ไม่ง่ายเหมือนนัดก่อน! แซมบ้าเหนื่อยบุกเฉือนออสเตรียหืดจับ 2-1

โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน มิดฟิลด์จากฮอฟเฟนไฮม์ กลายเป็นฮีโร่ของทัพเซเลเซา หลังลุกจากม้านั่งสำรองลงมาซัดประตูชัยในช่วงก่อนหมดเวลา 7 นาทีพาทีมเอาชนะออสเตรียได้หวุดหวิด

มาร์เซล โคลเลอร์ กุนซือเจ้าบ้าน ต้องขาดกำลังสำคัญของทีมอย่าง ดาวิด อลาบ้า ดาวเตะจากบาเยิร์น มิวนิค เนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บจนต้องถอนตัวออกไป ทำให้ต้องฝากความหวังไว้ที่บรรดาแนวรุกอย่าง รูบิน โอโกตี, มาร์ติน ฮาร์นิค และมาร์โก อาร์เนาโตวิช

ด้านทีมเยือนของ คาร์ลอส ดุงก้า จัดชุดใหญ่ลงสนามได้แบบไม่มีปัญหาใดๆ โดยมีหอกฟอร์มแรงอย่าง หลุยส์ อาเดรียโน ยืนเป็นหน้าเป้าคอยประสานในเกมรุกร่วมกับ วิลเลียน, ออสการ์ และกัปตันทีมหมายเลข 10 อย่าง เนย์มาร์

ครึ่งแรกเกมเป็นไปอย่างสนุกสูสี ทั้งสองทีมมีโอกาสลุ้นทำประตูพอๆกัน แต่ยังไม่ฝ่ายใดสามารถเจาะตาข่ายฝั่งตรงข้ามได้ ทำให้จบ 45 นาทีแรกไปแบบไร้สกอร์ที่ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลังเป็นฝั่งบราซิลที่ครองบอลบุกออสเตรียได้มากว่า จนกระทั่งนาทีที่ 64 ก็มาพังประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากลูกเตะมุมฝั่งซ้ายที่ ออสการ์ เปิดเข้าไป และเป็น ดาวิด ลุยซ์ ที่วิ่งโฉบตัดหน้า สเตฟาน อิลซานเกอร์ กองกลางเจ้าบ้านก่อนจะโขกเต็มศีรษะเข้าไปอย่างเฉียบขาด ส่งให้ทัพเซเลเซาบุกมานำ 1-0

ถัดมาแค่ 3 นาที ออสเตรียเกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ อาร์เนาโตวิช ได้บอลทางฝั่งซ้าย ก่อนจะหาโอกาสซัดไกลด้วยขวา แต่ยังโดน ดานิโล แบ็คขวาแซมบ้าสไลด์บล็อคบอลให้เปลี่ยนทางออกหลังไปได้

แต่แล้วในนาทีที่ 75 เจ้าบ้านมาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ อันเดรียส ไวมันน์ ตัวสำรอง โดน ออสการ์ สไลด์ทำฟาวล์ในเขตโทษ และเป็น อเล็กซานเดอร์ ดราโกวิช ที่รับหน้าที่สังหารลูกนิ่ง 12 หลาเข้าไปไม่พลาด ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 1-1

ท้ายเกม บราซิล เร่งเกมรุกมากขึ้นเพื่อหวังขึ้นนำให้ได้อีกครั้ง จนกระทั่งนาทีที่ 83 ก็มาทำสำเร็จ จากจังหวะที่ ฟิลิเป้ หลุยส์ ไหลให้ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน ตัวสำรองซัดไกลด้วยขวาส่งบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสวยงาม และทำให้ทีมแชมป์โลก 5 สมัยขึ้นนำอีกครั้งที่ 2-1

ช่วงทดเจ็บ ออสเตรีย พยายามบอมบ์ลูกโด่งเข้าใส่แนวรับบราซิลอย่างหนัก เพื่อหวังตีเสมอในบ้านของตัวเองให้ได้ แต่สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จ ทำให้จบเกมเป็นทัพเซเลเซาที่บุกมาเฉือนชนะไปได้แบบหืดจับ 2-1