ไม่น้อยหน้าเสือ! โด้เบิ้ลราชันอัดโอซาซูนา 4-0 ทวงรองจ่าฝูง

หลังจากที่ทีมของเป็ปถล่มแวร์เดอร์ เบรเมนไปเมื่อช่วงค่ำ เรอัล มาดริดก็ไม่น้อยหน้าหลังอัดทีมที่ต้องการดิ้นรนหนีการตกชั้นไปแบบสบายเท้า พร้อมเก็บสามแต้มแซงบาร์ซาขึ้นมาอยู่ที่ 2 แล้ว

คาร์โล อันเชล็อตติ ไม่มีแกเร็ธ เบลที่มีอาการบาดเจ็บในเกมนี้ แต่ยังมีชื่อของคริสเตียโน โรนัลโด้ ที่วันได้ประสานงานในแนวรุกร่วมกับ อัลบาโร โมราต้าและอังเคล ดิ มาเรีย

ด้านฆาบี การ์เซีย วาง โอริโอล ริเอราเป็นกองหน้าตัวเป้าโดนมีมิเกล เด ลาส กูเอบาส, เอมิเลียโน อาร์เมนเตรอสและ อัลบาโร เซฆูโด้เป็นตัวสนับสนุนในแดนกลาง

เริ่มเกมมาเป็นมาดริดที่เดินหน้าเข้าใส่ทันทีและก็มาได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 6 จากจังหวะที่ดิ มาเรีย วางบอลข้ามฟากให้โรนัลโด้ วางเท้าซัดด้วยขวาจากระยะ 27 หลาบอลแฉลบดาเมียฮุกเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงามช่วยให้ทีมออกนำไปก่อน 1-0

พอตกเป็นฝ่ายตามหลัง โอซาซูนาก็เร่งเครื่องบ้างเพื่อหวังจะตีเสมอให้ได้โดยเร็วแต่กลับไม่เฉียมคมและเกือบมาโดนเรอัล มาดริดทิ้งห่างจากลูกโต้กลับในนาทีที่ 23 จากจังหวะที่โรนัลโด้เปิดให้รามอสโขกแต่บอลข้ามคานออกไป

เรอัล มาดริดยังมาได้ลุ้นต่อเนื่องและนาทีที่ 30 พวกเขาก็น่ามาได้ประตูทิ้งห่างอีกครั้งจากจังหวะที่โรนัลโด้ได้ยิงฟรีคิกจากด้านข้างบอลพุ่งผ่านเสาสองออกไปอย่างน่าเสียดาย

และนาทีที่ 40 เรอัล มาดริดก็น่ามาได้ประตูที่สองจากจังหวะที่โรนัลโด้ได้ไหลเรียดเข้ามาให้โมราต้าชาร์จที่เสาแรกแต่ไปติดเซฟของอันเดรส เฟอร์นันเดส ก่อนที่ช่วงเวลาที่เหลือทั้งคู่จะทำประตูกันไม่ได้ จบ 45 นาทีแรกราชันชุดขาวนำอยู่ 1-0

เริ่มครึ่งหลังมาเป็นมาดริดที่ยังได้ลุ้นทำประตูมากกว่าและนาทีที่ 50 ก็มาได้ลุ้นจากจังหวะที่โรนัลโด้จ่ายให้โมดริชยิงติดไซด์ก้อยข้ามคานออกไปนิดเดียว

และสองนาทีถัดมามาดริดก็มาได้ประตูทิ้งห่างออกไปจนได้จากจังหวะที่โรนัลโด้เลี้ยงตัดเข้าในก่อนซัดด้วยขวาบอลติดไซด์เสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสวยงามทำให้ราชันชุดขาวทิ้งห่างไปเป็น 2-0 และเป็นประตูที่ 30 ของปีกชาวโปรตุกีสในฤดูกาลนี้แล้ว

และนาทีที่ 60 เรอัล มาดริดก็มาได้ประตูทิ้งห่างออกไปอีกและคราวนี้เป็นดิ มาเรียที่เปิดเข้ามาให้รามอสเติมขึ้นมาโขกเข้าไปช่วยให้ทีมนำโอซาซูนาห่างเป็น 3-0

พอนำห่างคาร์โล อันเชล็อตติก็ตัดสินใจถอดผู้เล่นตัวหลักออกมาพักทั้งในรายของคริสเตียโน โรนัลโด้, ลูก้า โมดริชและอังเคล ดิ มาเรียและเป็น คาเซมิโร, ซาบี้ อลอนโซและดาเนียล การ์บาฆาลที่ลงเล่นแทน

และนาทีที่ 83 เรอัล มาดริดก็มาได้ประตูปิดกล่องจากจังหวะที่อิสโก้ตักบอลเข้าไปให้การ์บาฆาลสอดมาโหม่งข้ามหัวอันเดรส เฟร์นานเดซเข้าไป ทำให้เจ้าถิ่นทิ้งห่างไปเป็น 4-0

ช่วงเวลาที่เหลือโอซาซูนา พยายามบุกอย่างหนักเพื่อหวังจะตีไข่แตกให้ได้แต่ก็ทำได้ไม่สำเร็จก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหมดเวลาเป็นเรอัล มาดริดที่เปิดบ้านถล่มไป 4-0 เก็บสามคะแนนแซงบาร์เซโลนาขึ้นมารั้งที่สองด้วยการมีแต้มมากกว่าหนึ่งแต้ม

Topics