ซิโก้ กล่าวหลังช้างศึกรายงานตัว : 'เราจะมีแท็คติกที่ดีแต่ถ้าไม่มีใจเล่น มันคงไปไม่ได้'

ตามที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ดำเนินการส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง “FIFA World Cup 2018 qualification” นั้น

วันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559 เวลา 11.00 น. ที่ห้อง มรกต ชั้น 3 โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ รัชดา ทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่เดินทางมารายงานตัวเพื่อเตรียมเดินทางไปทำการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย นัดที่ 3 และ 4 ที่ประเทศ สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ และ ประเทศอิหร่าน

ภายในงานได้รับเกียรติจาก พล.ต.ท. พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, ขจร เจียรวนนท์ ผู้จัดการทีมชาติไทย และ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ให้การต้อนรับ

หลังการรายงานตัว เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า “เราออกสตาร์ทด้วยการแพ้สองเกม บางคนอาจจะรู้สึกเสียใจกับสองเกมที่ผ่านมา หลายคนอาจจะกังวลว่าเราล้มเหลวไหม พี่ก็ทำงานกับทุกสโมสร ขอความอนุเคราะห์ เราอยากเห็นทีมชาติเราเดินหน้า ทางสโมสรก็ไม่ได้ปิดกั้น สโมสรยินดีที่จะปล่อยตัวพวกเรามา คิดว่านักเตะที่เลือกมาคือนักเตะที่ดีที่สุด ใน 23 คน ผมต้องการใจเป็นอย่างแรก เราจะมีแท็คติกที่ดี แต่ถ้าไม่มีใจอยากจะเล่น มันคงไปไม่ได้”

“เราทุกคนเหนื่อย เราติดตามทุกคนตลอดเวลา แปดเกมที่เหลือเรายังคิดว่าจะเอากี่แต้ม แต่เราต้องลืมมันไป เพราะเคยบอกแล้วว่า จุดแข็งของทีมชาติไทยคือการเล่นโดยไม่มีความกดดัน เราต้องถามตัวเองว่า เราล้มเหลวไหม เรามาไกลแล้ว ไม่มีใครที่เดินทางไกลและอยากล้มเหลว แต่วันนี้เรากำลังไประดับเอเชีย ล้มเหลวคือการเริ่มที่ 1 ใหม่ แต่วันนี้เราไม่ได้เริ่มต้นใหม่ ตอนนี้เรามาเริ่มที่ 6 แล้วเราไม่ได้ล้มเหลว ถ้าเราไปแบบไม่มีใจ เล่นให้จบ ผมไม่อยากให้คิดอย่างนั้น เราต้องทำให้แฟนบอลเห็น ทำให้ทุกคนที่สนับสนุนเรา ไม่ว่าจะเป็นสมาคมฯ ที่ช่วยเหลือเรื่องการเดินทาง เราเห็นแล้วว่าเราสบายตัวขึ้น แต่ผลมันยังไม่ดี เมื่อผลยังไม่ดีเราต้องช่วยกันทำ”

“สโมสรก็กังวลว่ายังต้องล่าแชมป์ อันนั้นเป็นแค่ส่วนประกอบ แต่สิ่งที่เราต้องช่วยกันคือต้องช่วยให้ทีมชาติไทยสู้ในระดับเอเชียได้ แฟนบอลหลายคนให้กำลังใจพวกเรา มีบ่นบ้าง แต่เรารู้อยู่แล้วว่า ความห่าง เราต้องเจอยูเออี หลายคนมองว่าญี่ปุ่น กับ ออสเตรเลีย นอนมา มันไม่ใช่ ยูเออีชนะญี่ปุ่นได้ เราเตรียมตัวพร้อมอย่างดีในเกมกับซาอุฯ หลายคนยังคิดถึงวันนั้น ยูเออี กับ ซาอุฯ ไม่ได้ต่างกัน เรายังมีความหวัง ถ้าเรามีความเชื่อเหมือนกับผม เราก็จะไปต่อ แต่ถ้าเรามองยูเออี ชนะ ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นชนะเรา เรามองว่ายาก มันก็ไปต่อไม่ได้”

“ก่อนหน้านี้เราเจออิรัก เขาเป็นแชมป์เอเชีย เราก็สามารถสู้ได้ เราเสมอทั้งสองนัดที่เจอ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้ แต่การเจอกับอิรักครั้งนี้ก็ไม่ง่าย เพราะเขาก็ไม่ประมาทเรา เขารู้จักทีมชาติไทย เราไม่ได้ไปเที่ยวกัน เรามีเป้าหมายที่จะก้าวข้ามหมายเลข 6 อย่างไร ผมเชื่อว่าทุกคนทำเต็มร้อย”

ด้าน ขจร เจียรวนนท์ ผู้จัดการทีมชาติไทย กล่าวว่า “ทางทีมผู้จัดการก็ได้มีการเตรียมความพร้อม ทั้งเรืองการเดินทาง อาหาร การกิน รวมถึงคราวนี้ที่เรามีอาหารเสริมเป็นโปรตีน รวมถึงสมุนไพรที่จะช่วยให้สภาพร่างกายดีขึ้น ซึ่งตอนนี้เราก็ได้มีการเตรียมความพร้อมที่สุด”

สำหรับ นักฟุตบอลทีมชาติไทย 23 คน มีดังต่อไปนี้
กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
สินทวีชัย หทัยรัตนกุล สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี
ชนินทร์ แซ่เอียะ สโมสรชลบุรี เอฟซี
พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
ทริสตอง สมชาย โด สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
ธีราทร บุญมาทัน สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
อดิศร พรหมรักษ์ สโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
กรวิทย์ นามวิเศษ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ประทุม ชูทอง สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด
อดุล หละโสะ สโมสรชลบุรี เอฟซี
ปกเกล้า อนันต์ สโมสรชลบุรี เอฟซี
ธนบูรณ์ เกษารัตน์ สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
สารัช อยู่เย็น สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
ชนาธิป สรงกระสินธุ์ สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
สรรวัชญ์ เดชมิตร สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด
ชาริล ยานนิส ชัปปุยส์ สโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี
เกริกฤทธ์ิ ทวีกาญจน์ สโมสรชลบุรี เอฟซี
ศราวุฒิ มาสุข สโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี
มงคล ทศไกร สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด
ธีรศิลป์ แดงดา สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
ธนา ชะนะบุตร สโมสรการท่าเรือ เอฟซี
สิโรจน์ ฉัตรทอง สโมสรอุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด

ฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่จะทำการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ที่จะพบกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2559 ที่ มุฮัมมัด บิน ซัยยิด สเตเดียม กรุงอาบูอาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ พบ อิรัก วันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2559 ที่ ปาส สเตเดียม กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน