ช้างศึกกำลังคึก! กุนซือจอร์แดนชี้ทีมชาติไทยมีกำลังใจมากขึ้นหลังเฉือนซีเรียหวิว

เฮดโค้ชจอร์แดนเชื่อช้างศึกได้กำลังใจเพิ่มขึ้นแม้ต้องลุ้นเหนื่อยกว่าจะผ่านเข้าสู่รอบชิงคิงส์คัพ ยกเป็นแมตซ์ที่ยิ่งใหญ่ในการเผชิญหน้ากัน

อับดุลลอฮ์ อบูเซมา กุนซือทีมชาติจอร์แดน มองว่าเป็นผลดีต่อ ทีมชาติไทย เช่นกันในแง่ของสปิริต แม้ล่าสุดต้องลุ้นกันแบบชนิดบีบหัวใจกว่าจะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ในศึกชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 44 มาพบกับทีมของตนเอง วันพรุ่งนี้ (5 มิ.ย)

จอร์แดนผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศมาแบบไม่ยากเย็นนักหลังเอาชนะยูเออี 3-1 สวนทางกับช้างศึกในฐานะเจ้าภาพที่ต้องลุ้นถึงการดวลจุดโทษก่อนจะชนะซีเรียไปด้วยสกอร์รวม 9-8

"สำหรับเกมเมื่อวานเป็นที่น่าพอใจสำหรับเรา แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดที่จะต้องแก้ไขต่อไป ถือเป็นบทเรียนที่ดีของเราที่ได้มาแข่งในรายการนี้ เรามีความพร้อมพอสมควร เราต้องการเรียบรู้จากข้อผิดพลาดเพื่อนำไปแก้ไข" กุนซือจอร์แดนกล่าวในงานแถลง

"เชื่อว่าทีมชาติไทยจะมีสปิริต และ กำลังใจมากขึ้นจากการชนะซีเรียเมื่อวานนี้ เราเชื่อว่าพวกเขาพร้อมที่จะพบกับเรา ซึ่งช่วงเย็นนี้เราจะซ้อมเล็กน้อยประมาณ 1 ชั่วโมง และไม่อยากให้ใครเข้ามาดู ผมเชื่อว่ามันจะเป็นแมตช์ที่ยิ่งใหญ่ ทั้งสำหรับทีมไทย และ จอร์แดน"

กุนซือจอร์แดนกล่าวต่อ "ทีมไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปมากจากที่ผมเคยเจอสมัยเป็นนักเตะประมาณ 2 ครั้ง ทีมไทยพัฒนาขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงนักเตะหลายคนมีฝีเท้าดี ผมไม่ได้มองที่คนใดคนหนึ่ง แต่ทีมไทยเล่นได้อย่างกลมกลืนและมีความเข้าใจกันสูง ซึ่งเป็นจุดแข็งของทีมไทย"

“ผมต้องขอบคุณสมาคมฟุตบอลไทย ที่จัดการแข่งขันครั้งนี้ได้ดีมาก ผมหวังว่าพรุ่งนี้ สเตเดียม(ราชมังฯ) จะเต็มไปด้วยแฟนบอลและเชียร์กันอย่างสร้างสรรค์ เพื่อจะได้เป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีซึ่งเป็นจุดประสงค์ใหญ่ของการแข่งขันครั้งนี้"

ส่วน มูตาซ ยาซีน กัปตันทีมผู้รักษาประตู ตอบผู้สื่อข่าวเมื่อถูกถามว่าจากที่ได้ดูเกมเมื่อวานนี้ประสบการณ์นักเตะใหม่และเก่าเข้ากันได้ดีแค่ไหนว่า

"นักเตะใหม่กับนักเตะเก่าเราผสมผสานกันได้ดี เราอยู่ร่วมกันมาระยะหนึ่งทำให้เกิดความเข้าใจกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกันพบปะกัน เรามีความเป็นทีม โค้ชของเราได้สร้างทีมใหม่ที่มีประสิทธิภาพทั้งเกมรุกและรับ ทีมใหม่ที่มีความผสมผสานเข้ากันได้เป็นอย่างดี"

สำหรับ ทีมชาติจอร์แดน จะพบกับ ทีมชาติไทย ในศึกคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 รอบชิงชนะเลิศ วันที่ 5 มิถุนายนนี้ เวลา 20.00 น. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน

Topics