ไร้เทียมทาน! คอสต้าซัดชัยพาสิงห์พลิกเด็ดปีกหงส์คาแอนฟิลด์ 2-1

สิงโตน้ำเงินครามยังคงแข็งแกร่งเหมือนเดิมแม้จะโดนขึ้นนำไปก่อนแต่พวกเขาก็ยังพลิกกลับมาชนะได้ และรักษาสถิติไร้พ่ายต่อไป

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือเจ้าบ้าน กลับมาใช้บรรดาตัวหลักลงเป็น 11 ตัวจริงอีกครั้ง หลังจากได้พักมาในเกมยูซีแอลเมื่อกลางสัปดาห์ โดยเป็น มาริโอ บาโลเตลลี ที่ได้ยืนเป็นหน้าเป้า และมี ฟิลิปเป้ คูตินโญ กับ ราฮีม สเตอร์ลิง คอยสร้างความจี๊ดจ๊าดทางริมเส้น

ด้านทีมเยือนของ โชเซ มูรินโญ ได้ ดีเอโก้ คอสต้า ที่สลัดปัญหาบาดเจ็บกลับมาลงยืนเป็นหอกตัวเป้าอีกครั้ง โดขจะประสานงานในแนวรุกร่วมกับ ออสการ์, เชสก์ ฟาเบรกาส และเอเด็น อาซาร์

เริ่มเกมมาได้เพียง 9 นาทีเท่านั้น เป็นฝั่งหงส์แดงที่ทำประตูออกนำได้อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ เอ็มเร ชาน ลากบอลมาจากกลางสนาม ก่อนได้ง้างซัดไกลด้วขวา บอลไปแฉลบ แกรี เคฮิลล์ เปลี่ยนทางผ่านมือ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ เข้าไปตุงตาข่าย ส่งให้ทีมสีแดงแห่งลุ่มน้ำเมอร์ซีไซด์ขึ้นนำ 1-0

แต่อีก 5 นาทีถัดมา สิงโตน้ำเงินครามก็มาตีเสมอได้แบบทันควัน จากลูกเตะมุมฝั่งขวาที่ ฟาเบรกาส เปิดให้ คอสต้า โหม่งชงต่อให้ จอห์น เทอร์รี โขกไปติดเซฟ ซิมง มิโญเลต์ มาเข้าทาง เคฮิลล์ ซ้ำไปโดนนายด่านชาวเบลเยียมควักบอลออกมาอีกครั้ง แต่ผู้ตัดสินเป่าให้ลูกนี้เป็นประตูของเชลซี เนื่องจากมีการแจ้งเตือนในนาฬิกาของผู้ตัดสินว่าบอลข้ามเส้นไปแล้ว ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 1-1

นาทีที่ 25 ลิเวอร์พูลเกือบได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะที่ คูตินโญ ลากแหวกแนวรับเชลซีมาตั้งแต่กลางสนาม ก่อนจะได้ซัดไกลด้วยขวา แต่ยังโดน กูร์ตัวส์ ล้มตัวปัดทิ้งออกข้างไปได้

ถัดมานาทีที่ 33 สิงห์บลูส์มีโอกาสบ้าง จากจังหวะที่ รามิเรส กระชากบอลขึ้นมาทางกราบขวา ก่อนจะไหลต่อให้ ออสการ์ จ่ายออกซ้ายให้ อาซาร์ เอี้ยวตัวแปด้วขวา แต่บอลติดบล็อคของ เกล็น จอห์นสัน ก่อนจะเปลี่ยนทางออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

หลงัจากนั้นเกมเป็นอย่างสนุกสูสี โดยเป็นเชลซีที่ครองเกมได้เหนือกว่าเล็กน้อย ด้านลิเวอร์พูลก็ยังตั้งโซนรับกันได้แบบไม่มีข้อผิดพลาด ทำให้ยังไม่มีประตูเพิ่มเติ่ม ก่อนจะจบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์ 1-1

เข้าสู่ครึ่งหลังมานาทีที่ 51 เป็นเชลซีที่มาได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่อาซาร์งัดเข้ามาให้โดนลอฟเรนสกัดและเป็นคอสต้าที่โอเวอร์เฮดคิกแต่บอลข้ามคานออกไป

สองนาทีถัดมาลิเวอร์พูลน่ามาได้ประตูออกนำบ้างเช่นกันจากจังหวะที่สเตอร์ลิงตัดเข้าในก่อนซัดด้วยขวาแต่กูร์ตัวส์ปัดออกมาได้แบบหวุดหวิดและไม่มีใครซ้ำได้

และนาทีที่ 67 ทีมเยือนก็มาได้ประตูออกนำจนได้จากจังหวะที่อัซปิลิกวยต้าพาบอลผ่านคูตินโญ ก่อนซัดไปมิโญเลต์ปัดไปเข้าทางคอสต้ากดเต็มข้อเข้าไปช่วยให้เชลซีพลิกขึ้นนำเป็น 2-1 พร้อมเป็นประตูที่สิบของกองหน้าทีมชาติสเปน

นาทีที่ 75 ลิเวอร์พูลเกือบมาได้ตีเสมอหลังเฮนเดอร์สันได้วอลเลย์โล่งๆในเขตโทษบอลพุ่งตรงกรอบกูร์ตัวส์ขาตายแต่มาติชยังบล็อคได้ทัน

ลิเวอร์พูลครองบอลบุกอย่างหนักแต่ก็สามารถเจาะเข้าไปได้ทำให้เบรนแดน ร็อดเจอร์สตัดสินใจส่งริคกี้ แลมเบิร์ตลงไปเล่นแทนมาริโอ บาโลเตลลีในช่วงสิบนาทีสุดท้าย

นาทีที่ 88 ลิเวอร์พูลที่บุกหนักเกือบมาได้ประตูตีเสมอีกครั้งจากลูกเก็บตกของเจอร์ราร์ดที่วิ่งเข้ามาวอลเลย์ด้วยซ้ายแต่บอลไปโดนแขนของเคฮิลล์กระเด้งออกมา สร้างความไม่พอใจให้กับกองเชียร์และผู้เล่นเจ้าถิ่นเป็นอย่างมาก

ช่วงเวลาที่เหลือหงส์แดงไม่สามารถเจาะประตูตีเสมอได้จบเกมเป็นเชลซีที่บุกมาชนะลิเวอร์พูลไป 2-1 พร้อมเก็บสามคะแนนรั้งจ่าฝูงต่อไปด้วยการมี 29 คะแนน ส่วนลิเวอร์พูลยังมี 14 คะแนนเท่าเดิม