แอลจีเรียฮึดไล่เจ๊าหมีขาว 1-1 ลิ่วชนอินทรีเหล็กรอบหน้า

แอลจีเรียกลายเป็นทีมที่สองจากแอฟริกาที่ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์หลังไล่เจ๊ารัสเซียได้แบบสนุกคว้ารองแชมป์ของกลุ่มเอชไปครองและจะได้เจอกับเยอรมันในรอบต่อไป

วาฮิด ฮาลิลฮ็อดซิค จัดชุดใหญ่เพื่อหวังจะเป็นทีมที่สองจากทวีปแอฟริกาที่ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ โดยเกมนี้เป็นโซฟิยาน เฟกูลีที่ได้บัญชาเกมแดนกลางส่วนหน้าเป้าเป็นอิสลาม สลิมานีเป็นหน้าเป้า

ด้านฟาบิโอ คาเปลโลเกมนี้ตัดสินใจใช้หัวหอกคู่ด้วยการส่งอเล็กซานเดอร์ โคโครินลงมายืนคู่กับอเล็กซานเดอร์ เคอร์ซาคอฟโดยมีโอเล็ก ชาตอฟและวิคเตอร์ ฟายซูลินทำเกมสนับสนุน

ช่วงต้นเกมทั้งคู่ยังสู้กันได้อย่างสูสีและนาทีที่ 6 รัสเซียก็มาได้ประตูออกนำจากจังหวะที่กอมบารอฟเติมขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนเปิดเข้าไปให้โคโครินที่เทคตัวโขกเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงามช่วยให้หมีขาวขึ้นนำไปก่อน 1-0

พอโดนนำแอลจีเรียก็พยายามบุกอย่างหนักเพื่อทวงประตูคืนแต่กลายเป็นรัสเซียที่มาได้ลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 19 และเป็นโคโครินคนเดิมที่ได้โขกอีกครั้งแต่คราวนี้บอลผ่านหน้าปากประตูออกไป

แอลจีเรียยังต่อเกมขึ้นมาไม่ได้เลยและเป็นรัสเซียที่ได้ลุ้นมากกว่าและนาทีที่ 26 ทีมหมีขาวก็มาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ชาตอฟลุยขึ้นมาก่อนซัดด้วยขวาบอลติดไซด์ก้อยออกหลังไปนิดเดียว

แต่นาทีต่อมาแอลจีเรียมาได้ลุ้นบ้างและเป็นโอกาสครั้งแรกของพวกเขาและเป็นเม็ดบาห์ที่ได้ยิงแต่ยังไปเข้าซองของอกินเฟเยฟ

และนาทีที่ 29 แอลจีเรียน่ามาได้ประตูตีเสมอแบบสุดๆจากลูกเตะมุมที่บอลขลุกขลิกกันก่อนมาเข้าทางสลิมานีได้โขกคนเดียวโล่งๆแต่อกินเฟเยฟยังโชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด

แอลจีเรียเริ่มตั้งเกมบุกได้และมาได้ลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 35 และเป็นบราฮิมีที่ได้ตั้งป้อมตะบันด้วยขวาจากนอกกรอบแต่อกินเฟเยฟยังป้องกันไว้ได้อีกครั้ง

แอลจีเรียยังมาได้ลุ้นต่อเนื่องและในนาทีที่ 43 พวกเขาก็มาได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกเตะมุมและเป็นสลิมานีที่ได้โขกคนเดียวโล่งๆอีกครั้งแต่ก็ยังไปตรงตัวอกินเฟเยฟ ก่อนจะไม่มีประตูเพิ่มเติมจบครึ่งแรกเป็นรัสเซียที่นำอยู่ 1-0

เริ่มครึ่งหลังมาแค่สองนาทีรัสเซียเกือบมาได้ประตูทิ้งห่างจากจังหวะที่ซาเมดอฟทำชิ่งกับโคโครินหลุดเดี่ยวไปยิงแต่เอ็มโบลียังปัดออกไปได้แบบไม่น่าเชื่อ

ทั้งสองทีมยังสู้กันได้แบบสูสีและเป็นแอลจีเรียที่มาได้ลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 58 จากลูกตั้งเตะและเป็นเบลกาเลมที่ได้โขกแต่อกินเฟเยฟยังป้องกันไว้ได้อีกครั้ง

และนาทีที่ 60 แอลจีเรียก็มาได้ประตูตีเสมอจนได้จากลูกตั้งเตะและเป็นเฟกูลีที่เปิดให้สลิมานีได้โขกที่เสาสองเข้าไปช่วยให้ทีมจากแอฟริกาไล่ตีเสมอเป็น 1-1 และหากจบสกอร์นี้แอลจีเรียจะเป็นฝ่ายเข้ารอบแทนทันที

พอโดนตีเสมอสองนาทีต่อมารัสเซียเกือบมาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งและคราวนี้เป็นเดนิซอฟที่ได้ตั้งป้อมตะบันแต่เอ็มโบลียังปัดก่อนตามมาตะครุบได้ทัน

เกมเริ่มสนุกขึ้นมาเรื่อยๆหลังทั้งสองฝ่ายเริ่มเปิดหน้าเข้าใส่กันและเป็นรัสเซียที่มาได้ลุ้นในนาทีที่ 70 จากจังหวะที่เคอร์ซาคอฟได้ยิงด้วยขวาแต่เอ็มโบลียังรับไว้ได้อีกครั้ง

รัสเซียเริ่มเดินหน้าบุกเข้าใส่อย่างหนักเพื่อหวังจะขึ้นนำอีกครั้งให้ได้แต่ก็ไม่เฉียบคมกันเองก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหมดเวลาเป็นแอลจีเรียที่เสมอกับรัสเซียไป 1-1 มีเพิ่มเป็น 4 คะแนนคว้ารองแชมป์ของกลุ่มเอชไปครองโดยจะได้ไปเจอกับเยอรมันในรอบ 16 ทีมสุดท้ายส่วนรัสเซียกอดคอกับเกาหลีใต้ตกรอบไป

Topics