ไร้พ่ายในบ้าน! เดอ บรุนย์ซัดช่วยหมาป่าเบียร์ตามเจ๊าชาลเก้หืดจับ 1-1

จอมแอสซิสต์ทีมชาติเบลเยียมซัดประตูช่วยให้ต้นสังกัดแบ่งแต้มกับบลูราชันหืดจับ 1-1 พร้อมทำสถิติเป็นทีมเดียวในบุนเดสลีกาที่ยังไม่แพ้เกมเหย้าในฤดูกาลนี้

ศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน นัดที่ 29 ประจำวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2558 ณ สนามโฟล์คสวาเกน อาเรนา ระหว่าง โวล์ฟบวร์ก รองจ่าฝูง เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ชาลเก้ 04 ก่อนเกมรั้งอันดับ 6 ของตาราง

ดีเตอร์ เฮคกิ้ง เทรนเนอร์เจ้าถิ่น ปรับทัพถึง 4 ตำแหน่งจากเกมยุโรป ที่พ่าย นาโปลี คาบ้าน 1-4 โดยถอด โรบิน น็อคเค, โจชัว กุยลาโวกุย, ดาเนียล คาลิกูรี และ บาส ดอสท์ ออกไปพักที่ซุ้มม้านั่งสำรองแล้วจัดการส่ง ทิมม์ โคลเซ, คริสเตียน เทรช, แมกซิมิเลียน อาร์โนลด์ กับ อิวาน เปริซิช ลงทำหน้าที่แทน

ด้านทีมเยือนของกุนซือ โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ หวังบุกเก็บสามคะแนนให้ได้ในเกมนี้เพื่อโควต้าตั๋วใบสุดท้ายของศึกยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีก โดยจัดทีมมาในระบบ 4-2-3-1 วาง คลาส-แยน ฮุนเตลาร์ เป็นหน้าเป้าไล่ล่าตาข่ายและมี เจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟาน, ลีรอย ซาเน กับ มักซ์ เมเยอร์ สองดาวรุ่งอนาคตไกลคอยเติมเกมสนับสนุนอยู่ด้านหลัง

เปิดฉากเกมมาได้ 19 นาที อดีตแชมป์บุนเดสลีกา ฤดูกาล 2008–09 ได้โอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุนย์ กึ่งยิงกึ่งผ่านจากกราบซ้ายเข้าไปในเขตโทษ ส่งบอลลอยโด่งย้อยตกใส่ใต้คานออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 29 เจ้าบ้านมีลุ้นอีกคร้้ง จากลูกที่ วิเอรินญา ตั้งป้อมเปิดโค้งจากกราบขวาเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ ลุยซ์ กุสตาโว ห้องเครื่องทีมชาติบราซิลโฉบโขกเน้นๆเต็มศรีษะ บอลพุ่งถากเสาแรกออกหลังไปนิดเดียว

เจ้าบ้านพับสนามบุกอยู่ข้างเดียว และในนาทีที่ 38 พวกเขาก็เกือบได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะบอลชุลมุนในกรอบเขตโทษ ก่อนหลุดมาเข้าทาง อิวาน เปริซิช พยายามจิ้มด้วยขวา ทว่า ราล์ฟ ฟาห์มันน์ นายด่านบลูราชันยังปฏิกิริยาไวพุ่งออกมาตัดบอลไว้ได้ทันท่วงที

ท้ายเกมนาทีที่ 43 ทัพหมาป่าเมืองเบียร์น่าได้ประตูขึ้นนำจริงๆ จากลูกที่ อิวาน เปริซิช ไหลจากสุดเส้นหลังในเขตโทษฝั่งซ้ายย้อนกลับมาตรงบริเวณหัวกระโหลกให้ เควิน เดอ บรุนย์ วางเท้าแปด้วยขวาเน้นๆ และเป็น ราล์ฟ ฟาห์มันน์ ที่พุ่งผิดทางแล้วแต่ยังใช้ขาหลังเซฟออกไปได้อย่างเหลือเชื่อ จบ 45 นาทีแรกทั้งคู่ยังเสมอกันแบบไร้สกอร์ 0-0

กลับมาเล่นในครึ่งหลังไม่ถึง 2 นาที เจ้าบ้านเปิดฉากทักทายแบบจะๆก่อนเลย จากจังหวะที่ ริคาร์โด้ โรดริเกวซ แบ็คซ้ายอดีตเพื่อนร่วมทีม ชาริล ชัปปุยส์ สมัยเล่นให้ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์รุ่นอายุต่ำกว่า 17 ปี ชุดคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 2009 ได้โอกาสสับไกด้วยซ้ายเต็มข้อจากระยะประมาณ 25 หลา บอลพุ่งผ่านมือ ราล์ฟ ฟาห์มันน์ ไปชนคานเสียงดังสนั่น

แต่แล้วนาทีที่ 52 แฟนบอลเจ้าถิ่นต้องนั่งเงียบกันทั้งสนาม เมื่อทีมเยือนที่แทบจะไม่ได้บุกเลยในเกมนี้เป็นฝ่ายได้ประตูออกนำไปก่อน 1-0 จากความสุดยอดของ ลีรอย ซาเน ที่โซโล่เดี่ยวจากแดนตัวเองขึ้นหน้าไปยังกรอบเขตโทษเจ้าถิ่น และเป็นกองหลังโวล์ฟบวร์กสกัดมาโดนหน้าอก ซาเน่ กลายเป็นแต่งให้เจ้าหนูวัย 19 ปีหลุดเข้าไปแปเลียดด้วยซ้ายเสียบเสาไกลเข้าไปตุงตาข่าย หลังเสียประตูไปทำให้โวล์ฟบวร์กโหมบุกหนักกว่าเก่า

และในนาทีที่ 70 พวกเขาก็เกือบตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะที่ อิวาน เปริซิช โยกหลอกแนวรับทีมเยือนในเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนพยายามยิงยัดเสาแรกแต่บอลไม่ตรงเป้าหลุดออกหลังไปไกลพอสมควร

Goal! กระทั่งนาทีที่ 78 เจ้าบ้านก็มาทำประตูตีเสมอจนได้ จากจังหวะที่ ดาเนียล คาลิกูรี ตัวสำรองเลี้ยงจากกราบขวาเข้ากลาง ก่อนปั้มสกัดแย่งบอลกับผู้เล่นชาลเก้ ทำให้บอลกระดอนไปเข้าทาง เควิน เดอ บรุนย์ วิ่งมาแปด้วยขวาจากระยะประมาณ 25 หลา ส่งบอลพุ่งเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสุดสวย ชนิดที่ ราล์ฟ ฟาห์มันน์ ทำได้เพียงแค่เซฟด้วยสายตา

จบเกม โวล์ฟบวร์ก ตามตีเสมอ ชาลเก้ 1-1 รั้งรองจ่าฝูงต่อไปอย่างเหนียวแน่น แข่ง 29 นัดมี 61 คะแนน ตามจ่าฝูงอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ห่างออกไปเป็น 12 คะแนนแล้ว แต่จากชัยชนะนัดนี้ทำให้พวกเขาเป็นทีมเดียวในบุนเดสลีกาที่ยังไม่แพ้คู่แข่งในบ้านของตัวเอง ส่วน ชาลเก้04 ขยับแซงหน้า เอาก์สบวร์ก ขึ้นมาอยู่ที่ 5 ของตาราง โดยมีแต้มตามหลังโซนพื้นที่ ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีก ถึง 12 คะแนนด้วยกัน