริกซ์ ที่ต้องรับไปทำให้แฟนบอลประทับใจ”

“ผมเลือกใช้แบรนด์ไทย เพราะผมอยากสนับสนุนคนไทย ผมเชื่อว่าแบรนด์ไทย เข้าใจคนไทย ซึ่ง วอริกซ์ กำหนดราคาแค่ 690 บาท ที่สูงกว่าราคาเสื้อที่เราผลิต 50 บาท ตรงนี้ผมรับได้ และหวังว่าแฟนบอลจะรับได้เช่นกัน อาจจะมีคนตั้งคำถามว่า ทำไมผมไม่ใช้แบรนด์อื่น Nike, Adidas เพราะผมรับไม่ได้กับราคาพันกว่าบาท ที่แฟนบอลผมต้องจ่าย”

Topics