​ช้างศึกยุทธหัตถีซดพลังเอ็มไม่ลงก่อนจบเจ๊า 1-1

ทีมจากเมืองเหน่อออกสตาร์ทโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้ไม่ดีนักหลังบุกมาเสมอกับโอสถสภา เอ็ม 150 ไป 1-1 ปิดท้ายเกมลีกสัปดาห์

ศึกโตโยต้า ไทย พรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายประจำสัปดาห์แรก พลังเอ็ม โอสถสภาเปิดบ้านรับการมาเยือนของทัพช้างศึกยุทธหัตถี สุพรรณบุรี

สเตฟานโน คูกูราตัดสินใจส่งสองหัวหอกตัวใหม่ค้ำในแดนหน้าทั้งกาเบรียล โอบาโตลาและชัยณรงค์ ทาทองส่วนแดนกลางเป็นอภิภู สุนทรพนาเวศและแอนโธนี โคเมนัน

ด้านเซร์คิโอ ฟาริอาส เกมนี้ไม่ใส่ชื่อของคาร์เมโล กอนซาเลซ และเป็นโอกาสของสามกองหน้าอย่างเซร์คิโอ ฟาน ไดจ์, อังเดร หลุยส์ ไลเต้และเจ้าคิว ณภัทร ธำรงศุภกร

เริ่มเกมเป็นสุพรรณบุรีที่มาได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ฟาน ไดจ์พักบอลได้ก่อนจ่ายให้จักรพันธ์เลี้ยงเข้ามายิงก่อนจิ้มด้วยขวาบอลหลุดกรอบไปนิดเดียวเท่านั้น

นาทีที่ 16 เป็นโอสถสภาที่มาได้ลุ้นบ้างจากจังหวะที่ชัยณรงค์รับบอลหน้าเขตโทษก่อนพลิกตัวซัดด้วยขวาอนุรักษ์รับกระฉอกออกหลังไป

แต่แล้วนาทีที่ 23 ที่สนามราชมังก็มีประตูจนได้จากจังหวะที่โคเมนันลุยขึ้นมาก่อนจ่ายให้โอบาโตลาทิ่มต่อมาถึงชัยณรงค์ล้มตัววอลเลย์ด้วยขวาแสกหน้าอนุรักษ์เข้าไปช่วยให้พลังเอ็มขึ้นนำ 1-0

สองนาทีต่อมาสุพรรณฯ เกือบมาตีเสมอได้ทันควันจากจังหวะที่พลวัฒน์เติมขึ้นมาทางขวาก่อนเปิดเข้าไปให้จักรพันธ์ได้โขกโล่งๆ แต่บอลหลุดเสาสองออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 35 ฟาริอาสตัดสินใจแก้เกมอย่างรวดเร็วด้วยการส่งทศพล ยอดจันทร์ลงไปเล่นแทนณภัทร ธำรงศุภกรและนาทีต่อมาก็มาได้ลุ้นตีเสมอจากจังหวะที่พลวัฒน์เปิดเข้าไปให้ฟานไดจ์ได้โขกไปติดเซฟฉัตรชัยออกหลังไป

สุพรรณพยายามบุกหนักอย่างต่อเนื่องจากฟรีคิกที่จักรพันธ์และฟาน ไดจ์ได้ปั่นคนละครั้งแต่ฉัตรชัยก็ยังรับไว้ได้ก่อนจบครึ่งแรกพลังเอ็มนำไปก่อน 1-0

เริ่มครึ่งหลังมาไม่ถึงสองนาทีเป็นโอสถที่มาได้ลุ้นจากจังหวะที่โอบาโตล่าไหลให้ชัยณรงค์วิ่งมาซัดด้วยซ้ายแต่อนุรักษ์ยังรับไว้ได้ แต่หลังจากนั้นเจ้าบี้ก็เล่นต่อไม่ไหวและเปลี่ยนเอารัฐพล อัฐวงศ์ลงมาเล่นแทน

แต่แล้วในนาทีที่ 53 สุพรรณก็มาตามตีเสมอจนได้จากจังหวะที่เดชาเปิดฟรีคิกเข้าไปให้มาร์ซิโอ โรซาริโอโถมตัวโขกเข้าไปช่วยให้ทีมเยือนไล่มาเป็น 1-1

นาทีที่ 70 เป็นสุพรรณบุรีได้ลุ้นประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ณัฐพงษ์ทุ่มให้ฟาน ไดจ์โขกต่อมาถึงจักรพันธ์ซัดด้วยขวาบอลไซด์ก้อยหลุดเสาสองออกไป

นาทีที่ 73 เป็นโอสถที่มาได้ลุ้นบ้างจากจังหวะที่โอบาโตลาพาบอลลุยขึ้นมาก่อนจ่ายให้อภิภูแต่งเข้าซ้ายก่อนยิงแต่อนุรักษ์ยังพุ่งไปรับไว้ได้ สองนาทีต่อมาพลังเอ็มเปิดหน้าแลกเต็มที่ด้วยการส่งวสันต์ นาทะสันลงมาเล่นแทนอดิศักดิ์ กานู

แต่นาทีที่ 77 สุพรรณน่ามาได้ประตูพลิกขึ้นนำจากจังหวะที่อังเดร หลุยส์ ลากตัดเข้าในก่อนซัดด้วยขวาบอลกำลังเสียบเสาสองอยู่แล้วแต่อนุรักษ์ยังปัดไว้ได้ และฟาริอาสก็ขยับอีกครั้งด้วยการส่งเจษฎา ภู่เล็กลงมาเล่นแทนทศพล ยอดจันทร์

ช่วงเวลาที่เหลือสุพรรณพยายามบุกอย่างหนักเพื่อทำประตูแซงขึ้นนำให้ได้แต่ก็ไม่สำเร็จจบเกมทั้งคู่แบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้ม

โอสถสภา เอ็ม 150 : ฉัตรชัย บุตรพรม (GK), ดีโอโก้ รังเกล, ธนา ศรีพันดร, เจฟเฟอร์สัน กุสเมา, วันใหม่ เศรษฐนันท์ - เจษฎา พั่วนะคุณมี, แอนโธนี โคเมนัน, อดิศักดิ์ กานู, อภิภู สุนทรพนาเวศ - กาเบรียล โอบาโตลา, ชัยณรงค์ ทาทอง

สุพรรณบุรี เอฟซี : อนุรักษ์ ชมภูพฤกษ์ (GK), พลวัฒน์ วังฆะฮาด, ปรัชญ์ สมัครราษฎร์, มาซิโอ โรซาริโอ, ณัฐพงศ์ สมณะ - จักรพันธ์ พรใส, ลี ซึง ฮี, เดชา สอาดโฉม - เซร์คิโอ ฟาน ไดจ์, อังเดร หลุยส์ ไลเต้, ณภัทร ธำรงศุภกร