จ่าฝูงไม่เปลี่ยนมือ! เรือคันคอเคี้ยวท็อฟฟี่ไม่ลงเจ๊า 1-1

เรือใบสีฟ้า พลาดโอกาสทองในการแซงขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงอย่างน่าเสียดาย หลังทำได้แค่บุกไปเสมอกับเอฟเวอร์ตัน พร้อมกับโดนเชลซีทิ้งห่างไป 2 แต้มแล้ว

โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือเจ้าบ้าน ซึ่งฟอร์มย่ำแย่มาก จนหล่นไปอยู่อันดับ 13 ของตารางพรีเมียร์ลีก ณ เวลานี้ หวังจะล้างแค้นที่เคยพ่ายเรือใบสีฟ้าในเกมแรกของฤดูกาลนี้ให้ได้ ด้านตัวผู้เล่นนำทัพมาโดย แกเร็ธ แบร์รี ที่จะได้ลงดวลกับทีมเก่าอีกครั้ง ส่วนแนวรุกยังฝากความหวังไว้ที่หอกตัวเป้าอย่าง โรเมลู ลูกากู

ด้านทีมเยือนของ มานูเอล เปเยกรินี ได้รับข่าวดีเมื่อสองกำลังสำคัญอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร และ แว็งซองต์ กอมปานี สลัดอาการบาดเจ็บกลับมานั่งอยู่บนม้านั่งสำรอง ขณะที่ 11 คนแรก ยังใช้ สเตฟาน โยเวติช ยืนค้ำเป็นหน้าเป้า คอยทำเกมรุกร่วมกับ เฆซุส นาบาส, ซามีร์ นาสรี และ ดาบิด ซิลบา

เริ่มเกมมาเป็นซิตี้ที่ได้โอกาสทักทายก่อน ในนาทีที่ 9 จากจังหวะที่ ซิลบา กระชากบอลขึ้นมาจากกลางสนาม ก่อนจะจ่ายออกกราบขวาให้ โยเวติช กดด้วยขวาในเขตโทษ แต่บอลพุ่งถากเสาออกไปแบบหวุดหวิด

หลังจากนั้นยังเป็นเรือใบสีฟ้าที่เปิดเกมบุกอย่างหนัก และมีโอกาสลุ้นขึ้นนำอีกครั้ง ในนาทีที่ 32 จากจังหวะที่ นาสรี ได้บอลทางฝั่งขวา แล้วไหลให้ ซิลบา จ่ายต่อให้ โยเวติช ทำท่าหลอกจะตอกส้นก่อนจะพาบอลไปยิงด้วยขวาเอง แต่ลูกพุ่งเหินข้ามคานอย่างน่าเสียดาย

ท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 43 เป็นเอฟเวอร์ตันที่มีโอกาสใกล้เคียงที่สุดในการยิงออกนำ จากจังหวะที่ โคลแมน จ่ายให้ ลูกากู ล็อคหนี ม็องกาลา แล้วแประยะเผาขนด้วยขวา บอลไปติดเซฟ โจ ฮาร์ท ก่อนที่บอลจะไหลมาบริเวณแถวสอง และเป็น แม็คเกียดี้ ที่ถวานพานให้แบ็คขวาชาวไอริชกดด้วยซ้ายเต็มข้อ แต่บอลกลับพุ่งไปชนคานดังสนั่น ทำให้สดท้ายจบ 45 นาทีแรกยังเสมอกันแบบไร้สกอร์ที่ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลังมาได้เพียง 2 นาทีเท่านั้น เป็นท็อฟฟี่เมนที่มีโอกาสทักทายก่อน จากลูกฟรีคิกระยะประมาณ 25 หลาเยื้องมาทางฝั่งซ้ายที่ รอสส์ บาร์คลีย์ ปั่นด้วยขวา แต่บอลโค้งหลุดกรอบออกไปแบมีเสียว ถัดมานาทีที่ 57 เจ้าบ้านมีลุ้นได้ประตูอีกครั้ง จากจังหวะที่ ลูกากู ลากบอลขึ้นมาทางกราบซ้าย ก่อนจะโยกหนี ม็องกาลา แล้วอัดมุมแคบด้วยซ้ายเต็มข้อ แต่ยังโดน ฮาร์ท ซูเปอร์เซฟออกหลังไปได้หวุดหวิด

จากนั้นนาทีที่ 67 ซิตี้ที่เกมบุกยังตื้อ ต้องแก้เกมด้วยการส่งดาวยิงเบอร์หนึ่งของทีมอย่าง "เอล กุน" อเกวโร ลงมาแทน โยเวติช ที่ใช้โอกาสเปลืองมากในเกมนี้ จนกระทั่งนาทีที่ 74 ทีมแชมป์เก่าก็มาปลดล็อคยิงออกนำจนได้ จากจังหวะที่ นาบาส จ่ายเรียดจากสุดเส้นหลังฝั่งขวาให้ ซิลบา ล็อคหาเหลี่ยมแล้วแปด้วยซ้ายข้างถนัดไปแฉลบบล็อคของ จากิลก้า มาเข้าทาง แฟร์นันดินโญ โขกสะบัดจ่อๆตามน้ำเข้าไปง่ายๆ ส่งให้เรือใบสีฟ้าบุกมานำ 1-0

แต่แล้วในอีก 4 นาทีต่อมา เอฟเวอร์ตันก็มาตีเสมอได้แบบทันควัน จากลูกฟรีคิกทางกราบซ้ายที่ เลห์ตัน เบนส์ ครอสเข้าเขตโทษ และเป็น เนย์สมิธ ที่โฉบตัดหน้า ฮาร์ท ก่อนจะโหม่งเช็ดบางๆเข้าไป ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 1-1 หลังจากโดนตีเสมอ ทำให้ทีมเยือนต้องปรับทัพใหม่อีกครั้ง ด้วยการเปลี่ยนตัวสำรองคนที่สองอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ซูเปอร์ซับตัวเก่งของทีมลงมาแทนผู้ทำประตูขึ้นนำอย่าง แฟร์นันดินโญ ในนาทีที่ 82 แต่จอมซูเปอร์ซับอย่าง แลมพาร์ด ก็ไม่สามารถช่วยให้ซิตี้เก็บสามแต้มออกจากถิ่นกูดิสัน ปาร์คไปได้ ทำให้สุดท้ายจบเกมด้วยผลเสมอ 1-1 กอดคอแบ่งกันไปทีมละคะแนน โดยเรือใบสีฟ้ายังรั้งที่ 2 เหมือนเดิม แต่ตามหลังจ่าฝูงอย่างเชลซีซึ่งเตะพร้อมกันแล้วเอาชนะนิวคาสเซิลไปได้ 2-0 เพิ่มเป็น 2 แต้มแล้ว ส่วนเอฟเวอร์ตันขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 12