บังยีเชิญปลดแอกบอลไทยเคลียร์ผ่านสื่อ ปัดฟ้องหมิ่น

นายกฟุตบอลไทย ประกาศเชิญกลุ่มปลดแอกบอลไทยมาเคลียร์ปัญหาโดยมีสื่อมวลชนเป็นพยาน โอดอย่ากลั่นแกล้งตนเองฝ่ายเดียว พร้อมปัดไม่มีความคิดฟ้องหมิ่นประมาท

วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ที่ปรึกษาฝ่ายกฏหมายฯ แถลงข่าวที่โรงแรม โกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา กรณีที่ถูกกลุ่มปลดแอกบอลไทยรวบรวมรายชื่อส่งให้ คสช. ถอดถอนออกจากตำแหน่ง

บังยี กล่าวว่า “เรื่องการรวบรวมรายชื่อให้ คสช. ถอดถอนนั้น ผมยังไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเพียงใด แต่ผมได้ชนะการเลือกตังภายใต้ข้อกำหนดของทางสมาคมฯและฟีฟ่าที่กำกับเรื่องนี้โดยตรง และกรมการปกครองได้จดทะเบียนไปแล้วซึ่งแสดงให้เห็นว่าตำแหน่งของผมได้มาด้วยความโปร่งใส แม้ว่าฝ่ายที่แพ้การเลือกตั้งจะได้นำคดีไปฟ้องศาลกีฬาโลก แต่ก็มีคำพิพากษาให้สมาคมโดยผมเป็นผู้ชนะ ฉะนั้นจะเห็นว่ากระบวนการทุกอย่างได้ถูกตรวจสอบแล้ว"

“ผมยังไม่เข้าใจชัดเจนว่าผู้ที่ไม่ประสงค์ดี ที่ยื่นถอดถอนผมมีความต้องการอะไร ผมพอที่จะเข้าใจได้ว่าเป็นกลุ่มผู้ที่เป็นปกปักษ์ซึ่งพ่ายแพ้ต่อการเลือกตั้ง บางพวกก็บอกว่าไม่พอใจการตัดสินของผู้ตัดสิน"

บอร์ดบริหารฟีฟ่า กล่าวต่อ "ความจริงแล้วการพัฒนาจนถึงบัดนี้ผมคิดว่าเรายังเป็นผู้นำอาเซียนและทิ้งเพื่อนบ้านไปไกลพอสมควร สิทธิประโยชน์ที่เราได้จากการถ่ายทอดถึง 600 ล้านบาทมันมีมูลค่ามหาศาล ซึ่งถ้าตัวผมไม่ได้รับความน่าเชื่อถือคงไม่สามารถนำความสำเร็จตรงนี้มาได้”

“เวลาที่เขา(กลุ่มปลดแอกบอลไทย) ไปทำแบบนั้นเป็นเวลาที่ไม่ถูกต้อง ซีเกมส์เราสามารถกวาดเหรียญทองมาได้หมด ฟุตบอลหญิงเราสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่เข้าไปเล่นฟุตบอลโลก ผมไม่เข้าใจว่าทำไมถึงยังหาเรื่องผม"

"ผมอยากจะเชิญชวน ผมไม่รู้ว่าใครบ้างแต่อยากให้ตั้งคณะฯมาเลย มาถกปัญหา หารือต่อหน้าสื่อมวลชน อย่าเรียกว่าการท้าทายแต่ผมขอเชิญชวนดีกว่า เราจะได้ตอบคำถามให้ได้ เพราะการที่กลั่นแกล้งผมฝ่ายเดียวผมคิดว่าไม่ยุติธรรมเท่าไร”

"ผมไม่ใช่ผมไม่มีพวกนะ ถ้าผมจะล่ารายชื่อแถวบ้านผมเนี่ยก็ได้เป็นหมื่นแล้ว ซึ่งผมคิดว่าไม่เป็นประโยชน์ บรรยากาศในบ้านเมืองเราต้องการความปรองดองสมานฉันท์ มากกว่า"

ขณะที่ นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ที่ปรึกษาฝ่ายกฏหมายฯ เสริมต่อว่า "กลุ่มดังกล่าวนี้มีการทำงานมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งแล้ว ซึ่งเป็นสิทธิ์ของกลุ่มคนที่จะแสดงออกได้ ส่วนข่าวที่เราจะฟ้องเนี่ย ผมบอกได้ว่า มิได้ให้ถ้อยคำต่างๆเลยว่าท่านนายกจะฟ้อง ซึ่งข่าวที่ออกไปนี่น่าจะเป็นการปลุกระดมมากกว่า"