แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-2 เซาแธมป์ตัน : อิบราเหมาสองพาผีแซงคว้าแชมป์

ซูเปอร์ซลาตันระเบิดฟอร์มสุดยอดทำสองประตูบันดาลแชมป์แรกกับปีศาจแดงของตัวเอง หรือถือเป็นแชมป์ลีกคัพสมัยที่ 5 ของสโมสรด้วย

ศึกอีเอฟแอลคัพ  2016-2017 รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ เป็นการพบกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อดีตแชมป์ 4 สมัย ดวลกับอดีตรองแชมป์เมื่อปี 1979 อย่าง เซาแธมป์ตัน 

โชเซ มูรินโญ กุนซือปีศาจแดง กลับมาใช้บรรดาผู้เล่นที่ได้พักในเกมยูโรป้าลีกเมื่อกลางสัปดาห์ที่บุกชนะแซงต์ เอเตียง 1-0 อย่าง ดาบิด เด เฮอา, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, อันเดร์ เอร์เรรา, เจสเซ ลินการ์ด และ อ็องโตนี มาร์กซิยาล ลงเล่นเป็น 11 คนแรกอีกครั้ง

ด้านนักบุญของ โคล้ด ปูแอล ตัดสินใจตัวจริงชุดเดิมจากนัดล่าสุดเมื่อสองสัปดาห์ก่อนในพรีเมียร์ลีกที่บุกถล่มซันเดอร์แลนด์ 4-0 ลงเล่นทั้งหมด นำโดยกองหน้าตัวใหม่ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงอย่าง มาโนโล กับเบียดินี ซึ่งจะได้ประเดิมสนามในรายการนี้เป็นนัดแรกด้วย

ออกสตาร์ทเกมมาเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น เป็นยูไนเต็ดที่ได้โอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ ปอล ป็อกบา ลองส่องไกลด้วยขวาบริเวณหัวกะโหลกหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลยังไม่หนีมือของ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ มากนัก กอ่นจะชกทิ้งออกไปได้

ถัดมานาทีที่ 10 เซาแธมป์ตันส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายไปแล้วแต่กลับไม่ได้ประตูขึนนำ จากจังหวะที่ เซดริค โซอาเรส เปิดบอลบริเวณริมหรอบเขตโทษฝั่งขวาให้ กับเบียดินี แปด้วยขวาจ่อๆเข้าไป แต่กลับถูกจับเป็นลูกล้ำหน้า ทั้งนี้คนที่ยืนล้ำหน้าจริงๆคือตัวถัดไปอย่าง ไรอัน เบอร์ทรานด์

เมื่อสามารถรอดพ้นการเสียประตูแบบหวุดหวิด ปีศาจแดงก็มาฉวยโอกาสขึ้นนำได้สำเร็จ ในนาทีที่ 19 จากลูกฟรีคิกระยะประมาณ  25 หลาที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ซัดเต็มข้อด้วยขวาส่งบอลพุ่งโค้งข้ามกำแพงหนีมือ ฟอร์สเตอร์ เข้าไปอย่างสวยงาม ช่วยให้อดีตแชมป์ 4 สมัยออกนำ 1-0

หลังต้องตกเป็นรอง ทำให้เซาแธมป์ตันเริ่มเร่งเกมบุกเพื่อหวังตีเสมอให้ได้ และมีโอกาสได้เสียว ในนาทีที่ 27 จากจังหวะที่ กับเบียดินี พักบอลหน้าเขตโทษก่อนไหลย้อนไปให้ เจมส์ วอร์ด พราวส์ กดด้วยขวา แต่ยังไม่ผ่านมือ เด เฮอา พุ่งปัดทิ้งออกข้าง

ต่อมานาทีที่ 31 เดอะ เซนต์ส ยังครองเกมบุกได้ต่อเนื่อง และได้จบสกอร์อีกครั้ง จากจังหวะที่ นาธาน เรดมอนด์ ไหลบอลให้ ดูซาน ทาดิช ได้อัดด้วยซ้าย แต่ลูกก็ยังไม่ห่างตัว เด เฮอา ล้มตะครุบไว้ได้ไม่ผิดพลาด

แต่แล้วกลับเป็นยูไนเต็ดที่เด็ดขาดกว่า เมื่อมาบวกลูกสองเพิ่มได้อีก ในนาทีที่ 38 จากจังหวะที่ มาร์กอส โรโฮ ไหลบอลทางกราบซ้ายให้ ลินการ์ด ซัดเรียดด้วยขวาส่งลูกไหลเสียบโคนเสาไกลเข้าไป ทำให้ปีศาจแดงหนีห่างเป็น 2-0

อย่างไรก็ตาม เซาแธมป์ตันยังไม่ยอมง่ายๆ เมื่อมาตีไข่แตกในเวลาสำคัญช่วงทดเจ็บนาทีที่ 45+1 จากจังหวะที่ วอรด์ พราวส์ เปิดบอลเรียดจากสุดเส้นหลังฝั่งขวาให้ กับเบียดินี โฉบมาชาร์จระยะเผาขนแฉลบลอดขาของ เด เฮอา เข้าไป ทำให้จบครึ่งแรกนักบุญไล่มาเป็น 1-2

กลับมาสู้กันต่อในครึ่งหลังเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น กลายเป็นฝั่งของเซาแธมป์ตันที่สามารถตามตีเสมอได้แบบรวดเร็ว จากจังหวะที่ สตีเวน เดวิส โหม่งชงเข้าเขตโทษให้ กับเบียดินี ตวัดยิงด้วยซ้ายข้างถนัดแบบไม่จับตุงตาข่าย ทำให้เกมกลับมาเท่ากันทุกอย่างอีกครั้งที่ 2-2

จากนั้นเกมสู้กันได้แบบสนุกสูสี จนกระทั่งในช่วงท้ายนาทีที่ 87 ยูไนเต็ดเป็นฝ่ายมาพังประตูขึ้นนำได้อีกครั้ง จากจังหวะที่ เอร์เรรา บรรจงหยอดบอลจากริมกรอบเขตโทษให้ อิบราฮิโมวิช เทกตัวโขกเหน่งๆเข้าไป ส่งให้ปีศาจแดงนำ 1-0

สุดท้ายแล้วไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้จบเกมเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เฉือนชนะไปแบบสุดระทึก 3-2 ผงาดคว้าแชมป์ลีกคัพได้เป็นสมัยที่ 5 ส่วนเซาแธมป์ตันอกหักได้เพียงแค่รองแชมป์สมัยที่ 2