บุรีรัมย์ 3 - 4 ราชบุรี : ราชันมังกรบุกพ่นไฟใส่ปราสาทนาทีท้าย

ปราสาทสายฟ้าช็อคเมื่อเสียประตูชัยให้ ราชบุรี ช่วงทดเจ็บทำให้ตามหลัง เมืองทอง เพิ่มเป็น 7 แต้ม

ศึกโตโยต้า ไทยลีก 2017 นัดที่ 13 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อันดับ 2 ของตาราง ที่เพิ่งเสียสถิติไร้พ่าย เปิดบ้านพบกับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี อันดับ 9 ของตาราง ที่ชนะมา 2 นัดติดต่อกันชนิดยิงคู่แข่งได้ถึง 10 ประตู

ปราสาทสายฟ้าเกมนี้ใช้ 3 เซนเตอร์แบ็คเป็นผู้เล่นไทยทั้งหมดนำโดย กรวิทย์ นามวิเศษ , พรรษา เหมวิบูลย์ และ ชิติพัทธ์ แทนกลาง ขณะที่แนวรุกยังมี โคเอลโญ่ ชาช่า และ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต นำทัพ

ส่วนราชันมังกรส่งผู้เล่น 3 รายที่เคยค้าแข้งที่ บุรีรัมย์ ลงสนามไม่ว่าจะเป็น อุกฤษณ์ วงษ์มีมา , ชุติพนธ์ ทองแท้ และ สมปอง สอเหลบ รวมถึง 2 แนวรุกอย่าง อัลฮาร์บี เอล จาเดยาอุย และ มาเชล เอสชอมเบ้

เปิดฉากราชันมังกรครองเกมสู้กับปราสาทสายฟ้าได้อย่างไม่เป็นรอง และนาทีที่ 10 ขึ้นนำก่อน 1-0 ปฐมชัย เสือสกุล เปิดฟรีคิกเข้าเขตโทษ สมปอง สอเหลบ โฉบมาโขกตัดหน้า ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต บอลลอยเสียบเสาสองเข้าไปอย่างเด็ดขาด

นาทีที่ 16 สถานการณ์เจ้าถิ่น ปราสาทสายฟ้า แย่ลงไปอีกเมื่อ ราชันมังกร หนีห่างเป็น 2-0 เควิน ดีรมรัมย์ เปิดเตะมุมเข้าเขตโทษ ก่อนบอลลอยออกมาเข้าทาง ทาคาฟูชิ อากาโฮชิ ซัดด้วยขวาหน้าเขตโทษเข้าไปไม่เหลือซาก

นาทีที่ 19 แฟนเจ้าถิ่นช็อคหนักไปอีกเมื่อ ราชันมังกร ทิ้งห่างเป็น 3-0 มาเชล เอสชอมเบ้ หลุดขึ้นหน้าก่อนโชว์ความเยือกเย็นล็อคหลบ กรวิทย์ นามวิเศษ แล้วแตะหลบ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ยิงเข้าไป และเป็นการซัด 4 นัดติดต่อกัน

อย่างไรก็ตามนาทีที่ 25 ปราสาทสายฟ้า ยังไม่ยอมเมื่อไล่มาเป็น 1-3 นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม รับบอลจาก ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต หลุดไปถึงเส้นหลังฝั่งขวา ก่อนปาดเข้ากลางให้ โคเอลโญ่ ชาช่า ซัดเข้าไปไม่เหลือซาก และเป็นประตูที่ 11 ของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้

หลังจากนั้น ปราสาทสายฟ้า เริ่มตั้งเกมได้ นาทีที่ 30 เกือบได้ประตูที่ 2 บดินทร์ ผาลา เปิดจากเส้นหลังฝั่งซ้ายมาเข้าหัว ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต พยายามโขกให้เสียบเสาไกล แต่ อุกฤษณ์ วงษ์มีมา ยังปิดทิ้งไปได้ ทำให้จบครึ่งแรก ราชันมังกร บุกมานำ 1-3กลับสู่ครึ่งหลัง ปราสาทสายฟ้า ขยับเปลี่ยนตัวทันทีส่ง อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ลงเล่นแทน ชิติพัทธ์ แทนกลาง แล้วปรับแท็คติคมาเล่นระบบแนวรับ 4 ราย

นาทีที่ 60 ปราสาทสายฟ้า เกือบได้ประตูไล่ขึ้นมาอีก ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต พักอกให้ โคเอลโญ่ ชาช่า หลุดไปยิงติดเซฟ อุกฤษณ์ วงษ์มีมา แม้ โก ซุล กิ ตามซ้ำดาบสองแต่เจ้าตัวก็ยังล้มตัวเซฟไว้ได้

ก่อนที่นาทีที่ 63 ปราสาทสายฟ้า ไล่มาสำเร็จ 2-3 จากการยิงของ โคเอลโญ่ ชาช่า นอกจากเป็นประตูที่ 2 ของตัวเอง ยังเป็นประตูที่ 12 ในฤดูกาลนี้ จากนั้น ราชันมังกร เปลี่ยนตัวส่ง รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก ลงมาแทน สมปอง สมเหลบ ทันทีและนาทีที่ 68 สาวกปราสาทสายฟ้าได้เฮกันอย่างสุดเสียงบ้าง เมื่อได้จุดโทษจากจังหวะที่ อุกฤษณ์ วงษ์มีมา ทำฟาวล์ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต พร้อมรับใบเหลือง ก่อนเป็นเจ้าตัวลุกขึ้นมาสังหารไม่พลาด สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 3-3

อย่างไรก็ตามช่วงทดเจ็บ มาเชล เอสชอมเบ้ ซัดประตูชัยให้ ราชันมังกร บุกมาชนะ ปราสาทสายฟ้า 3-4 พร้อมส่งผลให้ บุรีรัมย์ ตามหลัง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เพิ่มเป็น 7 คะแนน

11 ผู้เล่นตัวจริงทั้งสองทีม

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (GK) - พรรษา เหมวิบูลย์ , ชิติพันธ์ แทนกลาง (อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ น.46) , กรวิทย์ นามวิเศษ - นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม , โก ซุล กิ , บดินทร์ ผาลา (ศุภชัย ใจเด็ด น.59) , จักรพันธ์ แก้วพรม , กรกช วิริยอุดมศิริ (ภานุพงศ์ พลซา น.77) - โคเอลโญ่ ชาช่า ,ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต

ใบเหลือง : จักรพันธ์ แก้วพรม (น.54) , โก ซุล กิ (น.65)

ราชบุรี มิตรผล เอฟซี : อุกฤษณ์ วงษ์มีมา (GK) - ศาสนพงษ์ วัฒยุชูติกุล ,อภิวัฒน์ งั่วลำหิน ,เอกลักษณ์ ทองกริต , เควิน ดีรมรัมย์ - ชุติพนธ์ ทองแท้ (นพพล ผลอุดม น.69) , ปฐมชัย เสือสกุล - อัลฮาร์บี เอล จาเดยาอุย (ใหญ่ นิลวงศ์ น.83) , ทาคาฟูชิ อากาโฮชิ , สมปอง สอเหลบ (รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก น.64) - มาเชล เอสชอมเบ้

ใบเหลือง : มาเชล เอสชอมเบ้ (น.23) , เควิน ดีรมรัมย์ (น.41) , ชุติพนธ์ ทองแท้ (น.66) , อุกฤษณ์ วงษ์มีมา (น.66)