AK9พิฆาต! อดิศักดิ์เบิ้ลไทยพลิกแซงมาเลย์ 3-2 การันตีเข้ารอบ

แม้จะต้องตกเป็นฝ่ายตามหลังถึงสองครั้งสองคราแต่ทัพช้างศึกแสดงให้เห็นว่าไม่ยอมตายง่ายๆด้วยการพลิกแซงเสือเหลืองจอมเก๋าหน้าตาเฉยพร้อมผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศซูซูกิ คัพแน่นอนแล้ว

เสือเหลืองของดอลลอฮ์ ซาเลห์เกมนี้บุกเต็มตัวโดยส่งนูรชะห์รุล อิดลัน ตะละฮา หรือมะโย ลงเล่นกองหน้าคู่กับซาฟิอิ ซาลีรวมถึงซาฟิค ราฮีมที่ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแทนที่ของแกรี ร็อบบาตที่ติดโทษแบน ด้านเกียรติศักดิ์ เสนาเมืองเกมนี้ตัดสินใจส่งชนาธิป สรงกระสินธ์ลงมาแทนที่ของประกิต ดีพร้อมในแดนกลาง ขณะที่แนวรับใช้ของบีอีซี เทโรศาสนเกือบยกแผงทั้งอดิศร พรหมรักษ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดาที่สวมปลอกแขนกัปตันทีม รวมถึงนฤบดินทร์ วีรวัฒโนดมที่เพิ่งย้ายไปอยู่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยก่อนเกมมีปัญหาเล็กน้อยเนื่องจากมีฝนตกอย่างหนักและสัญญาณฟ้าผ่าทำให้เกมดังกล่าวต้องเลื่อนออกไปอีก 2 ชั่วโมง กับอีก 30 นาที เริ่มเกมมาแค่ห้านาทีทั้งคู่เปิดเกมรุกเข้าใส่กันอย่างสุดมันและเป็นเมสซีเจที่แหวกผู้เล่นมาเลเซีย 5 คนก่อนจ่ายออกข้างให้ชยพัทธ์เปิดเข้าไปให้ศราวุฒิชาร์จแต่โดนบอลเบาไปทำให้เจ๊ะมะรับไว้ได้สบายๆ และสี่นาทีต่อมาทัพช้างศึกน่ามาได้ประตูออกนำจากจังหวะที่ชนาธิปแทงทะลุช่องให้กีรติหลุดเดี่ยวก่อนกดด้วยซ้ายเต็มข้อแต่เจ๊ะมะยังปัดออกหลังไปได้หวุดหวิด ทั้งคู่ต่างผลัดกันบุกเข้าใส่กันสนุกและนาทีที่ 26 ไทยก็มาได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกเตะมุมที่ชัปปุยส์เปิดให้อดิศรโขกแต่บอลยังหลุดเสาสองออกไป แต่แล้วในนาทีที่ 29 กลายเป็นเสือเหลืองที่ได้ประตูออกนำไปก่อนจากจังหวะที่รอฮีมจ่ายให้อัมรี ยะห์ยาห์หลุดเดี่ยวไปกดด้วยขวาเสียบเสาสองเข้าไปช่วยให้มาเลเซียออกนำไปก่อน 1-0 สองนาทีต่อมาเสือเหลืองเกือบมาได้ประตูทิ้งห่างจากจังหวะที่ซาฟิอิ ซาลี ได้ซัดด้วยซ้ายแต่กวินทร์ยังคงพุ่งไปรับได้ทัน นาทีที่ 33 ไทยพลาดโอกาสตีเสมอแบบไม่น่าเชื่อจากจังหวะที่ชนาธิปทำชิ่งกับชัปปุยส์ก่อนได้ส่องด้วยซ้ายแบบโล่งๆแต่บอลกลับหลุดเสาแรกออกไป ทัพช้างศึกเริ่มโหมบุกอย่างหนักเพื่อหวังจะทวงประตูคืนแต่เกมยังดูติดๆขัดทำให้นาทีที่ 42 ซิโก้ตัดสินส่งอดิศักดิ์ ไกรษรลงไปเล่นแทนกีรติ เขียวสมบัติ และแค่ไม่กี่นาทีอดิศักดิ์ก็แผลงฤทธิ์ทันทีหลังทำชิ่งกับชัปปุยส์ก่อนหลุดไปแปสวนตัวเจ๊ะมะเข้าประตูไปช่วยให้ช้างศึกไล่มาเป็น 1-1 และนาทีสุดท้ายมาเลเซียเกือบมาได้ประตูออกนำอีกครั้งจากจังหวะที่กวินทร์เผลอและเป็นยะห์ยาห์ที่ลักไก่ยิงเกือบครึ่งสนามบอลชนคานกระเด้งออกมาก่อนจะไม่มีประตูเพิ่มเติมจบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 1-1 เริ่มครึ่งหลังมาแค่สองนาทีไทยมาได้ลุ้นก่อนจากจังหวะฟรีคิกที่อดิศักดิ์พักให้ศราวุฒิดด้วยขวาแต่บอลข้ามคานออกหลังไปอีก เกมเริ่มนิ่งไปสักพักทำให้ซิโก้ตัดสินใจส่งตัวสำรองด้วยการส่งชัยณรงค์ ทาทองลงมาเล่นแทนศราวุฒิ มาสุขในนาทีที่ 55 แต่แล้วนาทีที่ 61 กลายเป็นมาเลเซียที่มาได้ประตูออกนำอีกครั้งและเป็นซาฟิค รอฮีมที่ลากตัดเข้ากลางหลบสามผู้เล่นของไทยแล้วกดด้วยขวาเสียบเสาเข้าไปทำให้เสือเหลืองขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 นาที 72 ไทยพลาดโอกาสตีเสมออีกครั้งไปแบบน่าเสียดายจากจังหวะที่เมสซี่เจได้บอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนล็อกเข้าขวาแล้วกดเต็มข้อบอลพุ่งวาบไปชนเสากระเด้งออกมาอย่างน่าเสียดาย และไม่กี่วินาทีต่อมาช้างศึกที่บดอย่างหนักก็มาได้ประตูตีเสมอจนได้จากจังหวะที่เมสซีเจได้บอลในกรอบหกหลาแต่หาจังหวะไม่ได้ก่อนแตะคืนให้ชาริล ชัปปุยส์ซัดด้วยขวาเต็มข้อเจ๊ะมะพยายามปัดแต่ก็ไม่อยู่บอลพุ่งเสียบตาข่ายเข้าไปช่วยให้ไทยไล่มาเป็น 2-2 อีกครั้ง ซิโก้รุกเต็มตัวด้วยการส่งประกิต ดีพร้อมลงมาอีกคนโดยลงเล่นแทนที่ของชัยณรงค์ ทาทองที่เพิ่งลงมา ช่วงเวลาที่เหลือช้างศึกหนุ่มตกมันไล่บดเสือเหลืองเขี้ยวตันเต็มอัตราศึกและก็มาได้ประตูชัยจนได้ในช่วงทดเจ็บจากจังหวะที่ประกิต ดีพร้อม เปิดให้อดิศักดิ์โฉบตัดหน้าก่อนอัดเข้าเสาแรกเข้าไปช่วยให้ไทยพลิกขึ้นนำเป็น 3-2 ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติมจบเกมเป็นไทยที่เอาชนะมาเลเซียไปสามสองพร้อมการันตีการผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยการมีหกคะแนนเต็มจากสองนัด ส่วนมาเลเซียมีแค่แต้มเดียวจากสองนัด รายชื่อนักเตะ ทีมชาติมาเลเซีย : คอยรุล ฟะห์มี เจ๊ะมะ,อฟิฟ อมีรุดดิน, มาฮาลี ญาซูลิ, ซาฟิค รอฮีม, นูรชะห์รุล อิดลัน ตะละฮา (อับดุลมานาฟ มามะ 75), ซาฟิอี ซาลิ, ชุโกร อะดาน (ฮาฟิซ กอมา 89), คุนาลัน ซูบรามาเนียม(อินทรา ปูตรา มาฮายุดดิน 46), อัมรี ยะห์ยาห์,ซุเบร อัซมี, ฟัดลี ชาส ทีมชาติไทย : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ - ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา, อดิศร พรหมรักษ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, นฤบดินทร์ วีรวัฒนโนดม - สารัช อยู่เย็น, ชาริล ชัปปุยส์, ชนาธิป สรงกระสินธ์ - ศราวุฒิ มาสุข (ชัยณรงค์ ทาทอง 55) (ประกิต ดีพร้อม 77), กีรติ เขียวสมบัติ (อดิศักดิ์ ไกรษร 40), เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์