ซาลาห์ซัดฝัง!! วิโอล่าเปิดรังหักคอไก่ 2-0 (3-1) ฉลุย 16 ทีมยูโรป้า

กองหน้าเลือดเบียร์กับตัวยืมจากสิงห์บลู ช่วยกันซัดคนละตุง ช่วยให้ชาวม่วงมหากาฬเปิดบ้านปราบสเปอร์สอยู่หมัด รวมสองนัดชนะไปด้วยสกอร์รวม 3-1 ทะลุสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป

ยูฟ่า ยูโรป้าลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง ที่สนามสตาดิโอ อาร์เตมิโอ ฟรังคี่

(ผลนัดแรกเสมอกันมา 1-1 ฟิออ - โฆเซ บาซานต้า น.36 ; สเปอร์ส - โรแบร์โต้ โซลดาโด้ น.6)

วินเซนโซ มอนเตลลา เฮ้ดโค้ชเจ้าถิ่น จัดทัพชุดใหญ่ใส่เต็มสูบหวังปิดบัญชีทีมจากลอนดอนทันทีในเกมนี้ นำโดย เบโต้ (ผู้รักษาประตูมือสอง), สเตฟาน ซาวิค, ไมกาห์ ริชาร์ดส์, มิลาน บาเดลจ์ และสามประสานแนวรุกเป็น ฆัวกิน ซานเชซ, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ มาริโอ โกเมซ

ด้าน สเปอร์ส ของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน เกมนี้ตัดสินใจพักแข้งหลักหลายรายไว้ที่ซุ้มม้านั่งสำรอง เนื่องจากมีโปรแกรมหนักลงชิงลีกคัพกับ เชลซี ในวันอาทิตย์นี้ โดยแดนหน้ายังเลือกใช้บริการ โรแบร์โต้ โซลดาโด้ ไล่ล่าตาข่ายเช่นเดิม หลังทำได้หนึ่งประตูในเกมแรก พร้อมกับมี คริสเตียน อีริคเซน, เอริค ลาเมลา และ นาเซอร์ ชาดลี คอยเติมเกมสนับสนุน

เริ่มเกมมาได้เพียง 4 นาที กลายเป็นเจ้าถิ่นอย่าง 'ม่วงมหากาฬ' ที่ได้โอกาสทักทายก่อน จากลูกที่ มิลาน บาเดลจ์ กองกลางชาวโครแอตวัย 26 กะรัต ลองกดเลียดด้วยขวาจากระยะประมาณ 25 หลา ส่งบอลไหลผ่านเสาไกลออกหลังไป

จากนั้นในนาทีที่ 28 กลายเป็นทีมเยือนที่มาพลาดโอกาสทองในการได้ประตูขึ้นนำ หลัง โรแบร์โต้ โซลดาโด้ ฉกฉวยโอกาสสอดขึ้นมาจากแถวหลังกลางสนาม ก่อนพาบอลหลุดเดี่ยวเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ เบโต้ ในกรอบเขตโทษ ทว่าดาวยิงชาวสแปนิชดันใจกว้างเลือกป้ายไปทางขวาให้เพื่อนร่วมทีมสั้น จนถูก เบโต้ ล้มตัวตะครุปได้จากเท้า

หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เปิดเกมบุกสู้กันอย่างสูสี แต่ยังหาโอกาสเข้าไปจบสกอร์แบบจะๆไม่ได้เลย ทำให้จบ 45 นาทีแรก ทั้งคู่ยังเสมอกันแบบไร้สกอร์ 0-0 ซึ่งหากจบแบบนี้จะทำให้วิโอล่าผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเนื่องจากนัดแรกบุกตุนอเวย์โกลมาก่อน

เริ่มครึ่งหลังได้ไม่นาน ในนาทีที่ 54 แฟนบอลเจ้าถิ่นก็ได้ลุกขึ้นเฮกันลั่นสตาดิโอ อาร์เตมิโอ ฟรังคี่ หลัง เฟเดริโก้ ฟาซิโอ แนวรับสเปอร์สจ่ายส่งให้เพื่อนสั้น ไปเข้าทาง มิลาน บาเดลจ์ บริเวณกลางสนาม ก่อนเป็น บาเดลจ์ ที่บรรจงไหลทะลุช่องให้ มาริโอ โกเมซ พาบอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนแปด้วยซ้ายสวนตัว อูโก้ โยริส เข้าไปอย่างเฉียบขาด ฟิออฯขึ้นนำ 1-0

ยังเป็นเจ้าถิ่นที่ครองบอลได้มากกว่า และในนาทีที่ 61 พวกเขาก็ได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะที่ ฆัวกิน ซานเชซ โชว์ขยันไปแย่งบอลจากเท้า เอริค ลาเมลา บริเวณกลางสนาม ก่อนจ่ายขึ้นหน้าให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ลากเข้าไปในเขตโทษ แต่จังหวะสุดท้ายดันยิงไปติดเซฟ อูโก้ โยริส อย่างน่าเสียดาย

แต่แล้วนาทีที่ 71 โอกาสเข้ารอบต่อไปของไก่เดือยทองแทบจะจบลงทันที เมื่อโดน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หาจังหวะทำชิ่งกับ มาริโอ โกเมซ ซึ่งบอลเหมือนจะไปเข้าทาง ยาน เฟร์ตองเก้น แล้ว แต่กองหลังทีมชาติเบลเยียมดันชะล่าใจ จนถูก ซาลาห์ โฉบขึ้นมาฉกซัดด้วยซ้ายเข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้ฟิออฯหนีห่างเป็น 2-0

จบเกม ฟิออเรนตินา เปิดบ้านเอาชนะ สเปอร์ส ไป 2-0 รวมผลสองนัดชนะไปด้วยสกอร์รวม 3-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป