ชำระแค้น! สิงห์จับไก่เชือดคาเวมบลีย์ 2-0 ซิวแชมป์ลีกคัพสมัย 5

เอาคืนจากที่เคยแพ้แบบหมดรูป 3-5 ในเกมเมื่อวันปีใหม่ได้สำเร็จสำหรับเชลซี ด้วยการถอนแค้นเก็บชัยเหนือสเปอร์สแบบนิ่มๆ ผงาดขึ้นครองแชมป์ลีกคัพเป็นครั้งที่ 5 เท่ากับแอสตัน วิลลาแล้ว

ศึกแคปิตอล วัน คัพ 2015 รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ เป็นการพบกันระหว่างสองสโมสรร่วมกรุงลอนดอน นั่นคือ เชลซี กับ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ซึ่งทั้งสองทีมต่างก็เคยคว้าถ้วยนี้มาครองได้ 4 สมัยเท่ากันทั้งคู่ด้วย ทำให้หากใครชนะก็จะสามารถซิวแชมป์สมัยที่ 5 เท่ากับแอสตัน วิลลาทันที

โชเซ มูรินโญ กุนซือมาดยียวนของสิงห์บลูส์ ต้องขาด เนมานยา มาติช กองกลางตัวสำคัญซึ่งติดโทษแบน ทำให้ต้องโยก เคิร์ต ซูมา เซ็นเตอร์ฮาล์ฟดาวรุ่งขึ้นมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับจำเป็น ส่วนในแนวรุกใช้สามประสานในแดนหน้าเป็น เอแด็ง อาซาร์, วิลเลียน และดาวซัลโวประจำทีมอย่าง ดีเอโก้ คอสต้า

ด้านคลับไก่ของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน จัดชุดที่ดีที่สุดลงเล่น เพื่อหวังผงาดครองแชมป์รายการนี้ให้ได้อีกครั้ง นับตั้งแต่ปี 2008 โดยเลือกจัดทัพในระบบ 4-2-3-1 วางเจ้าหนุพายุหมุน แฮร์รี เคน หอกฟอร์มฮ็อตยืนเป็นหน้าเป้า โดยมี นาเซอร์ ชาดลี, แอนดรอส ทาวน์เซนด์ และ คิรสเตียน อีริคเซน สนับสนุนเกมรุกอยู่ข้างหลัง

เริ่มเกมมาได้เพียง 9 นาทีเท่านั้น เป็นสเปอร์สที่เกือบจะพังประตูขึ้นนำได้อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ อีริคเซน ได้ปั่นฟรีคิกด้วยขวาข้างถนัด แต่บอลโค้งไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

ถัดมาอีก 3 นาที เชลซีมีโอกาสบ้าง จากจังหวะที่ คอสต้า กระชากบอลขึ้นมาทางกราบซ้าย ก่อนจะลากตัดเข้ากลางแล้วไหลย้อนมาแถวสองให้ อาซาร์ ปั่นด้วยซ้าย แต่บอลยังไม่ตรงกรอบแต่อย่างใด

หลังจากนั้นเกมเป็นไปอย่างสนุกสูสีสมกับเป็นลอนดอนดาร์บี้แมตช์ จนกระทั่งในนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก เป็นสิงห์บลูส์ที่สามารถพังประตูออกนำได้สำเร็จ จากลูกฟรีคิกทางฝั่งขวาที่ วิลเลียน เปิดเข้าเขตโทษ แนวรับของคลับไก่สะกัดบอลกันไม่ขาด ทำให้บอลมาเข้าทาง จอห์น เทอร์รี ยิงด้วยขวาไปแฉลบ เอริค ดายเออร์ เปลี่ยนทางเข้าประตูไป ทำให้เชลซีขึ้นนำ 1-0 ก่อนจะจบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้

เข้าสู่ครึ่งหลังได้เพียง 4 นาทีเท่านั้น เป็นสิงห์บลูส์ที่เกือบจะบวกลูกสองเพิ่มอีกอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ เชสก์ ฟาเบรกาส ตัดสินใจยิงแบบจักรยานอากาศจากหน้ากรอบเขตโทษ แต่ยังโดน อูโก้ โยริส พุ่งปัดก่อนจะตามไปตะครุบเข้ามือไว้ได้หวุดหวิด

แต่แล้วในนาทีที่ 56 เชลซีก็มากดประตูที่สองจนได้ จากการประสานงานกันของสองคู่ขาอย่าง ฟาเบรกาส ที่จ่ายทะลุช่องเข้าเขตโทษให้ คอสต้า แต่งเข้าซ้ายก่อนจะซัดไปแฉลบ ไคล์ วอลฺคเกอร์ ทำให้เปลี่ยนทางเข้าเสาแรกไป ชนิดที่ โยริส พุ่งหลงไปอีกทางแล้ว ทำให้สิงห์บลูส์หนีห่างเป็น 2-0

จากนั้นนาทีที่ 62 สเปอร์สที่สกอร์ตามหลังอยู่ถึง 2 ประตู ตัดสินใจแก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัวสำรองคนแรกส่ง มุสซา เดมเบเล ลงมาแทน ทาวน์เซนด์ ที่โชว์ฟอร์มลากเลื้อยทางริมเส้นไม่ออก แต่กลับกลายเป็นเชลซีที่เกือบจะบวกลูกสามได้เพิ่มเติมอีก ในนาทีต่อมา จากจังหวะที่ อาซาร์ รับบอลมาจาก วิลเลียน ก่อนจะลองเอี้ยวตัวปั่นด้วยขวาตามสไตล์ถนัด แต่บอลโค้งไม่พอเฉี่ยวเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

สุดท้ายจบเกมเป็นเชลซีที่เอาชนะไปได้ 2-0 ชำระแค้นจากที่เคยพ่ายในชิงชนะเลิศรายการนี้เมื่อปี 2008 รวมถึงที่เคยบุกไปในเกมเมื่อเมื่อวันปีใหม่ที่ผ่านมาแบบหมดรูปถึง 3-5 ได้สำเร็จแบบทบต้นทบดอก พร้อมกับทำสถิติครองแชมป์ลีกคัพสมัยที่ 5 เท่ากับแอสตัน วิลลาเป็นที่เรียบร้อย

Topics