ไม่น้อยหน้าโด้! เมสซีแฮตทริคพาบาร์ซารัวแซงนกแก้ว 5-1 กลับขึ้นที่ 2

หลังจากซีอาร์เซเว่น กดแฮตทริคไปเมื่อวันเสาร์ แข้งซ้ายมหัศจรรย์ชาวอาร์เจนไตน์ก็เหมายิงคนเดียวสามลูกได้เช่นกัน พาบาร์ซาถล่มทีมร่วมแคว้นขาดลอย

หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือเจ้าบ้าน ยังจัดชุดที่ดีที่สุดลงเล่น แม้จะมีโปรแกรมสำคัญช่วงกลางสัปดาห์ ที่จะพบกับปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยใช้สามประสาน MSN อย่าง ลิโอเนล เมสซี, หลุยส์ ซัวเรซ และ เนย์มาร์ ทำเกมร่วมกันในแดนหน้า

ด้านทีมเยือนของ เซร์คิโอ กอนซาเลซ โซเรียโน หวังจะเก็บแต้มให้ได้ในศึกแห่งศักดิ์แห่งแคว้นกาตาลันนี้เช่นกัน โดยใช้ เฟลิเป้ ไซเซโด้ ยืนเป้นหน้าเป้า คอยประสานร่วมกับเพลย์เมคเกอร์ซึ่งเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในแนวรุกของทัพตรานกแก้วอย่าง เซร์คิโอ การ์เซีย

เปิดฉากเกมมาทั้งสองทีมผลัดกันรุกรับอย่างสนุกสมกับเป็นดาร์บี้แมตช์แคว้นกาตาลัน จนกระทั่งนาทีที่ 13 เป็นเอสปันญอลที่มาได้ประตูขึ้นนำแบบช็อคเหล่าสาวกอาซูลกรานาในคัมป์นู จากจังหวะที่ ไซเซโด้ ไปขโมยบอลจาก บุสเก็ตส์ มาได้ ก่อนที่มาเข้าทาง เซร์คิโอ การ์เซีย กระชากจากกราบขวาก่อนจะล็อคตัดเข้าในหนี ปิเก้ แล้วกดเรียดด้วยซ้ายส่งบอลเสียบเสาเข้าไปอย่างเฉียบคม ทำให้ทีมเยือนบุกมานำ 1-0

จากนั้นบาร์ซาบุกหนักเพื่อตีเสมอให้ได้โดยเร็ว และเกือบทำสำเร็จ ในนาทีที่ 29 จากลูกปั่นฟรีคิกบริเวณครึ่งวงกลมหน้ากรอบเขตโทษของ เมสซี ที่บอลโค้งข้ามกำแพงไปแล้ว แต่กลับไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

2 นาทีต่อมา เจ้าบ้านมีโอกาสอีกครั้ง จากลูกเตะมุมฝั่งขวาที่ อิวาน ราคิติช เปิดให้ ปิเก้ ได้โขกเต็มศีรษะ แต่บอลยังไปตรงตัว กืโก้ กาซิยา รับเข้าซองไว้ได้

ถัดมานาทีที่ 35 อาซูลกรานามีลุ้นตีเสมออีกหน จากจังหวะที่ ราคิติช ได้บอลทางกราบขวาก่อนจะตบเข้ากลาง ชาบี ดีดย้อนมาแถวสองให้ ซัวเรซ แปด้วยซ้ายแต่บอลเรียดหลุดกรอบออกไป

2 นาทีต่อมา ยังเป็นโอกาสของบาร์ซาที่จะตีเสมอ จากจังหวะที่ เมสซี บรรจงงัดบอลข้ามแนวรับทีมเยือนให้ ฆอร์ดี้ อัลบ้า หลุดกับดักล้ำหน้าสอดขึ้นมาแปด้วยซ้ายจ่อๆ แต่ไปติดเซฟของ กาซิยา ก่อนที่บอลจะกระดอนมาโดนแบ็คซ้ายทีมชาติสเปนออกหลังไปแบบโชคร้าย

แต่แล้วในช่วงทดเจ็บครึ่งแรก เจ้าบ้านก็มาทำประตูตีเสมอที่ต้องการจนได้ จากจังหวะที่ ชาบี ได้บอลหน้าเขตโทษ ก่อนจะดีดย้อนมาแถวสองให้ เมสซี แต่งหนึ่งทีก่อนจะบรรจงซัดด้วยขวา บอลติดไซด์โป้งโค้งเสียบเสาเข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้จบ 45 นาทีแรกสกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 1-1

เข้าสู่ครึ่งหลังได้เพียง5 นาทีเท่านั้น บาร์ซาก็มาพลิกขึ้นนำได้อย่างรวดเร็ว จากการประสานกันของแก็งค์ MSN โดยเริ่มจาก เนย์มาร์ ลากขึ้นมาทางกราบซ้าย ก่อนจะไหลต่อให้ ซัวเรซ ตบเข้ากลางให้ เมสซี แตะลอดขา ฆวน ฟูเอนเตส กองหลังเอสปันญอล ก่อนจะซัดด้วยขวาเข้าไปอย่างเด็ดขาด ส่งให้อาซูลกรานาเป็นฝ่ายออกนำบ้างที่ 2-1

หลังจากยิงประตูที่สองได้ เกมก็เริ่มเข้าทางเจ้าบ้าน เมื่อมาบวกลูกที่สามเพิ่มได้อีก ในนาทีที่ 53 จากลุกเตะมุมฝั่งขวาที่ ราคิติช เปิดให้ ปิเก้ ขึ้นโขกเต็มหัวเข้าไปแบบตาข่ายแทบขาด ส่งให้บาร์ซาหนีห่างเป็น 3-1

จากนั้นอาซูลกรานาเริ่มผ่อนเกมลงไป แต่ก็ยังมาใส่สกอร์ที่สี่เพิ่มอีกจนได้ ในนาทีที่ 77 จากจังหวะที่ อัลบ้า วางยาวจากแดนตัวเองให้ เปโดร โรดริเกวซ เกี่ยวบอลลงแล้วแปด้วยขวาเสียบเสาไกลเข้าไปให้เจ้าบ้านนำห่างเป็น 4-1

ถัดมาแค่ 4 นาทีเท่านั้น บาร์ซามาบวกลูกที่ห้าเพิ่มได้อีก จากจังหวะที่ เมสซี กระชากขึ้นทางกราบขวาก่อนจะทำชิ่งกับ เปโดร แล้วตวัดแปด้วยขวาง่ายๆเข้าไปให้อาซูลกรานานำห่างแบบหายห่วงถึง 5-1 และยังเป็นแฮตทริคของซูเปอร์สตาร์ลูกหนังชาวอาร์เจนไตน์ด้วย

สดท้ายจบเกมเป็นบาร์เซโลนาที่เปิดคัมป์นูไล่ถล่มไปแบบขาดลอยถึง 5-1 เก็บสามแต้มแซงแอตเลติโก มาดริดกลับเป็นรั้งรองจ่าฝูงได้สำเร็จ ส่วนเอสปันญอลหยุดอยู่อันดับ 12 เหมือนเดิม