จอห์น เดอร์เดน : เรื่องเป็นแชมป์ ACL ของบุรีรัมย์ไม่ไกลเกินเอื้อม

บุรีรัมย์มีความสุขที่จะได้เป็นตัวแทนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2016 อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้ต้องการเพียงแค่มาแวะเวียนเท่านั้น หากแต่หวังถึงแชมป์ทีเดียว... และนี่คือเรื่องราวจาก จอห์น เดอร์เด้น ทีมงานโฟร์โฟร์ทูของเรา

มหาอำนาจลูกหนังไทยเพิ่งจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เป็นสมัยที่ 4 จาก 5 ปีหลังสุดมาหมาดๆ และตอนนี้พวกเขากำลังมองหาความสำเร็จในระดับทวีป

ซึ่งจากผลการจับสลากถือว่าแข็งเลยทีเดียวเมื่อต้องเจอกับแชมป์ลีกญี่ปุ่นอย่างซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา, เอฟซี โซล แชมป์เอฟเอคัพเกาหลี  และผู้ชนะในเกมเพลย์ออฟระหว่างซานตง ลู่เหนิง กับอเดเลด ยูไนเต็ด ของออสเตรเลีย

"ถ้าเวสเทิร์น ซิดนีย์ วันเดอเรอร์ส สามารถชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกได้ เราก็สามารถทำได้เช่นกัน ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ทั้งนั้น" ทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน ผู้จัดการทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวกับโฟร์โฟร์ทู

"เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นรายการแข่งขันที่เปิดกว้างสำหรับทุกทีม และไม่มีการต้อนตือเหมือนอย่างที่คุณเห็นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ถ้าคุณอยู่ในฟอร์มที่ดีและมีโชคบ้าง ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ได้แชมป์"

แม้จะไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นทีมเต็ง แต่เขาก็มีความรู้สึกว่าการเป็นจ้าวแห่งทวีปที่ใหญ่ที่สุดในโลกไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม

"เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเราที่ได้เป็นตัวแทนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และต้องไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ ซึ่งเรามีความเชือมั่นและแผนการของตัวเองอยู่" ทัดเทพกล่าวเสริม

"เราต้องการจะเป็นหนึ่งในทีมท็อป 5 ของเอเชีย นั่นคือมิสชั่นของเรา เรามีผลงานที่ยอดเยี่ยมในขวบปีหลัง เราได้เรียนรู้และมีประสบการณ์มากขึ้น ถึงระยะทางยังอีกยาวไกล แต่เราก็กำลังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ"

ทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน ผู้จัดการทีมของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันบีอีซี เทโรศาสน คือทีมจากอาเซียนทีมเดียวที่ทะลุเข้าไปถึงรอบชนะเลิศโดยต้องย้อนไปถึงปี 2003 ซึ่งต้องบอกว่าศึกชิงจ้าวสโมสรเอเชียตอนนี้นั้นต่างไปจากเมื่อก่อนมากทีเดียว

โดยกวางโจว เอเวอร์แกรนด์, กัมบะ โอซาก้า และชอนบุก มอเตอร์ส คือ 3 ทีมที่น่าเกรงขามซึ่งรออยู่แล้วในการจับสลากสายตะวันออก

ส่วนซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา ที่เพิ่งคว้าแชมป์เจลีกหนที่ 3 ในรอบ 4 ปีหลังสุดก็กำลังมองหาความสำเร็จระดับทวีปอยู่เช่นกัน 

ขณะที่เอฟซี โซล ก็คือคู่ปรับที่คุ้นหน้าคุ้นตาจากที่เคยปะทะแข้งกันมาในปี 2013 ก่อนที่ทีมจากเกาหลีใต้ทีมนี้จะทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ

และสโมสรจากแดนโสมขาวที่เสียสตาร์ไปหลายรายนับตั้งแต่นั้นก็นับถือฝีเท้าของแข้ง "ปราสาทสายฟ้า" แบบเต็มหัวใจเช่นกัน

"เรารู้ว่าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเป็นงานยากสำหรับเรา" คิม ชอล-ฮวาน ผู้จัดการทีมเอฟซี โซล กล่าว "ฟุตบอลในเอเชียอาคเนย์พัฒนาขึ้นมากและบุรีรัมย์ก็เป็นเต้ยของภูมิภาคนั้น"

"เราจะต้องอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด ซึ่งเรากำลังตั้งตารอความท้าทายนี้อยู่"

ขณะที่เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นทีมตัวแทนจากไทยทีมที่ 2 ในแชมเปี้ยนส์ลีกจะเจอกับยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม ในรอบเพลย์ออฟรอบแรก

ซึ่งหากผ่านทีมแชมป์มาเลเซีย ซูเปอร์ ลีก ได้ก็จะเจอกับของแข็งในการไปเยือนเซี่ยงไฮ้ SIPG ทีมที่เบียดแย่งแชมป์ไชนีส ซูเปอร์ ลีก กับกวางโจวอย่างถึงพริกถึงขิงตลอดฤดูกาล 2015 

อย่างไรก็ตามในตอนนี้เมืองทองไม่มีเวลามองข้ามช็อตถึงการดวลกับลูกทีมของ สเวน โกรัน อีริคส์สัน เพราะการเจอกับยอดทีมจากมาเลย์ก็ท้าทายพออยู่แล้ว

"มันคือเกมสำคัญและเราจะต้องทำให้ดีที่สุดในการเจอกับยะโฮร์" โฆษกเมืองทองกล่าว "มาเลเซียคือคู่รักคู่แค้นของเราและเราก็ต้องการจะเอาชนะ หลังจากนั้นเราค่อยมาโฟกัสกับเซี่ยงไฮ้อีกที"

ขณะที่ทีมที่ 3 จากแดนสยามเมืองยิ้มยังไม่แน่ชัด โดยทีมอันดับ 3 ที่ได้สิทธิ์ไปเล่นเพลย์ออฟจะเจอกับย่างกุ้ง ยูไนเต็ด ก่อนที่ผู้ชนะจะพบกับตัวแทนจากญี่ปุ่นต่อไป

ซึ่ง มยินท์ เธียน ผู้จัดการทีมยักษ์ใหญ่แห่งเมียนมาร์ก็รู้ดีถึงกิตติศัพท์ทีมจากประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา

"ประเทศไทยมีลีกที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในตอนนี้" เขากล่าว "มันทำให้เป็นงานยากมากสำหรับเรา แต่ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ทดสอบตัวเองเช่นกัน"