​จ่าฝูงสะดุด!เซราะกราวปิดเกมไม่ลงเจ๊าโอสถ2-2

ปราสาทสายฟ้าพลาดท่าเก็บชัยชนะทิ้งห่างทีมตามอย่างน่าเสียดายหลังได้ประตูออกนำท้ายเกม 2-1 แต่ท้ายที่สุดกลับถูก อารอน ดา ซิลวา ตัวสำรองซัดประตูให้พลังเอ็มตามเจ๊า 2-2

ศึกไทยพรีเมียร์ลีก นัดที่ 34 เวลา 18.00 น. ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าและจ่าฝูง เปิดบ้านชั่วคราวพบกับ โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี ทีมอันดับ 12 ของตาราง

ปราสาทสายฟ้ายังไม่มี สุเชาว์ นุชนุ่ม และ ประทุม ชูทอง ที่มีอาการบาดเจ็บแต่แนวรุกวาง ฆาเบียร์ ปาติณโญ่ จับคู่แดนหน้ากับ อดิศักดิ์ ไกรษร โดยมี จักรพันธ์ แก้วพรม สวมปลอกกัปตัน และ คาร์เมโล่ กอนซาเลส เป็นตัวทำเกม

ส่วนพลังเอ็มที่ยังไม่การันตีการรอดตกชั้นหมดสิทธิ์ใช้งาน ชนานันท์ ป้อมบุบผา และ อภิภู สุนทรพนาเวศ ที่มีอาการบาดเจ็บเช่นกันและเลือกใช้ วุฒิชัย อะสุชีวะ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าแทน อารอน ดา ซิลวา ที่หลุดเป็นสำรอง

เกมผ่านไปแค่ 11 นาทีปราสาทสายฟ้าเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่ดีนักเมื่อ จักรพันธ์ แก้วพรม จอมทัพคนเก่งมีอาการบาดเจ็บจนต้องเปลี่ยนออกแล้วส่ง เชาว์วัตน์ วีระชาติ ลงเล่นแทน

นาทีที่ 16 ปราสาทสายฟ้าที่ครองบอลบุกเข้าใส่ได้โอกาสลุ้นประตูก่อนจากจังหวะที่ ธีราทร บุญมาทัน เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้ากลางให้ คาร์เมโล่ กอนซาเลส ทะยานโขกข้ามคานออกไป

แต่แล้วนาทีที่ 28 พลังเอ็มที่รอจังหวะโต้กลับเกือบทำช็อคเมื่อ วุฒิชัย อะสุชีวะ ควบบอลหลุดเข้ากรอบเขตโทษก่อนถูก อันเดรส ตูเญซ ตามมากดดันทำให้จังหวะสุดท้ายยิงไม่ถนัดไปติดเซฟ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

และถัดมานาทีที่ 31 พลังเอ็มหวิดพังประตูออกนำก่อนอีกครั้งจากจังหวะที่ ณรงค์ จันทร์เสวก สบโอกาสยิงไกลเฉี่ยวสามเหลี่ยมออกหลังไปอย่างหวุดหวิด

อย่างไรก็ตามนาทีที่ 41 ก็เป็นปราสาทสายฟ้าที่ได้ประตูออกนำก่อน 1-0 จากจังหวะที่ ธีราทร บุญมาทัน เปิดลูกเตะมุมเข้ากลางและเป็น ดาบิด โรเชล่า โขกเข้าไปไม่เหลือซาก

ทว่าแฟนเจ้าถิ่นดีใจได้ไม่นานนาทีที่ 44 พลังเอ็มก็มาได้ประตูตีเสมอเป็น 1-1 จากจังหวะที่ แทงจินี่ ซิเปา ลากบอลมาทางกราบซ้ายแล้วตบเข้ากลางให้ กฤษฎา เก็มเด็น ตัวสำรองซัดเสียบเสาแรกเข้าไปก่อนจบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้

กลับสู่ครึ่งหลังไม่ถึง 5 นาทีปราสาทสายฟ้าได้โอกาสทักทายก่อนเลยจากจังหวะที่ ธีราทร บุญมาทัน ลากเข้ากลางก่อนจ่ายต่อให้ คาร์เมโล่ กอนซาเลส แต่งเข้าขวาแล้วซัดข้ามคานออกไป

นาทีที่ 61 ยังเป็นปราสาทสายฟ้าที่หวิดได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะที่ ดาบิด โรเชล่า ฉีกมารับบอลทางฝั่งขวาก่อนเปิดเข้ากลางให้ คาร์เมโล่ กอนซาเลส ลอยตัวโขกไม่ตรงกรอบ

จากนั้นปราสาทสายฟ้าเป็นฝ่ายบุกขย่มเข้าใส่อย่างหนักและนาทีที่ 68 มาชวดได้ประตูอย่างเหลือเชื่อจากจังหวะที่ ธีราทร บุญมาทัน ปาดเข้ากลางให้ อดิศักดิ์ ไกรษร แหวกแนวรับทีมเยือนเข้าเขตโทษก่อนถูก ฉัตรชัย บุตรพรหม ปัดทิ้งออกหลัง

ท้ายเกมปราสาทสายฟ้าที่บุกเพลินนาทีที่ 73 เกือบถูกทีเด็ดของพลังเอ็มจากเกมโต้กลับเมื่อ ณรงค์ จันทร์เสวก พาบอลหลุดขึ้นมาก่อนจ่ายออกซ้ายให้ แทงจินี่ ซิเปา ก่อนตัดสินใจไม่ดีชิพไปเข้ามือ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

อย่างไรก็ตามปราสาทสายฟ้าที่บุกอย่างหนักในที่สุดนาทีที่ 85 ก็มาได้ประตูออกนำ 2-1 จากจังหวะที่ ธีราทร บุญมาทัน โยนเข้ากลางแนวรับพลังเอ็มสกัดผิดเหลี่ยมมาเข้าทาง ดาบิด โรเชล่า ล้มตัวโขกเข้าไปที่เสาแรก

ทว่าถัดมาไม่ถึง 1 นาทีแฟนบอลปราสาทสายฟ้าก็ต้องช็อคไปอีกครั้งจากจังหวะที่ อารอน ดา ซิลวา จี้บอลเข้ากรอบเขตโทษด้านซ้ายก่อนซัดผ่านมือ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน เข้าไปอย่างเด็ด

เวลาที่เหลือปราสาทสายฟ้าพยายามบุกหวังทำประตูชัยแต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผลสำเร็จจบเกมเสมอกันไป 2-2 แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม

รายชื่อ 11 ผู้เล่นทั้งสองทีม

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (GK) , อันเดรส ตูเญซ , ชิติพัทธ์ แทนกลาง , สุรีย์ สุขะ , ดาบิด โรเชล่า , นิติพงษ์ เสลานนท์ (อนาวิน จูจีน), ธีราทร บุญมาทัน , คาร์เมโล่ กอนซาเลส , จักรพันธ์ แก้วพรม (เชาว์วัฒน์ วีระชาติ) , ฆาเบียร์ ปาติณโญ่ , อดิศักดิ์ ไกรษร

โอสถสภา สระบุรี : ฉัตรชัย บุตรพรหม (GK), เกรียงศักดิ์ ชุมพรผ่อง , โกศวัต ว่องไวลิขิต , คาตาโนะ ฮิโรมิชิ , วิลเลี่ยม โมดิโบ , ณรงค์ จันทร์เสวก , เจษฎา พั่วนะคุณมี , อดิศักดิ์ กานู , แอนโทนี โคเมนัน (อารอม ดา ซิลวา) , แทงจีนี่ ซิเปา , วุฒิชัย อะสุชีวะ (กฤษฎา เก็มเด็น)