ไม่จ่ายตกชั้น! ส.บอลให้ท่าเรือ48ชม.คืนเงิน4.2ล้าน

สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยืดเวลาให้ ท่าเรือ เอฟซี ตัดสินใจเรื่องจ่ายเงินคืน 4.2 ล้านบาท ภายใน 48 ชั่วโมง ไม่เช่นนั้นจะถูกปรับตกชั้น หลังสำรองจ่ายให้ฟีฟ่าไปก่อนแล้ว

เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ ประธานฝ่ายกฎหมายสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย “บิ๊กเปี๊ยก” องอาจ ก่อสินค้า ประธานบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก ได้ เรียก บอร์ดบริหาร สิงห์ท่าเรือ และ บอร์ดบริหารท่าเรือ เอฟซี ชุดทีมบริหารใหม่ของสโมสร เข้ามา เคลียร์กรณี ค้างค่าจ้างนักเตะ มาธิอัส คริสเทน จำนวน 4.2 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก ได้นำเงินสนับสนุนของ สิงห์ท่าเรือ งวดสุดท้ายเมื่อฤดูกาล2014สำรองจ่ายให้นักเตะไปเรียบร้อย ตามที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า)ได้ยื่นคำชี้ขาดมาช่วงปลายปีก่อน แต่ทางสิงห์ ท่าเรือ ไม่ยอมความต้องการเรียกร้องเงินคืน ทำให้มีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น โดยในที่ประชุม สิงห์ท่าเรือ ส่ง นายไพฑูรย์ ทองคำ อดีตที่ปรึกษาสโมสร มาเป็นตัวแทน ส่วน ท่าเรือ เอฟซี มี นายอิทธิพล สัมภูพันธุ์ กับ นายปิยะพันธ์ ชบา มาเป็นตัวแทน

นาย นรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ ประธานฝ่ายกฎหมายสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ชี้แจงหลังจากจบการประชุมกับการท่าเรือ ว่า “ท่าเรือ เอฟซี ซึ่งเป็นทีมบริหารชุดใหม่ของสโมสรยัง ไม่ยอมรับการหักเงินสนับสนุนงวดแรก ที่ทางสมาคมฯจะหักและจ่ายให้ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยทางท่าเรือ เอฟซี ได้ขอเวลากับทางคณะกรรมการ และทางสมาคมฯอีก 48 ชม. เพื่อ นำเรื่องนี้เข้าสู่วาระที่ประชุมของสโมสร ซึ่งทาง “บิ๊กเปี๊ยก” องอาจ ก่อสินค้า ประธาน ทีพีแอล ก็เห็นด้วยตามข้อตกลงที่ทางท่าเรือ เอฟซีขอมา และแม้ว่าทาง ทีพีแอล จะต้องการความชัดเจนให้เร็วที่สุด แต่ก็อยากให้ค่อยๆประณีประณอมกัน จึงตกลงให้เวลากับทางท่าเรือ เอฟซีได้ตัดสินใจอีก 48 ชม.”

ประธานฝ่ายกฎหมายสมาคมฟุตบอลฯ เผยอีกว่า “เราเรียกทั้ง 2 ฝ่าย (สิงห์ท่าเรือ และท่าเรือ เอฟซี) มาคุยกัน เพื่อที่จะให้ทางท่าเรือ เอฟซี ยอมจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวคืนให้แก่ทาง สิงห์ ท่าเรือ แต่ตัวแทนของทางท่าเรือ เอฟซีที่มาในวันนี้นั้น ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจมากพอ จึงได้ยื่นเรื่องขอเวลาอีก 48 ชม. ซึ่งทางTPL และสมาคมฯก็ยอมให้ตามคำขอดังกล่าว และ หากครบตามกำหนดเวลาแล้ว ทางท่าเรือ เอฟซี ยืนยันที่จะไม่จ่ายเงินก้อนนี้ ทางสมาคมฯและคณะกรรมการก็จำเป็นที่จะต้องดำเนินการไปตามดุลยพินิจ

โดย ต้องดูอีกทีว่าจะตัดให้เหลือแข่งเพียง 17 ทีม หรือจะหาทีมจากดิวิชั่น 1 ขึ้นมาแทน โดยหากทีมที่ได้ขึ้นมาแทน ก็ต้องเป็นผู้รับภาระคืนเงินจำนวนนี้ให้แก่สมาคมฯต่อไป”