บุรีรัมย์ 3 – 1 เมืองทองฯ : ปราสาททีมแรกเอเชียคว้า 5 แชมป์

“นักรบปราสาทสายฟ้า” เดินหน้าสร้างตำนานเอาชนะ “กิเลนผยอง” 3 – 1 คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ เป็นสมัยที่ 4 พร้อมกลายเป็นทีมแรกของทวีปเอเชียที่คว้าแชมป์ได้ 5 รายการใน 1 ฤดูกาล   

การแข่งขันช้างเอฟเอ คัพ 2015 รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย ระหว่าง “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์ลีกและแชมป์รายการนี้ 3 สมัย พบกับ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด รองแชมป์ลีก 

เริ่มเกมมาแค่ 2 นาที บุรีรัมย์ ได้ลุ้นทันที จากลูกโหม่งของ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต แต่ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ปัดทิ้งออกไปได้ และจากจังหวะลูกเตะมุมต่อเนื่อง ธีราทร บุญมาทัน เปิดให้ โก ซุล กิ โหม่งที่เสาแรก แต่บอลหลุดกรอบออกไป

หลังจากนั้นต่างฝ่ายต่างเล่นแบบรัดกุมและยังหาจบสกอร์แบบถนัดๆกันไม่ได้ จนนาทีที่ 19 บุรีรัมย์ มีโอกาสอีกครั้ง กษิยิ์เดช เวทยาวงษ์ เสียบอลกลางสนาม สุเชาว์ นุชนุ่ม ลากบอลจากขวาเข้ากลางก่อนกดด้วยซ้าย แต่บอลหลุดเสาแรกออกไป

นาทีที่ 23 เมืองทองฯ มีโอกาสบ้าง ธีรศิลป์ แดงดา โชว์โซโล่เดี่ยวจากกลางสนาม ก่อนจ่ายทะลุช่องให้ เคลตัน ซิลวา หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงด้วยซ้าย แต่ กรวิทย์ นามวิเศษ เตะสกัดทิ้งออกมาได้

นาทีที่ 26 บุรีรัมย์โชว์การต่อบอลที่ยอดเยี่ยม ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ทำชิ่งให้ ธีราทร หลุดเข้ากรอบเขตโทษไปกดด้วยซ้ายเต็มๆ แต่ กวินทร์ ปัดทิ้งออกมา ธีราทร พยายามยิงซ้ำอีกครั้ง แต่ยังไปติดบล็อก ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่เข้ามาขวางเอาไว้ได้ทัน

บุรีรัมย์ มาอีกระลอก นาทีที่ 30 กิลแบร์โต มาเคน่า กระชากบอลหนี ฐิติพันธ์ ถึงเส้นหลังก่อนจ่ายหักกลับมา เสกสิทธิ์ ศรีใส พยายามจะสกัด แต่เกือบไม่ดีบอลพุ่งตรงกรอบ ยังดีที่ กวินทร์ ยังปัดทิ้งออกมาได้

ถัดมาอีก 3 นาที อนาวิน จูจีน ได้บอลทางฝั่งซ้าย ก่อนตัดสินใจลักไก่ยิงทันที บอลเกือบมุดคาน แต่ กวินทร์ ยังช่วยเมืองทองฯ เอาไว้ได้อีกครั้ง

นาทีที่ 38 แชมป์เอฟเอ 4 สมัย ยังบุกต่อเนื่อง นาทีที่ 39 จักพันธ์ แก้วพรม ทะลุหลุดไปทางขวา และหักกลับมาให้ โก ซุล กิ ยิงแต่บอลหลุดเสาแรกไปอีก

เกมทำท่าจะจบครึ่งแรกด้วยการเสมอกัน 0 – 0 แต่ นาทีที่ 43 ดิโอโก หลุยส์ ซานโต โดน

ครึ่งหลังกลับมาเล่นกันใหม่ นาทีที่ 51 บุรีรัมย์ ได้ประตูที่ 2 หนีห่างจากจังหวะที่ ดิโอโก หลอกล่ออยู่ทางขวาก่อนเปิดด้วยซ้ายให้ โก ซุล กิ โหม่งเช็ดย้อนเสียบเสาไกลเข้าไป สกอร์กลายเป็น 2 – 0

นาทีที่ 71 จังหวะสวนเร็วของบุรีรัมย์แผลงฤทธิ์ เมื่อ กิลแบร์โต มาเคน่า บอลให้กับ จักรพันธ์ แก้วพรม บรรจงปั่นบอลหน้ากรอบเขตโทษบอลโค้งเสียบสามเหลี่ยมแบบสุดสวย ปราสาท หนีห่างเป็น 3 – 0 

เมืองทองฯ น่าได้ประตูตีตื้นจากจังหวะชุลมุนหน้าประตู บอลเหมือนจะเข้าประตูไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินกลับไม่ให้ท่ามกลางการประท้วงของนักเตะเมืองทองญ 

แต่นาทีที่ 81 เมืองทองตีตื้นจนได้ ชนานันท์ ป้อมบุบผา จ่ายบอลให้กับ มาริโอ ยูรอฟสกี้ หลุดเข้าไปแปง่ายๆด้วยซ้าย กิเลนผยองไล่มาเป็น 1 - 3

นาทีที่ 85 บุรีรัมย์ เกือบได้ลูกที่ 4 สุเชาว์ นุชนุ่ม หลุดไปทางขวาก่อนปาดมาหน้าเขตโทษให้ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ที่เข้าชาร์จวืดไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีสุดท้ายของเกมการแข่งขัน มาริโอ ยูรอฟสกี้ ไปทำฟาลว์ใส่ ดิโอโก โดนใบเหลืองที่ 2 กลายเป็นใบแดงถูกไล่ออกจากสนามไป เมืองทองฯ เหลือ 10 คน

จบเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชนะ เมืองทองฯ 3 - 1 คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ สมัยที่ 4 พร้อมกับกลายเป็นทีมแรกในเอเชียที่คว้าแชมป์ได้ 5 ถ้วย หลังก่อนหน้านี้คว้ามาแล้วทั้ง ถ้วย ก, ไทยพรีเมียร์ลีก, โตโยต้าลีกคัพ, แม่โขง คัพ และเอฟเอ คัพ  

รายชื่อ 11 ผู้เล่นทั้งสองทีม

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (GK) - สุรีย์ สุขะ , อันเดรส ตูเญซ , กรวิทย์ นามวิเศษ - อนาวิน จูจีน , โก ซุล กิ , จักรพันธ์ แก้วพรม , สุเชาว์ นุชนุ่ม , ธีราทร บุญมาทัน - ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ , กิลแบร์โต มาเชน่า

เมืองทอง ยูไนเต็ด : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK) - ปิยพล ผานิชกุล , อาทิตย์ ดาวสว่าง , นาโออากิ อาโอยามะ , คิม ดอง จิน - ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ , เสกสิทธิ์ ศรีใส , กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ - มาริโอ ยูรอฟสกี้ , ธีรศิลป์ แดงดา , เคลตัน ซิลวา