ชิลีหักเขากระทิง 2-0 ส่งแชมป์เก่ากลับบ้าน

กระทิงดุไม่สามารถสลัดหนีอาถรรพ์แชมป์เก่าได้ หลังต้องตกรอบเป็นทีมที่สองในฟุตบอลโลกครั้งนี้ต่อจากออสเตรเลียหลังพ่ายเป็นนัดที่สองติดต่อกันไม่มีแม้แต่แต้มเดียว

บิเซนเต้ เดล บอสเก้เปลี่ยนแปลงผู้เล่นพอสมควรจากเกมแรกโดยเป็นฆาบี มาร์ติเนซที่ได้ลงมาเป็นกองหลังแทนที่ของเคราร์ด ปิเก้ เช่นเดียวกับเปโดรที่เกมนี้ได้ลงมาแทนชาบี้ เอร์นานเดซ

ด้านฆอร์เก้ ซามเปาลีเกมนี้ยังคงวางผู้เล่นตัวหลักลงสนามกันครบชุดนำโดยอเล็กซิส ซานเชซ, อาร์ตูโร วิดัลและเอดูอาร์โด้ วาร์กัส

เริ่มเกมมาไม่ถึงสองนาทีเต็มเป็นชิลีที่มาได้ลุ้นก่อนจากลูกเตะมุมและเป็นกอนซาโล ยาราที่ได้โขกเต็มศีรษะแต่บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 15 สเปนพลาดโอกาสขึ้นนำไปแบบไม่น่าเชื่อจากจังหวะชุลมุนบริเวณกรอบ 6 หลาและจังหวะสุดท้ายเป็นอลอนโซที่ได้ยิงแต่บราโวยังป้องกันไว้ได้

และนาทีที่ 19 แฟนบอลสเปนก็ต้องตกอยู่ในภวังค์หลังทีมรักต้องตกเป็นฝ่ายตามหลังจากจังหวะที่อรันกิซหลุดไปถึงริ้มเส้นฝั่งขวาก่อนตบกลับมาให้วาร์กัสดึงหลอกกาซิยาสหนึ่งจังหวะก่อนยิงเข้าไปทำให้ชิลีขึ้นนำไปก่อน 1-0

สเปนพยายามบุกอย่างหนักเพื่อหวังจะตีเสมอให้ได้โดยเร็วและมาได้ลุ้นในนาทีที่ 27 จากจังหวะที่ซิลวาพักอดให้คอสต้าวิ่งมาวอลเลย์บอลหลุดเสาแรกออกไปนิดเดียว

กระทิงดุยังเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่องแต่แล้วนาทีที่ 43 พวกเขาก็ต้องมาช็อคต่อเนื่องและเป็นลูกฟรีคิกก่อนที่อเล็กซิสจะปั่นกาซิยาสทุบออกมาเข้าทางอรันกิซซ้ำเสียบตาข่ายเข้าไปทำให้สเปนตกเป็นฝ่ายตามหลัง 0-2 ก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังบิเซนเต้ เดล บอสเก้ตัดสินใจแก้เกมด้วยการส่งโกเก้ลงมาเล่นแทนซาบี อลอนโซและเริ่มครึ่งหลังมา 4 นาทีสเปนพลาดโอกาสตีไข่แตกแบบไม่น่าเชื่อจากจังหวะที่อิเนียสต้าแทงให้คอสต้าหลุดเดี่ยวแต่ยิงไปติดอิสลาออกหลังไป

นาทีที่ 53 สเปนพลาดโอกาสตีไข่แตกแบบไม่น่าเชื่อจากลูกฟรีคิกรามอสยิงไปติดเซฟบราโวมาเข้าทางคอสต้าโอเวอร์เฮดคิกและเป็นบุสเกตส์ที่วิ่งมาแปจ่อๆหลุดกรอบไป

สเปนเดินหน้าบุกอย่างหนักแต่ก็ยังเจาะแนวรับอันแข็งแกร่งของชิลีไม่ได้ทำให้เดล บอสเก้ตัดสินใจส่งตัวสำรองรายที่่สองอย่างเฟร์นานโด ตอร์เรสลงมาเล่นแทนดีเอโก้ คอสต้าในนาทีที่ 64

นาทีที่ 68 สเปนเกือบมาโดยประตูที่สามจากจังหวะที่เมนาเปิดมาถึงเสาสองและเป็นอิสลาที่ได้สไลด์ยิงบอลเดี่ยวแต่ข้ามคานออกไปนิดเดียว

สเปนพยายามบุกอย่างหนักเพื่อหวังจะทำประตูตีไข่แตกให้ได้แต่ก็ยังหาจังหวะอะไรเพิ่มเติมไม่ได้เลยทำให้เดล บอสเก้ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายด้วยการส่งกาซอร์ลาลงมาเล่นแทนกาซอร์ลา

และนาทีที่ 80 กาซอร์ลาก็เกือบจะเป็นซูเปอร์ซับหลังได้ยิงด้วยซ้ายจากหน้ากรอบเขตโทษแต่บราโวยังพุ่งปัดออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด

นาทีที่ 84 สเปนน่ามาได้ประตูตีไข่แตกสุดจากจังหวะที่อิเนียสต้าลองปั่นด้วขวาจากนอกกรอบเขตโทษบอลกำลังมุดเสียบใต้คานอยู่แล้วแต่บราโวยังบินปัดออกไปได้อีก

ช่วงเวลาที่เหลือสเปนยังบุกอย่างหนักแต่ก็ไม่สามารถทำประตูตีไข่แตกได้ก่อนที่ผู้ตัดสินชาวมะกันจะเป่านกหวีดหมดเวลาเป็นชิลีที่เอาชนะไป 2-0 ทำให้แชมป์โลกเมื่อคราวที่แล้วต้องกระเด็นตกรอบไปอย่างรวดเร็ว ส่วนทีมของฆอร์เก้ ซามเปาลีต้องไปสู้เพื่อแย่งอันดับ 1 ของกลุ่มกับฮอลแลนด์ในนัดสุดท้าย

Topics