ชิน แท ยง: การได้เล่นโอลิมปิกของเกาหลีใต้คงไร้ความหมายหากพ่ายญี่ปุ่น

ชิน แท ยง โค้ชทีมชาติเกาหลีใต้รู้ดีว่าความสุขจากการที่ได้ผ่านเข้าไปเล่นโอลิมปิกเกมส์จะหายไป ถ้าทีมของเขาไม่สามารถโค่นคู่รักคู่แค้นอย่างญี่ปุ่นได้ในนัดชิงดำของศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนชิพ ยู-23 ที่โดฮาวันเสาร์นี้

พลพรรค “โสมขาว” จองตั๋วไปเล่นนัดชิงชนะเลิศได้สำเร็จจากการเอาชนะเจ้าภาพกาตาร์ 3-1 ในรอบเซมิไฟนัล ขณะที่ญี่ปุ่นเฉือนอิหร่านได้ทำให้ทั้ง 2 ชาติสามารถคว้าโควตา 2 ใน 3 ที่นั่งของทวีปเอเชียไปเล่นที่บราซิลปลายปีนี้

แต่ขณะที่ทั้ง 2 ชาติได้บรรลุเป้าหมายเบื้องต้นในการผ่านเข้าไปมีส่วนร่วมกับทัวร์นาเม้นต์กีฬาแห่งมวลมนุษยชาติไปเรียบร้อย การเจอกันในนัดชิงของพวกเขาก็ทำให้ได้หวนรำลึกความหลังเมื่อครั้งปะทะแข้งกันที่กรุงลอนดอน ซึ่งเกาหลีใต้เป็นฝ่ายมีชัยเหนือญี่ปุ่นคว้าเหรียญทองแดงไปครองในปี 2012

อย่างไรก็ตาม แท ยง ก็รู้ว่าเกมดังกล่าวมีความหมายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อทีมของเขากำลังเตรียมตัวที่จะห้ำหั่นกับลูกทีมของ มาโกโตะ เทงุราโมริ เพื่อชิงความเป็นจ้าวแห่งทวีปในระดับยู-23

“ปี 2012 ที่ลอนดอน ฟุตบอลเกาหลีได้แสดงให้โลกเห็นแล้วว่ามีความแข็งแกร่งแค่ไหน” เขากล่าว “ที่จริงเราเริ่มแสดงความแข็งแกร่งและสร้างอิทธิพลของฟุตบอลเอเชียมาตั้งแต่ฟุตบอลโลกปี 2002 แต่บางคนก็คิดว่านั่นเป็นเพราะความได้เปรียบที่เล่นในบ้านของเราเอง”

ชิน แท ยง โค้ชทีมชาติเกาหลีใต้

“เราได้แสดงให้เห็นแล้วว่าฟุตบอลเอเชียพัฒนาขึ้น เมื่อญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ทะลุเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศปี 2012 และผมก็พูดได้เต็มปากว่า ฮง เมียง โบ และนักเตะชุดนั้นสุดยอดจริงๆ”

“แต่เวลาผ่านไปแล้ว ซึ่งมันก็เป็นทีมคนละชุดแล้วก็คนละแมตช์กัน ดังนั้นเราต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อที่จะชนะให้ได้ในเกมนี้”

“ในเกาหลีใต้ แฟนๆมีความสุขอย่างมากที่ผ่านเข้าไปเล่นโอลิมปิกก็จริง แต่เราก็ไม่สามารถแพ้ในเกมนี้ได้ และเราก็ต้องการให้แฟนบอลเกาหลีใต้ได้มีความสุข เพราะที่ผ่านมาพวกเขาเจ็บปวดมาเยอะแล้วและเราจะทำให้ดีที่สุด”

โดยศูนย์หน้าของทั้ง 2 ทีมอย่าง ฮวาง ฮี ชาน และ ทาคุมิ มินามิโนะ ได้กลับไปยังเร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ต้นสังกัดในออสเตรเลียแล้ว ขณะที่ มุซาชิ ซูซูกิ หัวหอกทีม “ซามูไรบลู” อีกรายก็มีอันต้องพักเนื่องจากบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตามทั้ง 2 ทีมก็ถือว่ามีขุมกำลังที่แข็งแกร่ง และเทงุราโมริโค้ชทีมชาติญี่ปุ่นก็หวังว่าทั้ง 2 ทีมจะเล่นได้อย่างสุดยอดเพื่อแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งเชิงลูกหนังของทีมจากฝั่งตะวันออกของทวีป

“ผมกำลังตั้งตารอเกมนัดชิงกับสาธารณรัฐเกาหลีอยู่” เทงุราโมริกล่าว “ทั้ง 2 ทีมต่างก็เป็นทีมที่แข็งแกร่งและมาจากเอเชียตะวันออกทั้งคู่ ทั้ง 2 ทีมจะลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศและต่างก็เป็นชาติผู้นำในวงการลูกหนังเอเชียมานานหลายปี”

“เกมนี้จะเป็นเกมที่ยาก เพราะทั้ง 2 ทีมต่างก็ต้องการงัดฟอร์มแบบเวิลด์คลาสออกมา ในโอลิมปิกเกมส์หนล่าสุดทั้ง 2 ชาติต่างก็เข้าถึงรอบ 4 ทีมสุดท้าย แต่ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดที่บราซิลมีอันต้องตกรอบตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม ดังนั้นทั้งเราและสาธารณรัฐเกาหลีจึงพยายามที่จะพัฒนามาตรฐานของฟุตบอลเอเชียให้ดียิ่งขึ้น”

แม้ว่าจะผ่านมา 4 ปีแล้ว แต่ความปราชัยต่อเกาหลีที่ลอนดอนยังคงฝังใจญี่ปุ่นอยู่ ทำให้เทงุราโมริและลูกทีมหวังจะล้างแค้นให้ได้ในวันเสาร์นี้

“เราเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จซึ่งนั่นถือเป็นผลการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ แต่กลับแพ้เกาหลีใต้” เทงุราโมริกล่าว “ซึ่งสื่อในญี่ปุ่นได้ให้ความสนใจกับความพ่ายแพ้นัดนั้นมาก เพราะมันทำให้เราไม่ได้เหรียญ ดังนั้นความแตกต่างระหว่างการได้เหรียญกับไม่ได้จึงส่งผลให้เห็นอย่างชัดเจนเลยทีเดียว”

“นี่คือสิ่งที่เกาหลีใต้สอนเรา ทำให้คนญี่ปุ่นไม่สามารถลืมความปราชัยครั้งนั้นได้เลย แม้ว่าทั้ง 2 ทีมผ่านเข้าไปเล่นโอลิมปิกเกมส์แล้วและที่ญี่ปุ่นก็มีการฉลองใหญ่ด้วย แต่อารมณ์คงจะเปลี่ยนไปเมื่อผลการแข่งขันนัดนี้ออกมา”