"บีจี-ปตท."โดนฟัน6หมื่นเหตุสงครามปาของ,สุพรรณแอบจุดพลุสงขลาโดนด้วย

บางกอกกล๊าส เอฟซี และ ปตท.ระยอง โดนปรับทีมล่ะ 6 หมื่นบาท หลังแฟนบอลทั้งสองฝ่ายปาของใส่กัน , แฟนสุพรรณบุรีคนเดียวอ้างทีมแพ้แอบจุดพลุทำให้สงขลาโดนปรับด้วย

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2557 ณ ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มีการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ครั้งที่ 18/2557 โดยมี พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ เป็นประธานคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง
โดยบทสรุปมีดังต่อไปนี้

สโมสรสงขลา ยูไนเต็ด

เหตุการณตามรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ ในการแข่งขันฟุตบอลอาชีพรายการ "โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก" คู่ที่ 182 ประจำวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2557 ระหว่าง สโมสรสงขลา ยูไนเต็ด พบ สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี ณ สนามติณสูลานนท์ พบว่า หลังจบการแข่งขัน ได้มีกองเชียร์ของสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี จุดพลุไฟบนอัฒจันทร์ โดยโฆษกประจำสนามของสโมสรสงขลา ยูไนเต็ด ประกาศให้ดับไฟ แต่ไม่ยอมดับ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม ผู้กระทำความผิดได้ดับไฟแล้ว พยายามหลบหนี แต่ไม่สำเร็จ จากการสอบสวนได้ความว่า ผู้กระทำผิดเป็นกองเชียร์ของสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี ไม่พอใจผลงานของทีมตนเอง จึงแสดงออกด้วยการจุดพลุไฟ แม้ว่าทางเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยของสโมสรสงขลา ยูไนเต็ด ได้ทำตรวจค้นอุปกรณ์ของกองเชียร์ ก่อนเข้าสนามอย่างเต็มความสามารถแล้ว แต่ผู้กระทำผิดก็ยังสามารถแอบนำพลุไฟเข้าในไปสนามได้
ผลการพิจารณาที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ได้พิจารณาจากรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน และ ภาพหลักฐาน แล้วเห็นว่า สโมสรสงขลา ยูไนเต็ด ในฐานะสโมสรเจ้าบ้าน มีความผิดตามข้อบังคับฯ ผนวกที่ 7 ข้อ 5.3.17 ข้อ ก บกพร่องในการตรวจเช็คหรือควบคุมมิให้กองเชียร์หรือผู้ชม นำขวดน้ำ พลุ ประทัดดอกไม้ไฟ หรือวัสดุที่สามารถนำไปใช้ในการทำร้ายกันได้ เข้าไปในสนามหรืออัฒจันทร์ พิจารณาปรับเงิน 30,000 บาท

สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี

เหตุการณตามรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ ในการแข่งขันฟุตบอลอาชีพรายการ "โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก" คู่ที่ 182 ประจำวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2557 ระหว่าง สโมสรสงขลา ยูไนเต็ด พบ สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี ณ สนามติณสูลานนท์ พบว่า หลังจบการแข่งขัน ได้มีกองเชียร์ของสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี จุดพลุไฟบนอัฒจันทร์ โดยโฆษกประจำสนามของสโมสรสงขลา ยูไนเต็ด ประกาศให้ดับไฟ แต่ไม่ยอมดับ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม ผู้กระทำความผิดได้ดับไฟแล้ว พยายามหลบหนี แต่ไม่สำเร็จ จากการสอบสวนได้ความว่า ผู้กระทำผิดเป็นกองเชียร์ของสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี ไม่พอใจผลงานของทีมตนเอง จึงแสดงออกด้วยการจุดพลุไฟ แม้ว่าทางเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยของสโมสรสงขลา ยูไนเต็ด ได้ทำตรวจค้นอุปกรณ์ของกองเชียร์ ก่อนเข้าสนามอย่างเต็มความสามารถแล้ว แต่ผู้กระทำผิดก็ยังสามารถแอบนำพลุไฟเข้าในไปสนามได้
ผลการพิจารณาที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ได้พิจารณาจากรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน และ ภาพหลักฐาน แล้วเห็นว่า กองเชียร์ของสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี มีความผิดตามข้อบังคับฯ ผนวกที่ 7 ข้อ 4.3 ใช้อุปกรณ์ใด ๆที่ก่อให้เกิดการรบกวนการทำหน้าที่ ของผู้ตัดสินหรือนักกีฬาระหว่างการแข่งขัน เช่นการเป่านกหวีด หรือการใช้แตร หรือการใช้แตรไฟฟ้า หรือฉายแสงเลเซอร์ เป็นต้น หรือกระทำการใด ๆที่ไม่เหมาะสมในสถานที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ การจุดพลุ หรือจุดประทัด หรือจุดไฟเย็น หรือจุดพลุบริเวณที่ว่างด้านหลังของอัฒจันทร์ ทั้งก่อนหรือระหว่างหรือหลังจากการแข่งขันจบลงแล้ว พิจารณาปรับเงิน 60,000 บาท

สโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี

เหตุการณ์ตามรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ ในการแข่งขันฟุตบอลอาชีพรายการ "โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก" คู่ที่ 185 ประจำวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2557 ระหว่าง สโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี พบ สโมสรปตท. ระยอง ณ สนามลีโอ สเตเดี้ยม พบว่าหลังจบเวลาการแข่งขัน กองเชียร์ ของสโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี และ กองเชียร์ของสโมสรปตท. ระยอง ได้ขว้างปาแก้วน้ำกระดาษ และกล่องโฟมสำหรับใส่อาหาร ตอบโต้กันไปมาจากที่นั่งทีมหนึ่งไปยังที่นั่งอีกทีมหนึ่ง เป็นเวลาประมาณ 3-5 นาที
ผลการพิจารณาที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ได้พิจารณาจากรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน และ ภาพเหตุการณ์ แล้วเห็นว่า กองเชียร์สโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี มีความผิดตามข้อบังคับฯ ผนวกที่ 7 ข้อ 4.4 ขว้างปาวัสดุใด ๆลงไปในสนาม หรือปาใส่กองเชียร์ทีมคู่แข่งขัน พิจารณาปรับเงิน 60,000 บาท

สโมสร ปตท. ระยอง

เหตุการณตามรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ ในการแข่งขันฟุตบอลอาชีพรายการ "โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก" คู่ที่ 185 ประจำวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2557 ระหว่าง สโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี พบ สโมสรปตท. ระยอง ณ สนามลีโอ สเตเดี้ยม พบว่าหลังจบเวลาการแข่งขัน กองเชียร์ ของสโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี และ กองเชียร์ของสโมสรปตท. ระยอง ได้ขว้างปาแก้วน้ำกระดาษ และกล่องโฟมสำหรับใส่อาหาร ตอบโต้กันไปมาจากที่นั่งทีมหนึ่งไปยังที่นั่งอีกทีมหนึ่ง เป็นเวลาประมาณ 3-5 นาที
ผลการพิจารณาที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ได้พิจารณาจากรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน และ ภาพเหตุการณ์ แล้วเห็นว่า กองเชียร์สโมสรปตท. ระยอง มีความผิดตามข้อบังคับฯ ผนวกที่ 7 ข้อ 4.4 ขว้างปาวัสดุใด ๆลงไปในสนาม หรือปาใส่กองเชียร์ทีมคู่แข่งขัน พิจารณาปรับเงิน 60,000 บาท

สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

เหตุการณ์ตามรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ ในการแข่งขันฟุตบอลอาชีพรายการ "โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก" คู่ที่ 183 ประจำวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2557 ระหว่าง สโมสรเพื่อนตำรวจ พบ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ณ สนาม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต พบว่าในระหว่าง Mr.TORREIRA DA GAMA LIMA หัวหน้าผู้ฝึกสอน ของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ออกนอกเขตเทคนิค ซึ่งถือเป็นความผิดตามข้อบังคับการแข่งขันฯ
ผลการพิจารณาที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ได้พิจารณาจากรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน แล้วเห็นว่า Mr.TORREIRA DA GAMA LIMA หัวหน้าผู้ฝึกสอน ของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีความผิดตามข้อบังคับฯ ผนวกที่ 7 ข้อ 2.1 กรณีออกนอกเขตเทคนิคในระหว่างการแข่งขัน พิจารณาปรับเงิน ครั้งที่ 1 4,000 บาท

สโมสรพิษณุโลก ทีเอสวาย เอฟซี

เหตุการณตามรายงานของผู้ตัดสิน ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ ในการแข่งขันฟุตบอลอาชีพรายการ "ยามาฮ่าลีก วัน" คู่ที่ 147 ประจำวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2557 ระหว่าง สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด พบ สโมสรพิษณุโลก ทีเอสวาย เอฟซี ณ สนามเทศบาลเมืองหนองปรือ พบว่าในนาทีที่ 80 นายประเสริฐ ช่วยไทยสงค์ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ของสโมสรพิษณุโลก ทีเอสวาย เอฟซี ได้คัดค้านการตัดสิน ผู้ตัดสินจึงได้เชิญ นายประเสริฐ ช่วยไทยสงค์ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ของสโมสรพิษณุโลก ทีเอสวาย เอฟซี ออกจากเขตเทคนิค
ผลการพิจารณา
ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ได้พิจารณาจากรายงานของผู้ตัดสิน แล้วเห็นว่า นายประเสริฐ ช่วยไทยสงค์ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ของสโมสรพิษณุโลก ทีเอสวาย เอฟซี มีความผิดตามข้อบังคับฯ ผนวกที่ 7 ข้อ 2.3 เจ้าหน้าที่ทีมคนใดถูกผู้ตัดสินเชิญให้ออกไปจากที่นั่งผู้เล่นสำรอง ต้องพักการทำหน้าที่นัดต่อไป 1 นัด

สโมสรอยุธยา เอฟซี

เหตุการณ์ตามรายงานของผู้ตัดสิน ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ ในการแข่งขันฟุตบอลอาชีพรายการ "ยามาฮ่าลีก วัน" คู่ที่ 145 ประจำวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2557 ระหว่าง สโมสรยาสูบ-ศุลกากร เอฟซี พบ สโมสรอยุธยา เอฟซี ณ สนามศุลกากร พบว่าในนาทีที่ 92 ผู้เล่นหมายเลข 7 นายเปรมวุฒิ วงศ์ดี ของสโมสรอยุธยา เอฟซี หลังได้รับใบแดงไล่ออกจากสนามได้พยายามกลับเข้าไปในสนามแข่งขัน เมื่อผู้ช่วยผู้ตัดสินไม่ให้เข้า จึงแสดงความไม่พอใจด้วยการด่าผู้ตัดสินที่ 2 ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย
ผลการพิจารณาที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ได้พิจารณาจากรายงานของผู้ตัดสิน แล้วเห็นว่า ผู้เล่นหมายเลข 7 นายเปรมวุฒิ วงศ์ดี ของสโมสรอยุธยา เอฟซี มีความผิดตามข้อบังคับฯ ผนวกที่ 7 ข้อ 1.8 แสดงกริยาหรือแสดงสัญลักษณ์ต่าง ๆที่สังคมทั่วไปเห็นว่าไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน ผู้เล่น เจ้าหน้าที่ทีม กองเชียร์ หรือเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน เช่น การเตะขวดน้ำ พิจารณาปรับเงิน 30,000 บาท หากมีการกระทำความผิดลักษณะเดียวกันซ้ำอีก อาจถูกพิจารณาเพิ่มโทษ และ ผิดตาม ข้อ 1.10 ด่าเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันด้วยถ้อยคำหยาบคายทั้งภายใน ภายนอกสนามแข่งขัน พิจารณาห้ามลงแข่งขันนัดต่อไป 1 นัด และ ปรับเงิน 30,000 บาท

สโมสรภูเก็ต เอฟซี

ตามรายงานของผู้ตัดสิน ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ ในการแข่งขันฟุตบอลอาชีพรายการ "ยามาฮ่าลีก วัน" คู่ที่ 153 ประจำวันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน 2557 ระหว่าง สโมสรภูเก็ต เอฟซี พบ สโมสรกัลฟ์ สระบุรี เอฟซี ณ สนามสุระกุล จ.ภูเก็ต พบว่าหลังจบการแข่งขัน ขณะผู้ตัดสินกำลังเดินกลับห้องพัก ได้มีกองเชียร์ของสโมสรภูเก็ต เอฟซี ปาน้ำแข็งมายังผู้ตัดสิน แต่ไม่โดนผู้ตัดสิน ไปโดนที่นั่งของผู้ตัดสินที่ 4 แทน
ผลการพิจารณาที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ได้พิจารณาจากรายงานของผู้ตัดสิน แล้วเห็นว่า กองเชียร์ของสโมสรภูเก็ต เอฟซี มีความผิดตามข้อบังคับฯ ผนวกที่ 7 ข้อ 4.4 ขว้างปาวัสดุใด ๆลงไปในสนาม หรือปาใส่เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน พิจารณาปรับเงิน 60,000 บาท