ชาริล ชัปปุยส์ : 'ผมรู้แล้วว่าการไม่ได้เล่นฟุตบอลเป็นเวลานานทรมานแค่ไหน'

กองกลางหน้าหยกเผยถึงช่วงเวลาที่ต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บไปนาน และความคาดหวังในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่กำลังจะมาถึง

ค่ำคืนที่หอมหวานในการคว้าแชมป์อาเซียน ที่สนามบูกิต จาริล เมื่อ 2 ปียังเป็นภาพที่คนไทยไม่เคยลืม แม้จะต้องแลกมาด้วยอาการบาดเจ็บยาวนานข้ามปีของ จอมทัพลูกครึ่งไทย-สวิส วันนี้เขาพร้อมแล้วที่จะมารับใช้ชาติพร้อมความฝันในการไปลุยฟุตบอลโลกให้ได้

ฟุตบอลโลก คือฝันที่คนไทยเฝ้ารอมานานแสนนาน…เช่นเดียว ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางทีมชาติไทย ผู้เคยเป็นหนึ่งในผู้เล่นชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ร่วมกับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี 2009 … แม้จะผ่านมาหลายปี เขาเองก็ยังคงฝันและเชื่อว่า สักวันหนึ่งเขากลับไปเล่นเวิลด์คัพอีกครั้ง กับทัพช้างศึก

แม้การรับการใช้ชาติจะทำให้เขาได้รับบาดเจ็บหนักถึง 2 ครั้ง (ครั้งแรก หลังศึกชิงแชมป์โลก ยู-17, ครั้งที่สอง หลังเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014) แต่มันไม่เคยทำให้ความเป็นนักสู้ของเขาลดลงไปอย่างใด ชาริลต้องผ่านความเจ็บปวดมากมายตลอดการรักษา, พักฟื้น จนสามารถกลับลงเล่นฟุตบอลอีกครั้ง ล่าสุดเขาถูกเลือกกลับมาร่วมทีมชาติไทย ลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบ 3 โซนเอเชีย

1 ปี 8 เดือนที่ห่างหายจากทีมชาติ เขาทำอะไร, ความรู้สึกจากที่ทำได้แค่นั่งชมเกมทีมชาติข้างสนาม, เป้าหมายต่อจากนี้ ในการกลับมารับใช้ทีมชาติอีกครั้ง… ของชาริล ชัปปุยส์

ผมมีความสุขและภูมิใจมากที่จะได้กลับมาสวมเสื้อทีมชาติไทย มันยาวนานเหลือเกินสำหรับผม นับตั้งแต่รู้ว่าตัวเองคงต้องพักยาวจากการผ่าตัด เป้าหมายแรกของผม คือการกลับมาลงเล่นฟุตบอลให้ได้อีกครั้ง และเป้าหมายที่สองคือการกลับไปติดทีมชาติ”

“ผมยังคงติดตามทีมชาติไทย ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่ผ่านมา พวกเขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก และผมยินดีที่พวกเรามาไกลถึงรอบนี้  อาการบาดเจ็บที่เข่าทำให้ผมเป็นเพียงแค่ผู้ชม มันไม่ใช่เรื่องที่ทำใจได้ง่ายเลย บางครั้งผมควรจะไปยืนอยู่ตรงจุดนั้นเพื่อช่วยเพื่อนร่วมทีม แต่นั่นก็เป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้ผมพยายามทำงานหนัก เพื่อพาตัวเองกลับมายืนจุดนี้อีกครั้ง”

ชาริล เล่าต่อว่า  “ผมมีสามทัวร์นาเม้นท์ที่มหัศจรรย์กับทีมชาติไทยทั้ง ซีเกมส์, เอเชียนเกมส์ และ ซูซูกิ คัพ ผมรู้จักนักเตะหลายคนในทีมชุดนั้น เรามีอายุและทัศนคติที่ใกล้เคียงกัน ผมคิดถึงการได้อยู่ด้วยกันและลงเล่นร่วมกับเขา พวกเราทุกคนสนิทกันมาก"

ท่ามกลางช่วงเวลาที่กำลังไปได้สวยกับทีมชาติไทย ร่วมกับเพื่อนๆ สภาพร่างกายได้ฟ้องกับตัวเขาว่า ไม่สามารถฝืนเล่นต่อไปอีกแล้ว หลังจากต่อสู้กับอาการเหล่านี้มานาน จนถึงที่วันต้องตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด

“ตอนที่ไม่ได้ลงสนาม มันคือช่วงเวลายากลำบากที่สุดสำหรับนักเตะ ผมรู้ซึ้งแล้วว่า การไม่ได้ลงเล่นฟุตบอลเป็นเวลานานมันทรมานขนาดไหน ผมมุ่งมั่นกว่าเดิมเพื่อที่จะกลับมาให้ได้ ผมซ้อมหนักขึ้น และดูแลหัวเข่าเป็นพิเศษ ผมมั่นใจว่ามันต้องดีขึ้นกว่านี้อีกแน่ แต่คงต้องใช้เวลา”

“การได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้นักฟุตบอลกลับมามีความมั่นใจในการเล่น ผมต้องขอบคุณทั้ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ สุพรรณบุรี เอฟซี ที่ให้ผมได้ลงเล่นตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา รวมถึงโค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เขารู้จักผมเป็นอย่างดี และยังคงเชื่อมั่นในตัวผม นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงมีผลงานดีกับทีมชาติ และสิ่งนี้จะยังไม่เปลี่ยนไป”

นอกจาก สโมสร, สตาฟฟ์โค้ช, เพื่อนร่วมทีม และครอบครัว จะที่มีส่วนช่วยให้เขากลับมาเล่นฟุตบอลได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง กำลังใจจากแฟนบอลก็เป็นอีกหนึ่งสำคัญที่ทำให้ ชาริล ชัปปุยส์ อยากลงไปทำผลงานที่ดีในสนามเพื่อตอบแทนทุกคน ที่ยังคงรักและเคียงข้างเขาตลอดมา

“ผมขอบคุณทุกคนเป็นอย่างมาก แม้ผมจะไม่ได้ลงเล่นมาเป็นเวลานาน แต่พวกเขายังให้การสนับสนุนผม และรอคอยการกลับมาของผม สิ่งนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผมเป็นอย่างมาก มันทำให้ผมไม่คิดยอมแพ้ และอยากกลับมาเล่นฟุตบอลให้ได้เร็วที่สุด พวกคุณทำให้ผมกลับมายืนจุดนี้ได้อีกครั้ง”

“ตอนนี้ผมได้กลับมาสู่ทีมชาติอีกครั้ง ผมรู้ว่าทีมชาติไทยยังไม่เคยได้ไปฟุตบอลโลก แต่ผมเชื่อพวกเราจะสร้างประวัติศาสตร์นี้ได้  มันไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอก แม้เราต้องเจอกับคู่แข่งที่ดีๆ หลายทีม แต่พวกเราก็เป็นทีมที่ดีเช่นกัน ดังนั้นทุกอย่างเป็นไปได้ นักฟุตบอลทุกคนต้องมีความเชื่อและวางเป้าหมาย ซึ่งเป้าหมายที่พวกเราจะต้องไปให้ได้ก็คือ ฟุตบอลโลก”

“ผมหวังว่าแฟนบอลจะเข้าใจและไม่คาดหวังที่จะเห็นผมทำประตูมากมาย แต่สิ่งที่ผมสามารถสัญญาได้เลย คือทุกนัดที่ผมลงรับใช้ทีมชาติไทย ผมจะทุ่มเทเกินร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน”