บาเยิร์น มิวนิค 2-1(2-2) แอต.มาดริด: เสือใต้ชนะแต่ร่วงอเวย์โกล

แม้จะสามารถคว้าชัยชนะในรังเหย้าของตัวเองได้ แต่บาเยิร์นกลับต้องเจอพิษกฎประตูทีมเยือนตกรอบไปแบบชอกช้ำ และทำให้แอต.มาดริดเข้าชิงครั้งที่ 2 ในรอบ 3 ปีอีกด้วย

เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือเจ้าบ้าน ต้องเก็บชัยชนะให้ได้เท่านั้น จึงจะสามารถพลิกสถานการณ์ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้ โดยกลับมาใช้ โธมัส มุลเลอร์ ที่หลุดไปนั่งสำรองในเลกแรกลงเป็นตัวจริงอีกครั้ง โดยจะประสานงานในแนวรุกร่วมกับ ดั๊กลาส คอสต้า, ฟรองค์ ริเบรี และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ด้านทีมเยือนของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน ขอแค่ผลเสมอเท่านั้นก็จะตีตั๋วเข้าชิงดำเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 ปีหลังสุดทันที แถมยังได้รับข่าวดีเมื่อกองหลังตัวเก่ง ดีเอโก้ โกดิน หายเจ็บกลับมาลงประจำการอีกครั้ง ส่วนสามประสานในแดนหน้าใช้เป็น ซาอูล นิเกวซ, อองตวน กรีซมันน์ และ เฟร์นานโด ตอร์เรส

เริ่มเกมมาเป็นบาเยิร์นที่เดินหน้าพับสนามบุกอยู่แทบจะข้างเดียว จนกระทั่งนาทีที่ 31 ก็สามารถพังประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากลูกฟรีคิกบริเวณหัวกะโหลกที่ ชาบี อลอนโซ ยิงเรียดไปแฉลบขาของ โฆเซ ฆิมิเนซ เปลี่ยนทางเข้าไปตุงตาข่าย ส่งให้เสือใต้ออกนำ 1-0 สกอร์รวมสองนัดไล่ตีเสมอเป็น 1-1

ถัดมาแค่ 3 นาทีเท่านั้น เจ้าบ้านก็มาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ ฆิมิเนซ ไปเจตนาเหนี่ยวรั้งดึงตัวของ ฆาบี มาร์ติเนซ แต่ โธมัส มุลเลอร์ กลับสังหารไปโดน แยน โอบลัค พุ่งไปทางขวามือของตัวเองปัดทิ้งได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้จบ 45 นาทีแรกเป็นบาเยิร์นที่นำอยู่ 1-0 สกอร์รวมสองนัดยังเสมอ 1-1 เหมือนเดิม

เข้าสู่ครึ่งหลังแอต.มาดริดที่รูปเกมเป็นรองตลอดครึ่งแรก ตัดสินใจแก้เกมทันทีด้วยการเปลี่ยนตัวสำรองคนแรกส่งตัวรุกอย่าง ยานนิค คาร์ราสโก้ ลงมาแทนมิดฟิลด์ตัวกลางอย่าง ออกุสโต้ เฟร์นานเดซ เพื่อเน้นเกมบุกมากขึ้น

จนกระทั่งนาทีที่ 53 ตราหมีก็มาใช้ทีเด็ดเกมโต้กลับตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะที่ โกเก้ เบิ้ลบอลจากแดนตัวเองให้ กรีซมันน์ โหม่งชงให้ ตอร์เรส ไหลบอลจากกลางสนามทะลุช่องกลับไปให้ กรีซมันน์ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปดวลเดี่ยวกับ มานูเอล นอยเออร์ ก่อนจะเลือกแปด้วยซ้ายข้างถนัดยัดเสาแรกเข้าไปอย่างเยือกเย็น ช่วยให้ทีมเยือนตีเสมอ 1-1 สกอร์รวมสองนัดพลิกแซงนำ 2-1

แต่บาเยิร์นยังไม่ถอดใจ เมื่อมาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง ในนาทีที่ 74 จากจังหวะที่ ดาวิด อลาบ้า ครอสบอลจากกราบซ้ายเข้าเขตโทษให้ อาร์ตูโร วิดัล โหม่งชงต่อให้ เลวานดอฟสกี้ โขกจ่อๆระยะไม่กี่หลาเข้าไป ส่งให้เสือใต้นำ 2-1 สกอร์รวมสองนัดเสมอ 2-2 แต่เป็นทีมเยือนที่ได้เปรียบอเวย์โกลอยู่

ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 84 แอต.มาดริดมาได้จุดโทษบ้างแบบน่ากังขา จากจังหวะที่ ตอร์เรส โดน มาร์ติเนซ เสียบสกัดล้มลงไป แม้ถ้าดูภาพช้าแล้วนั้นจะเห็นว่าเป็นการฟาวล์นอกเขตโทษอย่างชัดเจนก็ตาม แต่ เอล นินโญ กลับลุกขึ้นมาสังหารด้วยตัวเองไปติดเซฟของ นอยเออร์ ที่เดาทางบอลถูกพุ่งปัดไว้ได้อย่างน่าเสียดาย

หลังจากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นบาเยิร์น มิวนิคที่ชนะไป 2-1 รวมผลสองนัดเสมอกัน 2-2 แต่เป็นแอตเลติโก มาดริดที่เข้ารอบตามกฎการยิงประตูทีมเยือนได้สำเร็จ และถือเป็นการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 ปีหลังสุดด้วย โดยจะไปรอพบผู้ชนะระหว่างเรอัล มาดริดกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ต่อไป