จีเจโหม่งถวายหัว!! หงส์เปิดรังทุบหม้อหืดขึ้นคอ 1-0

แบ็คขวาจอมบุกชาวอังกฤษกลายเป็นดุจฮีโรให้กับเหล่าเดอะค็อป หลังพุ่งโหม่งประตูชัยแบบไม่คิดชีวิตจนตัวเองหัวแตก ส่งผลให้หงส์แดงคว้าชัยชนะในเกมลีกในรอบ 4 เกมได้สำเร็จ

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือเก้าอี้ร้อนของหงส์แดง ปรับเปลี่ยนผู้เล่นจากนัดที่พลิกพ่าย คริสตัล พาเลซ 3-1 ถึง 4 ตำแหน่ง โดยถอด ฆาบี มานควิโย, เดยาน ลอฟเรน, อดัม ลัลลานา และ สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีมออกไปนั่งพักที่ม้านั่งสำรอง แล้วจัดการส่ง โคโล ตูเร่, โฆเซ เอ็นริเก้, ลูคัส เลวา และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงทำหน้าที่แทน

ด้านทีมเยือนของเทรนเนอร์ มาร์ค ฮิวจ์ส เกมนี้ขนขุมกำลังมาเต็มสูบ นำโดย อัสมีร์ เบโกวิช ( ผู้รักษาประตู ), ไรอัน ชอว์ครอส, สตีฟ ซิดเวลล์, โจนาธาน วอลเตอร์ส, โบยาน เกร์กิช และหน้าเป้าเป็น มาเม่ บิรัม ดิยุฟ
เปิดฉากมาเป็นฝั่งเจ้าถิ่นที่ครองบอลได้เหนือกว่า แต่ยังหาโอกาสหลุดเข้าไปทำประตูเน้นๆไม่ได้เลย
นาทีที่ 20 สโต๊คต้องมาเสียโควต้าเปลี่ยนตัวไปโดยปริยาย เนื่องจาก สตีฟ ซิดเวลล์ กองกลางชาวอังกฤษมีปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ มาร์ค ฮิวจ์ส ตัดสินใจส่ง เกล็นน์ วีแลน ลงทำหน้าที่แทน
จากนั้นทั้งสองทีมก็แทบไม่มีโอกาสลุ้นประตูแบบจะๆเลย ส่งผลให้จบ 45 นาทีแรก ทั้งคู่ยังคงเสมอกันแบบจืดชืด 0-0
เข้าสู่ครึ่งหลังลิเวอร์พูลเดินหน้าบุกเต็มกำลัง และเพียงนาทีที่ 51 พวกเขาก็เกือบได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ ลูคัส เลวา แทงเข้าไปในเขตโทษบอลไปติดขาแนวรับทีมเยือนกระดอนมาเข้าทาง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน วิ่งมากดด้วยขวาเต็มข้อ ส่งบอลพุ่งถากเสาออกหลังไปนิดเดียวเท่านั้น
ถัดมาเพียง 3 นาทีทีมเยือนก็ตอบโต้แบบทันควัน จากจังหวะที่ มาเม่ บิรัม ดิยุฟ ได้โอกาสหลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนแปเน้นๆเต็มข้อบอลพุ่งไปติดบล็อคของ ซิมง มิโญเลต์ ที่ออกมาเซฟไว้ได้แบบหวุดหวิด
จากนั้นในนาทีที่ 60 กลายเป็นฝั่งทีมเยือนที่ได้โอกาสลุ้นประตูแบบใกล้เคียงที่สุดในเกมนี้ จากจังหวะที่ โบยาน เกร์กิช ใช้ความสามารเฉพาะตัวลากจากริมเส้นฝั่งซ้ายตัดเข้าในเขตโทษ ก่อนบรรจงตะบันด้วยขวาเต็มข้อส่งบอลพุ่งไปชนเสาแรกอย่างจัง ก่อนตามซ้ำดาบสองออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย
จากนั้นทั้งคู่ก็เปิดเกมสู้กันอย่างสูสี และในนาทีที่ 81 ทีมเยือนก็พลาดได้ประตูขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดาย จากลูกที่ มาเม่ บิรัม ดิยุฟ ได้โอกาสกลับตัววอลเลย์ด้วยขวาเน้นๆจากระยะไม่ถึง 5 หลา ทว่า ราฮีม สเตอร์ลิง ยังยืนคุมเสาดีใช้ตัวบล็อคออกไปได้อย่างเหลือเชื่อ
และแล้วในนาทีที่ 85 กลายเป็นลิเวอร์พูลที่มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ตั้งป้อมบรรจงเปิดโค้งจากกราบขวาเข้าไปในเขตโทษให้ ริคกี้ แลมเบิร์ต ลอยตัวโขกเน้นๆส่งบอลตกใส่คานก่อนกระดอนมาตรงหน้าปากประตู และเป็น เกล็น จอห์นสัน ที่ทุ่มเทสุดตัวพุ่งโหม่งตอปิโดบกส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 1-0 และจากจังหวะนี้เอง จีเจ ก็ถูกเปลี่ยนตัวออกเนื่องจากหัวแตก
ท้ายๆเกมทีมเยือนเกือบได้ประตูตีเสมอ จากลูกที่ โบยาน เกร์กิช ได้วอลเลย์ด้วยขวาเต็มข้อจากระยะประมาณ 25 หลาบอลพุ่งจะเสียบคานอยู่แล้ว ทว่า ซิมง มิโญเลต์ โชว์ซูเปอร์เซฟฟพุ่งปัดสุดปลายมือส่งบอลออกหลังไป
จบเกมลิเวอร์พูลเปิดบ้านเฉือนชนะสโต๊ค ซิตี้ 1-0 เก็บชัยชนะนัดแรกในรอบ 4 เกมของศึกพรเมียร์ลีก ขยับแซงสโต๊คขึ้นไปอยู่ที่ 11 ของตาราง

Topics