จ่าฝูงยาวไป! อิเฮอานาโชซัดนาทีสุดท้าย เรือใบเฉือนพาเลซ 0-1

ทีมจ่าฝูงยังคงเก็บชัยชนะต่อเนื่องตั้งแต่เปิดฤดูกาล ด้วยการบุกไปซิวชัยแบบเฉียดฉิวจาก คริสตัล พาเลซ

เกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษนัดที่ 5 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูงที่นำโด่งอยู่ด้วย 12 คะแนน บุกเยือนเซลเฮิร์สต์ พาร์ค ของคริสตัล พาเลซ ออกสตาร์ทฤดูกาลอย่างสวยหรูและอยู่ในอันดับที่สองของตาราง

เจ้าถิ่นมีตัวเลือกไม่มากนักและยังคงส่งผู้เล่นความหวังอย่าง โยฮัน กาบาย พร้อมด้วยแดนหน้าอย่าง เจสัน พันเชียน, วินฟรีด ซาฮา, ยานนิค โบลาซี และ บาคารี ซาโก

ในขณะที่ทางฝั่งทีมเยือน เลือกใช้งาน เซร์คิโอ อเกวโร จับคู่กับ วิลเฟรด โบนี พร้อมด้วย ยาย่า ตูเร และ แว็งซองต์ กอมปานี ส่วน เควิน เดอ บรุนย์ มีชื่อเป็นตัวสำรอง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายเขี่ยบอลเริ่มเล่น แต่ปราสาทเรือนแก้วเจ้าถิ่นได้ทักทายก่อนจากเกมโต้กลับ บอลยาวออกมาทางขวาถึงยานนิค โบลาซี ลากบอลเข้ากรอบเขตโทษไปยิงเอง แต่บอลไม่ตรงกรอบ

นาทีที่ 2 คริสตัล พาเลซ ได้เตะมุมเป็นครั้งแรก แม้จะเบิกสกอร์ไม่ได้ แต่ยังคงได้บุกกดดันอย่างต่อเนื่องชนิดได้ใจแฟนบอลเจ้าบ้าน

นาทีที่ 4 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำเกมขึ้นมาบ้าง นาบาส ครองบอลอยู่ที่นอกกรอบฝั่งขวา ก่อนเปิดเข้ากลาง วินเฟรด โบนี สะบัดหัวโขกตรงตัว อเล็กซ์ แม็คคาร์ธีย์

นาทีที่ 6 ยานนิค โบลาซี ติดสปีดเข้าหาประตูทีมเยือนอีกครั้งก่อนสับไกยิงมุมแคบ โจ ฮาร์ท เซฟไว้ได้อยู่มือ

ผ่าน 10 นาทีพาเลซยังกดดันทีมเยือนอย่างหนัก ซาฮา เรียกฟรีคิกได้ที่ฝั่งซ้ายนอกกรอบเขตโทษ แนวรับเรือใบเคลียร์ออกมาแต่ยังไม่พ้นอันตราย ซูอาเร ของคริสตัล พาเลซ ได้ลองยิง เฉียดเสาออกไปแบบได้ลุ้น

แมนฯ ซิตี้ ยังคงตั้งเกมไม่ได้ และมีโอกาสได้บุกน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด เกมส่วนใหญ่อยู่ในแดนของทีมเยือน

นาทีที่ 18 เกมต้องชะงักไปเล็กน้อย สก็อตต์ แดนน์ รับใบเหลืองจากการเข้าไปสกัดอันตราย อเกวโร ล้มลงและนอนอยู่กับพื้นสนามราว 2 นาที

กลับมาเล่นต่อได้ไม่ถึง 3 นาที อเกวโร ทดอาการบาดเจ็บไม่ไหวต้องเปลี่ยนตัว เควิน เดอ บรุนย์ ลงมาเล่นแทนในนาทีที่ 25

นาทีที่ 29 พาเลซ ยังเดินหน้าสร้างโอกาสในเกมรุกได้ไม่หยุด เจสัน พันเชียน วางบอลยาวไปถึงหน้ากรอบเขตโทษของทีมเรือใบสีฟ้า แต่ ซาฮา วิ่งตามไปไม่ทัน 

นาทีที่ 32 เรือใบสีฟ้ามีจังหวะใกล้เคียงให้เห็นอีกครั้ง เดอ บรุนย์ ต่อบอลให้ โบนี ยิงติด แม็คคาร์ธีย์ นาสรี เข้ามาซ้ำก็ยังโดนแผงหลังบล็อคไว้ได้

5 นาทีท้ายครึ่งแรก จังหวะของเกมเริ่มช้าลง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เริ่มทำเกมขึ้นมาได้มากขึ้น แต่ยังไม่สามารถกดดันเจ้าถิ่นได้มากนัก

ช่วงทดเวลา ทีมเยือนหวังชิงความได้เปรียบก่อนเสียงนกหวีด เดอ บรุนย์ ได้ลองยิง ไปตรงตัวนายประตูเจ้าถิ่น

ถัดมาเพียงนาทีเดียว พาเลซสวนกลับมาบุก และเกือบจบสกอร์ได้จากบอลโยนทางฝั่งขวา แต่ซาโก้ ยิงหลุดกรอบไปไกล จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 0-0

กลับมาที่ครึ่งหลังช่วงแรกเป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เริ่มตั้งเกมได้ดีขึ้นและครองบอลมากกว่า แต่ยังเจาะเข้าพื้นที่อันตรายไม่ได้

นาทีที่ 49 นาสรี พาบอลไปสุดเส้นหลัง ก่อนเคาะกลับมาให้ โคราลอฟ ยิงยังไม่ตรงกรอบ

นาทีต่อมา พาเลซเล่นเกมโต้กลับมาและมีโอกาสเข้าทำทันที พันเชียน จ่ายต่อให้ โบลาซี ยิงผ่านปากประตูแบบกึ่งผ่าน หลุดเสาสองออกไป

นาทีที่ 50 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลาดโอกาสออกนำอย่างเหลือเชื่อจากเกมโต้กลับเร็ว เดอ บรุนย์ จ่ายให้ นาบาส หลุดเดี่ยวไปดวลกับ แม็คคาร์ธีย์ ก่อนจะล็อคหลบนายทวารเจ้าถิ่นไปแล้ว เหลือแต่ประตูโล่ง แต่ยิงหลุดเสาแรกไปแบบน่าเสียดาย

ครบหนึ่งชั่วโมงยังคงเป็นปราสาทเรือนแก้วที่รูปเกมดีกว่า แต่ทางฝั่งทีมเรือใบสีฟ้าเองก็มีโอกาสบุกได้มากกว่าในครึ่งแรกเล็กน้อย

นาทีที่ 64 แมนฯ ซิตี้ มีโอกาสเข้าทำอย่างเร็ว แฟร์นันดินโญ ทำชิ่งกับ โบนี ก่อนได้สับไกแต่บอลข้ามคาน

สองนาทีถัดมา นาสรี ลองลากมาเองแล้วสับไกบ้างด้วยเท้าซ้าย บอลยังคงข้ามคานไปอีกครั้ง

นาทีที่ 69 คริสตัล พาเลซ เรียกเสียงฮือฮา จากลูกเปิดของ ซูอาเร ลงที่ตำแหน่งของ พันเชียน โหม่งเน้นให้ โจ ฮาร์ท ต้องออกแรงซูเปอร์เซฟ

นาทีที่ 73 แมนฯซิตี้ พยายามหาโอกาสจบสกอร์อีกครั้ง ตูเร ต่อบอลให้ โบนี เตะพักบอลให้ ตูเร วิ่งตามมายิงแต่ยังไม่คมพอบอลหลุดกรอบออกไป

นาทีที่ 76 ตูเร ตัดบอลได้ ก่อนจ่ายให้ โบนี ออกบอลต่อไปทางริมเส้นฝั่งซ้ายให้ เดอ บุรนย์ เปิดลึกเลยหน้าประตูหลุดออกเส้นหลังไปทางเสาไกล

แมนฯซิตี้ ได้ฟรีคิกที่สุดเส้นหลังนอกกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายในนาที 80 บอลชุลมุนอยู่ในเขตโทษก่อนที่จังหวะสุดท้ายเป็น เจสัน พันเชียน ที่ได้บอลเตรียมกระชากไปเล่นเกมรุก เอเลียเควียม ม็องกาลา วิ่งตามมารวบขาจนโดนใบเหลือง และเกมชะงักไปสองสามนาที

ท้ายเกมอึดอัด แต่พาเลซ ซาฮา เปิด ดไวท์ เกย์ล เหยียดขาหวังเปลี่ยนทางบอลแต่สุดเท้าแล้วโดยบอลไม่ดีทำให้ลูกไม่เข้ากรอบ

GOAL!!!! นาทีที่ 90 ทีมเยือนได้ประตูจาก เคเลชิ อิเฮอานาโช ตัวสำรองวัย 18 ที่เพิ่งลงมาไม่ถึงสองนาที

ก่อนเสียงนกหวีด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงกดดันแม้จะนำอยู่ แต่ไม่มีใครทำอะไรเพิ่มเติมได้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ คริสตัล พาเลซ ไปได้ด้วยสกอร์ 0-1