Art Corner : เเผลที่ไร้การเยียวยา

ไม่เพียงสาวกปีศาจแดงเท่านั้น แต่แฟนบอลที่ติดตามเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็คงช็อคโลกไม่น้อยกับผลการแข่งขันในเกมพ่ายเลสเตอร์ และอะไรคือสาเหตุของเรื่องนั้น

สาวกเร้ดอาร์มี่คงตกอยู่ในอาการช็อคเหมือนโดนฟ้าผ่าเข้ากลางหน้าผาก หลังเห็นทีมรักพ่ายแพ้ต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์แบบสุดช็อคชนิดแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

แน่นอนว่าควันหลงหลังจบเกมที่ทุกคนต่างพูดถึงคงหนีไม่พ้น มาร์ค แคล็ตเทนเบิร์ก เชิ้ตดำชื่อก้องที่ลงทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษาในแมทช์นี้ โดยเฉพาะจังหวะเป่าจุดโทษลูกแรกแบบค้านสายตา ทำให้เขาตกเป็นจำเลยในสายตาของแฟนบอลผีแดงในฐานะต้นเหตุของความพ่ายแพ้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะคนส่วนใหญ่มองว่าการเป่านกหวีดของเขาในครั้งนั้นได้เปลี่ยนแปลงทุกอย่างในเกมนี้จากหน้ามือเป็นหลังมือ นี่คือความรู้สึกของบรรดาผู้ขายวิญญาณให้กับซาตานสีแดงเมื่อคืนนี้

อย่างไรก็ตาม หากเรามองรายละเอียดเฉพาะเรื่องรูปเกมเพียงอย่างเดียว โดยตัดประเด็นปัญหาของการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินและปัจจัยภายนอกอื่นๆออกไปแล้ว เชื่อเหลือเกินว่าแฟนบอลปีศาจแดงคงจะพบต้นตอที่แท้จริงของความปราชัยแบบไม่คาดฝันของทีมรัก และมันก็เป็นจุดอ่อนที่นักวิเคราะห์ทั้งหลายต่างกล่าวถึงเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา นั่นก็คือ”ปัญหาเกมรับ”

แมนฯ ยูฯ สร้างความฮือฮาในการเสริมทัพผู้เล่นหน้าใหม่ชนิดสะเทือนวงการลูกหนังยุโรป หลังจัดการถลุงคลังสโมสรสูงเป็นประวัติการณ์ 157 ล้านปอนด์ ดึงแข้งระดับพระกาฬอย่าง อันเดร เอร์เรรา, ลุค ชอว์, มาร์กอส โรโฆ, อังเคล ดิ มาเรีย, ดาลีย์ บลินด์ และ ราดาเมล ฟัลเกา เข้าสู่โรงละครแห่งความฝันหมายกอบกู้ชื่อเสียงและความสำเร็จกลับคืนสู่สโมสรอีกครั้ง ภายหลังทุกสิ่งทุกอย่างต้องย่อยยับลงเมื่อปีก่อนด้วยน้ำมือของชายที่ชื่อ เดวิด มอยส์

แต่ แชมป์พรีเมียร์ลีก 20 สมัย ลืมไปหรือเปล่าว่า สโมสรเพิ่งสููญเสียคู่เซ็นเตอร์แบ็คที่ดีที่สุดคู่หนึ่งในประวัติศาสตร์และถือเป็นเสาหลักในความสำเร็จของสโมสรตลอดหลายปีที่ผ่านมาอย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ เนมันยา วิดิช เพราะเมื่อดูจากรายชื่อซุปตาร์หน้าใหม่แล้ว มีเพียงแค่กองหลังชาวอาร์เจนไตน์คนเดียวเท่านั้นที่สามารถลงเล่นทดแทนได้ นั่นหมายความว่าปีศาจแดงประสบความล้มเหลวในตลาดซื้อขายนักเตะกับผู้เล่นตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง(เสียสองแต่ซื้อเข้ามาหนึ่ง)

โดยส่วนตัวเชื่อว่า หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือผู้เปี่ยมล้นบารมีของยูไนเต็ดตระหนักถึงจุดนี้เป็นอย่างดี แต่เขาเลือกที่จะไม่ซื้อใครเพิ่มมากกว่า เพราะมั่นใจในขุมกำลังแนวรับที่มีอยู่อย่าง ฟิล โจนส์, จอห์นนี อีแวนส์ และ คริส สมอลลิง(ที่ต่างก็ไม่เคยทำได้ถึงระดับของเฟอร์ดี้-วิด้า สักครั้งเดียว) พร้อมทั้งเลือกดันผู้เล่นในทีมสำรองอย่าง ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ แข้งดาวรุ่งที่ไร้ประสบการณ์ขึ้นมาเป็นกำลังเสริมในทีมชุดใหญ่ อย่างไรก็ดี นี่อาจจะเป็นการตัดสินใจผิดพลาดครั้งสำคัญของเขาที่ส่งผลกระทบต่อทีมในฤดูกาลนี้

บาดแผลในแนวรับของเร้ดเดวิลส์เริ่มถูกเปิดออกเรื่อยๆ นับตั้งแต่ โจนส์, สมอลลิง และ อีแวนส์ สลับกันเข้าโรงหมอ ทำให้ ฟาน กัล ไม่มีทางเลือกต้องส่งเจ้าหนูแบล็คเก็ตต์ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีลงตัวจริงตลอด 5 นัดที่ผ่านมา และในที่สุดบาดแผลดังกล่าวก็ถูกฉีกออกจนเหวอะในเกมบุกพ่ายจิ้งจอกพันธุ์สยาม 3-5 เมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา

แผงแบ็คโฟร์ของผีแดงที่ประกอบด้วย ราฟาเอล, สมอลลิง(ลงแทนอีแวนส์ที่เจ็บ), แบล็คเก็ต และ โรโฆ แทบไม่สามารถหยุดเกมบุกของแนวรุกเจ้าถิ่นได้เลย มิหนำซ้ำยังสร้างความผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยจนเปิดโอกาสให้แข้งเลสเตอร์ฯทะลวงตาข่ายชนิดไม่เหลือศักดิ์ศรีแชมป์ลีกอังกฤษสูงสุด

แบ็คซ้ายดีกรีรองแชมป์โลกแสดงให้เห็นถึงข้อผิดพลาดหลายจุด โดยเฉพาะการยืนตำแหน่งและจังหวะเข้าปะทะ เขามีส่วนต้องรับผิดชอบกับประตูแรกที่ทีมเสีย หลังดันปล่อยให้ เจมี วาร์ดี้ โฉบบอลตัดหน้าก่อนหลุดไปเปิดเป็นประตูตีไข่แตกของเจ้าถิ่น แม้ว่าแฟนเร้ดเดวิลส์ส่วนใหญ่จะสงสัยว่าลูกดังกล่าวออกหลังไปแล้ว แต่หากโรโฆสามารถหยุดวาร์ดี้ได้ก่อนทีมคงไม่เสียประตู ถ้าเป็นกองหลังในอังกฤษรับรองว่าจังหวะนี้วาร์ดี้คงโดนเบียดออกไปนอกสนามแน่

ส่วนแบ็คขวาชาวบราซิลเลียนยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับการเข้าบอลไม่ดูตาม้าตาเรือซึ่งถือเป็นข้อเสียของเขามาโดยตลอด แน่นอนว่าแฟนบอลต่างคิดว่าจังหวะจุดโทษนั้นเขาควรได้ฟาวล์จากการถูกวาร์ดี้กระแทกก่อน แต่ราฟาเอลก็ไม่น่าผลีผลามตามเข้าบอลจากด้านหลังในเหลี่ยมที่เสียเปรียบแบบนั้นในเขตโทษ เพราะควรรู้ดีอยู่แล้วว่าคู่แข่งพร้อมทิ้งตัวล้มลงเสมอทันทีที่มีการสัมผัสตัวเกิดขึ้น

ด้านเจ้าหนูแบล็คเก็ตต์ก็ไม่ต่างกับบ่อน้ำมันชั้นดีในแนวรับของปีศาจแดง หลังแสดงความผิดพลาดออกมาให้เห็นโดยตลอดตั้งแต่แมทช์แรกที่ลงสนามจนปรากฎเด่นชัดในเกมเมื่อคืนนี้ ด้วยเหตุผลเดียวล้วนๆคือไร้ซึ่งประสบการณ์ แต่เขาก็ไม่ควรถูกตำหนิเพียงผู้เดียว เพราะเมื่อดูจากผลงานโดยรวมเด็กใหม่ที่เพิ่งลงชิมลางในเวทีพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก และทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่าน่าพอใจแล้ว คนที่เลือกเขาลงสนามต่างหากควรจะเป็นผู้รับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น

จากปัญหาแนวรับอันหละหลวมที่เกิดขึ้นในเกมกับเลสเตอร์ฯปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ล้วนแต่มีต้นตอมาจากการตัดสินใจเสริมทัพผู้เล่นผิดพลาดของ หลุยส์ ฟาน กัล เป็นสาเหตุทั้งสิ้น

ปีศาจแดงแพ้เป็นครั้งแรกในรอบ 853 เกม ทั้งที่ขึ้นนำคู่แข่งด้วยความห่าง 2 ประตู
ปีศาจแดงเสียประตูให้กับทีมน้องใหม่ถึง 5 ลูกเป็นครั้งแรก(เสีย 5 ประตู จากการยิงตรงกรอบ 5 ครั้ง)
ปีศาจแดงโดนคู่แข่งยิงประตูเกิน 4 ลูกเป็นครั้งที่ 14 ในประวัติศาสตร์
ปีศาจแดงแพ้เป็นครั้งแรกทั้งที่มีสกอร์นำคู่แข่งช่วงพักครึ่งนับตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2011
ปีศาจแดงออกสตาร์ทในศึกพรีเมียร์ลีกได้ย่ำแย่ที่สุดในประวัติศาตร์(มีเพียง 5 แต้ม จาก 5 นัด)

สถิตเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันชั้นดีที่สะท้อนให้เห็นถึงความผิดพลาดของยอดโค้ชจากแดนกังหันลมที่เกิดขึ้นในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

โดย ฟาน กัล คงจะเห็นแผลเหวอะในแผงหลังด้วยสองตาของตัวเองแล้ว แต่เขาไม่มีทางรักษาแผลดังกล่าวไห้หายสนิทได้ในเวลานี้ คงต้องรอจนกว่าตลาดซื้อขายผู้เล่นรอบสองเปิดตัวในช่วงเดือนมกราคม ดังนั้นตอนนี้เขาคงทำได้เพียงติวเข้มบรรดากองหลังที่มีอยู่ให้เล่นกันอย่างมีระเบียบวินัยและแสดงความผิดพลาดให้น้อยที่สุดเพื่อรอเวลาดึงเซ็นเตอร์ฮาล์ฟฝีเท้าดีเข้ามาเสริม

แต่หากเขายังดื้อดึงและยึดมั่นในความคิดของตัวเอง ด้วยการพยายามใช้ทรัพยากรผู้เล่นที่มีลบรอยแผลดังกล่าวโดยไร้การเยียวยาต่อไปในช่วงปีใหม่ รอยแผลนี้ก็อาจจะกลายเป็นแผลเรื้อรังที่รักษาไม่หายและกลับมาสร้างความเจ็บปวดให้กับเขาและลูกทีมตอนจบฤดูกาล

..บางทีการเมินรอยแผลนี้อาจทำให้พวกเขาต้องนั่งชมฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ผ่านหน้าจอทีวีอีกปีก็เป็นได้..

ติดตาม วิสูตร ดำหริ ทาง

Topics