แลมพ์สำรองเยือนถิ่นเก่า! สิงห์ยิงเรือไม่ล่มจบเจ๊า 1-1

การกลับมาเยือนเดอะ บริดจ์ ในฐานะคู่แข่งของซูเปอร์แฟรงค์ ที่ถูกส่งลงสนามในช่วง 13 นาทีสุดท้าย จบลงด้วยผลสกอร์เดียวกับนัดแรกที่พบกัน ทำให้เชลซียังนำห่าง 5 แต้มเท่าเดิม

โชเซ มูรินโญ หมดสิทธิ์ใช้งาน ดีเอโก้ คอสต้า ดาวซัลโวประจำทีมที่ติดโทษแบน 3 นัดจากการเล่นนอกเกมใส่ เอ็มเร ชาน แข้งลิเวอร์พูลในเกมลีกคัพนัดล่าสุด รวมถึง เชสก์ ฟาเบรกาส ที่บาดเจ็บด้วย ทำให้ต้องปรับมาใช้ โลอิก เรมี ยืนเป็นหน้าเป้าแทน โดยมี วิลเลียน, ออสการ์ และ เอเด็น อาซาร์ คอยสนับสนุนเกมรุกอยู่ข้างหลัง

ด้านทีมเยือนของ มานูเอล เปเยกรินี ขาดตัวหลักแค่ ยาย่า ตูเร่ ที่ไปรับใช้ทีมชาติไอวอรีโคสต์แค่รายเดียวเท่านั้น ทำให้สามารถจัดชุดใหญ่ลงเล่นได้เต็มอัตราศึก นำโดยดาวยิงหมายเลขหนึ่งของทีมอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร ซึ่งจะลงทำเกมรุกร่วมกับ เฆซุส นาบาส, ดาบิด ซิลบา และ เจมส์ มิลเนอร์ ส่วน แฟรงค์ แลมพาร์ด ยังต้องรอโอกาสลงเหยียบสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในฐานะคู่แข่งของสิงห์บลูส์ที่ม้านั่งสำรองไปก่อน

ครึ่งแรกเกมเป็นไปอย่างสนุกสูสี ทั้งสองทีมมีโอกาสลุ้นทำประตูพอๆกัน จนกระทั่งในช่วงท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 41 เป็นเชลซีที่มาพังประตูขึ้นได้สำเร็จ จากจังหวะที่ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช วางบอลยาวเข้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้ายให้ อาซาร์ วิ่งไปตบเข้ากลางให้ เรมี แปด้วยขวาจ่อๆเข้าไป ส่งให้เจ้าบ้านออกนำ 1-0

แต่ซิตี้ก็มาตีเสมอได้แบบทันควันในนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก จากจังหวะที่ นาบาส โยนบอลจากกราบขวาเข้าเขตโทษ แต่ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ออกมาชกบอลพลาด ทำให้ลูกเลยแถวสองเข้าเท้าซ้ายของ อเกวโร ยิงยัดไปโดน ซิลบา สไลด์ตามน้ำเข้าประตูไป ทำให้จบ 45 นาทีแรกด้วยผลเสมอ 1-1

ครึ่งหลังเกมก็ยังเป็นไปในลักษณะคล้ายๆกับครึ่งแรก ทำให้ยังดูไม่ออกว่าทีมใดจะเป็นฝ่ายคว้าชัย ก่อนที่ทั้งสองทีมจะตัดสินใจแก้เกมด้วยการส่งตัวทีเด็ดลงมา เริ่มจากฝั่งเรือใบสีฟ้าเปลี่ยน แลมพาร์ด ลงมาดวลทีมเก่าอีกครั้งแทนที่ของ เฟอร์นันโด ในนาทีที่ 77 ส่วนสิงห์บลูส์ส่ง ดิดิเยร์ ดร็อกบา หอกจอมเก๋าลงมาแทน วิลเลียน ในนาทีที่ 80

ช่วงท้ายเกมเป็นซิตี้ที่พับสนามครองบอลนวดอยู่แทบจะข้างเดียว แต่ก็ไม่สามารถเจาะแนวรับของเชลซีเข้าไปลุ้นทำประตูได้เลย ส่งผลให้สุดท้ายจบเกมเสมอกันไป 1-1 กอดคอแบ่งกันไปทีมละแต้ม ทำให้สิงห์บลูส์ยังนำเป็นจ่าฝูงห่างเรือใบสีฟ้า 5 แต้มเท่าเดิม