อัปปางกลางเอติฮัดภาค2!! สิงห์แดงแรงจริงบุกยิงเรือล่ม 0-2 ลิ่วรอบ 5 เอฟเอคัพ

แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ถือเป็นมนต์เสน่ห์สำหรับศึกเอฟเอ คัพจริงๆ หลังล่าสุดมิดเดิลสโบรห์ ทีมรองบ่อนศึกจากแชมเปี้ยนชิพ จัดการเขี่ยแชมป์พรีเมียร์ลีกซีซั่นที่แล้วตกรอบ 4 เป็นที่เรียบร้อย

มานูเอล เปเยกรินี สมอเรือใหญ่ของแมนฯซิตี้ จัดผู้เล่นชุดผสมโดยเน้นนักเตะตัวหลักเป็นส่วนใหญ่และมีแข้งสำรองประปราย นำโดย 4 แนวรุกสุดจี๊ดอย่าง เฆซุส นาบาส, ดาบิด ซิลบา, สเตฟาน โยเวติช และ เซร์คิโอ อเกวโร ส่วนผู้รักษาประตูเลือกใช้ วิลลี กาบาเยโร่ ลงเฝ้าเสาแทน โจ ฮาร์ท

ด้านผู้มาเยือนของกุนซือ ไอตอร์ การันก้า เปลี่ยนแปลงผู้เล่นจากเกมแชมเปี้ยนชิพ ที่เฉือนชนะ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 2-1 โดยไม่ใส่ชื่อ ดิมิตริออส คอนสแตนโตปูลอส (ผู้รักษาประตู) และ โทมัส กาลาส ด้วยเหตุผลทางเทคนิค รวมถึงถอด อดัม รีช กับ กีเก้ ออกไปพักที่ม้านั่งสำรอง แล้วจัดการส่ง โทมาส, อัลเบิร์ต อโดมาห์, ดีน ไวท์เฮด และ เยลเล วอสเซน ลงทำหน้าที่แทน

ช่วงต้นเกมเป็นแมนฯซิตี้ที่อาศัยตัวผู้เล่นมีประสบการณ์มากกว่าครองเกมบุกกดดันทีมเยือนอย่างหนัก โดยเลือกเจาะทางริมเส้นซ้ายขวาเสียเป็นส่วนใหญ่ และในนาทีที่ 24 พวกเขาก็เริ่มทักทายก่อนเลย จากลูกที่ เซร์คิโอ อเกวโร พาบอลเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวาก่อนโชว์สเต็ปขา โยกหลอกแนวรับทีมเยือนหนึ่งจังหวะ และกดด้วยขวาเต็มข้อ บอลติดไซร้ก้อยพุ่งถากเสาแรกออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 30 เจ้าถิ่นได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะที่ สเตฟาน โยเวติช ข้ามบอลหลอกให้ เซร์คิโอ อเกวโร ไหลถวายพานไปตรงบริเวณหน้ากรอบเขตโทษระยะประมาณ 23 หลา ให้ เจมส์ มิลเนอร์ วิ่งมากดเลียดด้วยขวาเต็มข้อ แต่ถูก โทมาส ผู้รักษาประตูทีมเยือนพุ่งปัดออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด

จากนั้นยังเป็นเจ้าบ้านที่พับสนามบุกอยู่ฝ่ายเดียว และในนาทีที่ 35 พวกเขาก็เกือบได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ ดาบิด ซิลบา ลองซ่องไกลด้วยซ้ายจากระยะประมาณ 25 หลา ทว่า โทมาส ยังพุ่งปัดออกไปได้อีกเช่นเคย

ถัดมา 3 นาที เจ้าถิ่นน่าได้ประตูขึ้นนำจริงๆ จากจังหวะที่ เฆซุส นาบาส โยนจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าไปในเขตโทษ และเป็น ดาบิด ซิลบา พุ่งโหม่งจังหวะแรกวืดบอลหลุดไปเสาไกลเข้าทาง สเตฟาน โยเวติช แต่งเข้าเท้าขวาก่อนซัดเต็มข้อ ทว่า โทมาส ยังโชว์ซูเปอร์เซฟอีกครั้งยืนชกบอลออกหลังไป จบ 45 นาทีแรกแมนฯซิตี้ยังเจาะแนวรับมิดเดิ้ลสโบรช์ไม่เข้าเจ๊า 0-0

เริ่มครึ่งหลังมาได้เพียง 8 นาที เอติฮัด สเตเดี้ยมก็เงียบสงัดเป็นป่าช้า หลังทีมเยือนทำเซอร์ไพร์สบุกมานำก่อน จากจังหวะที่ เฟอร์นันโด จ่ายคืนหลัง และเป็น วิลลี กาบาเยโร่ เตะวืด บอลกำลังไหลเข้าประตูอยู่แล้ว ทว่า เฟอร์นันโด ยังมาล้มตัวสกัดได้แต่โชคร้ายบอลไปถูกหน้าแข้งของ แพทริค แบมฟอร์ด แนวรุกตัวเก่งของโบโร่เข้าประตูไป ช่วยให้มิดเดิลสโบรห์ขึ้นนำ 1-0

นาทีที่ 63 ทีมเยือนเกือบได้ประตูที่สอง จากจังหวะที่ อัลเบิร์ต อโดมาห์ แทงทะลุช่องให้ ลี ทอมลิน พลิกหนี แว็งซองต์ กอมปานี หลุดเข้าไปในเขตโทษอย่างเหนือชั้น แต่จังหวะสุดท้ายดันแปไปชนเสาแรกอย่างน่าเสียดาย

จากนั้นทั้งคู่ก็เปิดเกมแลกกันอย่างสุดมันส์ และช่วงท้ายเกมนาทีที่ 89 เจ้าถิ่นเกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ แฟรงก์ แลมพาร์ด ตัวสำรองได้ส่องไกลด้วยขวาเต็มข้อจากระยะประมาณ 25 หลา บอลแฉลบขาแนวรับทีมเยือนไปชนเสาไกล ก่อนที่ผู้เล่นโบโร่จะรีบมาเคลียร์ออกหลังไปแบบหวุดหวิด

แต่แล้วในนาทีที่ 3 ของช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทีมเยือนก็มาได้ประตูตอกฝาโลง จากจังหวะ อัลเบิร์ต อโดมาห์ แทงให้ แพทริค แบมฟอร์ด ถูก อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ หวดล้มลงหน้าเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินชี้ให้เป็นลูกได้เปรียบ และเป็น กีเก้ ตัวสำรองวิ่งมาแปด้วยขวาเสียบเสาแรกเข้าประตูไป

จบเกม มิดเดิลสโบรห์ บุกเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบไม่ยากเย็น 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบที่ 5 ศึกเอฟเอคัพอังกฤษเป็นที่เรียบร้อย

Topics