ชำระแค้น! ผีไล่กดจิ้งจอกสยามสบาย 3-1 ขึ้นที่ 3 ชั่วคราว

ขุนพลปีศาจแดง ล้างแค้นจากที่เคยบุกไปแพ้ถึง 3-5 ได้สำเร็จ ด้วยการเปิดบ้านอัดทีมบ๊วยไปแบบไม่ยากเย็น พร้อมกับแซงเซาแธมป์ตันขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ชั่วคราวด้วย

หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือเจ้าบ้าน พกความแค้นมาเต็มอก หลังเคยบุกไปพ่ายคารังคิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ของทัพจิ้งจอกสยามถึง 3-5 จึงหวังจะล้างอายให้ได้ โดยเลือกใช้แผน 4-4-2 พร้อมกับให้โอกาส อัดนาน ยานาไซ ลงทำเกมทางริมเส้นร่วมกับ อังเคล ดิ มาเรีย ส่วนหน้าคู่เป็น ราดาเมล ฟัลเกา และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี

ด้านทีมเยือนของ ไนเจล เพียร์สัน ต้องการสามแต้มเป็นอย่างยิ่ง หลังยังจมอยู่อันดับสุดท้าย เสี่ยงต่อการตกชั้นเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งก็ยังคงฝากความหวังในการเจาะตาข่ายปีศาจแดงไว้ที่ เลโอนาร์โด้ อูญัว และ เจมี วาร์ดี้ สองตัวทีเด็ดจากนัดแรกที่พบกันเหมือนเดิม

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้แด่เหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่มิวนิคเมื่อปี 1958 ซึ่งจะครบรอบ 57 ปีในอีก 6 วันข้างหน้านี้ นักเตะทั้งสองทีมจึงร่วมกันสวมใส่ปลอกแขนสีดำ เพื่อระลึกถึงทุกดวงวิญญาณผู้ล่วงลับในวันนั้นด้วย

เปิดฉากครึ่งแรกมาเป็นยูไนเต็ดที่ครองเกมบุกได้ดีกว่า จนกระทั่งนาทีที่ 27 ก็มาพังประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากการประสานงานของสองนักเตะทีมชาติฮอลแลนด์อย่าง ดาลีย์ บลินด์ ที่ตัดบอลจากแดนกลางมาได้ ก่อนจะวางยาวข้ามแนวรับเลสเตอร์ให้ ฟาน เพอร์ซี หลุดกับดักล้ำหน้าก่อนจะล้มตัวยิงด้วยขวาข้างไม่ถนัดผ่านมือ มาร์ค ชวาร์เซอร์ เข้าไป ส่งให้เจ้าบ้านออกนำ 1-0

ถัดมาแค่ 5 นาทีเท่านั้น ปีศาจแดงก็มาบวกลูกสองเพิ่มอีกได้อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ ฟาน เพอร์ซี ลากบอลมาจากกลางสนามก่อนจะจ่ายเข้าเขตโทษให้ ดิ มาเรีย ซัดด้วยซ้ายไปติดเซฟของ ชวาร์เซอร์ มาเข้าทาง ฟัลเกา ล้มตัวซ้ำเข้าไป ช่วยให้ยูไนเต็ดหนีห่างเป็น 2-0

ท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 44 เจ้าบ้านมาได้ประตูที่สามเพิ่มอีกแบบโชคช่วยเล็กๆ จากลูกเตะมุมฝั่งซ้ายที่ รูนีย์ เปิดยัดเข้าเสารแกให้ บลินด์ โขกสะบัดไปโดน เวส มอร์แกน กองหลังกัปตันทีมจิ้งจอกสยามโหม่งสะกัดผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเองไป ทำให้ปีศาจแดงนำห่างเป็น 3-0 ก่อนจะจบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้

เข้าสู่ครึ่งหลัง ทีมเยือนที่ตามหลังอยู่ถึง 3 ประตู ต้องตัดสินใจแก้เกมทันที ด้วยการส่ง เอสเตบัน กัมบิอัสโซ มิดฟิลด์ชาวอาร์เจนไตน์ อีกหนึ่งตัวแสบจากนัดก่อนที่ทั้งสองทีมพบกัน ลงมาแทน วาร์ดี้ ที่แผลงฤทธิ์ไม่ออก

จากนั้นเกมยังเป็นยูไนเต็ดที่เหนือกว่ามาก และมีโอกาสลุ้นกดประตูที่สี่เพิ่มเติมอีกหลายครั้ง โดยจังหวะที่ใกล้เคียงที่สุดเกิดขึ้นในนาทีที่ 57 จากการซัดไกลด้วยซ้ายข้างถนัดของ ยานาไซ แต่บอลเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว

แต่เลสเตอร์ยังไม่ยอมถอดใจง่ายๆ เมื่อมาตีไข่แตกได้ในช่วงท้ายเกม นาทีที่ 80 จากจังหวะที่ มาร์ค อัลไบรท์ตัน ตัวสำรองอีกราย เปิดจากสุดเส้นหลังฝั่งขวาลึกไปเสาสองให้ มาร์ซิน วาซิเลฟสกี้ ขึ้นโขกเต็มหัว แม้ว่าจะโดน ดาบิด เด เฮอา ใช้ขาขวาพุ่งมาเซฟ แต่ก็หยุดความแรงของลูกไม่อยู่ ทำให้ทีมเยือนไล่มาเป็น 1-3

สุดท้ายจบเกมเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เปิดโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดชำระแค้นได้สำเร็จแบบสบายๆ 3-1 เก็บสามแต้มแซงเซาแธมป์ตันซึ่งมีโปรแกรมแข่งในวันพรุ่งนี้ ขึ้นไปรั้งที่ 3 เป็นการชั่วคราว ส่วนเลสเตอร์ยังจมบ๊วยอยู่เหมือนเดิม