ซัวเรซเบิ้ล! บาร์ซาย้ำแค้นบุกเชือดเรือสิบตัว 2-1

หอกทีมชาติอุรุกวัย กลับมาคืนฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง หลังเหมาคนเดียวสองประตู ช่วยให้อาซูลกรานากุมความได้เปรียบในรอบ 16 สุดท้ายศึกยูซีแอลได้ก่อน

มานูเอล เปเยกรินี กุนซือเจ้าบ้าน หวังล้างแค้นจากที่เคยแพ้ทัพอาซูลกรานาทั้งเหย้าเยือน ในรอบน็อคเอาต์ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปีก่อน โดยเลือกจัดสี่ประสานในแนวรุกเป็นชุดเดิมจากเกมที่แล้วซึ่งเปิดเอติฮัด สเตเดี้ยมถล่มนิวคาสเซิลเละ 5-0 ใช้ เซร์คิโอ อเกวโร จับคู่ในแดนหน้ากับ เอดิน เชโก้ พร้อมกับมี ซามีร์ นาสรี และ ดาบิด ซิลบา คอยสร้างความจี๊ดจ๊าดทางริมเส้น

ด้านทีมเยือนของ หลุยส์ เอ็นริเก้ ที่นัดล่าสุดในเกมลีกพลิกล็อคพ่ายมาลาก้าคาถิ่นคัมป์นู 0-1 หวังล้างอายจกความผิดหวังดังกล่าวให้ได้ โดยเลือกปรับผู้เล่นจากแมตช์นั้น 3 ราย ได้แก่ มาร์ค อังเดร แทร์ สเตเก้น, ฮาเวียร์ มาสเคราโน และ อิวาน ราคิติช ที่โอกาสลงเล่นแทน เคลาดิโอ บราโว, เฌเรมี มาติเยอ และ ราฟินญา อันคันทารา

เริ่มเกมเป็นบาร์ซาที่เปิดฉากบุกเข้าใส่ทันที จนกระทั่งนาทีที่ 16 ก็มาปลดล็อคยิงออกนำจนได้ จากจังหวะที่ ลิโอเนล เมสซี เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวาเข้ากลางให้ ซัวเรซ แม้ว่าดาวยิงชาวอุรุกวัยจะโหม่งวืดในทีแรก แต่บอลยังเป็นใจเมื่อไปโดนตัวของ แว็งซองต์ กอมปานี มาเข้าทางแข้งรายนี้อีกครั้ง ก่อนจะจัดการซัดด้วยซ้ายจ่อๆเข้าไป ส่งให้ทัพอาซูลกรานาบุกมานำ 1-0

จากนั้นยังเป็นทีมเยือนที่ครองเกมได้เหนือกว่าแบบชัดเจน ก่อนจะบวกลูกสองเพิ่มได้อีก ในนาทีที่ 30 จากจังหวะที่ เมสซี ลากแหวกรับวิตี้หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะไหลออกฝั่งซ้ายให้ ฆอร์ดี้ อัลบา แตะบอลไปสุดเส้นหลัง ก่อนจะหักเข้ากลางให้ ซัวเรซ เข้าฮอร์สระยะเผาขนเข้าไป ช่วยให้บาร์ซาหนีห่างเป็น 2-0 ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

เข้าสู่ครึ่งหลัง เรือใบสีฟ้าซึ่งตามหลังอยู่ถึง 2 ลูก แก้เกมมาดี มีโอกาสบุกเข้าใส่แนวรับอาซูลกรานามากขึ้น จนกระทั่งมาตีไข่แตกได้สำเร็จ ในนาทีที่ 69 จากจังหวะที่ แฟร์นันดินโญ ตัวสำรองที่ลงมาแทน นาสรี ซึ่งเล่นไม่ออกก่อนหน้านี้เพียง 7 นาที จ่ายให้ ซิลบา ตอกส้นหยุดบอลต่อให้ กุน อเกวโร ลากหนี เคาร์ด ปิเก้ ที่พยายามพุ่งสไลด์มาบล็อค ก่อนจะซัดด้วยขวาเข้าไปอย่างเด็ดขาด ทำให้เจ้าบ้านไล่มาเป็น 1-2

แต่เหล่าสาวกซิตี้ในเอติฮัด สเตเดี้ยมกลับเริงร่าได้เพียงแปปเดียวเท่านั้น เมื่อทีมรักต้องมาเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน จากจังหวะที่ กาเอล กลิชี ไปยกขาวางใส่หน้าแข้งของ ดาเนียล อัลเวส อย่างน่าเกลียด ทำให้โดนผู้ตัดสินควักใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่แบ็คซ้ายเฟร้นช์แมนออกจากสนามไปทันที

หลังจากได้เปรียบตัวผู้เล่น ทำให้เกมรุกของบาร์ซากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง จนเกือบจะบวกลูกที่สามเพิ่มได้อีก เมื่อมาได้จุดโทษในช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 90+4 จากจังหวะที่ เมสซี โดน พาโบล ซาบาเลต้า สะกัดล้มลงในกรอบ 18 หลา ก่อนที่กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาจะลุกขึ้นมาสังหารด้วยตัวเอง แต่ดันยิงไปติดเซฟของ โจ ฮาร์ท แม้ว่าจะพยายามพุ่งโหม่งซ้ำอีกครั้ง แต่บอลก็หลุดกรอบออกไปแบบน่าผิดหวัง

สุดท้ายจบเกมเป็นบาร์เซโลนาที่บุกมาเอาชนะไปได้แบบสุดระทึก 2-1 กุมความได้เปรียบในรอบ 16 สุดท้ายของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดแรกได้ก่อน โดยนัดสองจะโยกไปเตะที่คัมป์นูบ้าง ในคืนวนัพุธที่ 18 มีนาคมนี้