ซิโก้ : วันนี้เราต้องทิ้งความเจ็บปวดเพื่อไปสร้างรอยยิ้มให้กับแฟนบอลชาวไทย

กุนซือช้างศึกเตรียมเรียกผู้เล่นเสียบแทน สารัช ในเกมฉะญี่ปุ่น แต่จะยังให้เจ้าตัวอยู่ซ้อมกับทีมและโทษแบนจะถูกล้างโดยอัตโนมัติ

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กระตุ้นนักเตะทุกคนว่าต้องลืมความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นหลังจบเกมที่แพ้ ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย 0-1 ในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 กลุ่มบีนัดแรกลง เพื่อกลับไปประเทศบ้านเกิดและสร้างรอยยิ้มให้กับแฟนบอลชาวไทยอีกครั้ง

เกมดังกล่าวช้างศึกมีโอกาสได้จุดโทษก่อนนาทีที่ 20 จากจังหวะที่ ธีรศิลป์ แดงดา ถูกนายด่านซาอุฯ ทำฟาลว์ทว่าผู้ตัดสินกลับให้เพียงฟรีคิกหน้าเขตโทษ ก่อนที่นาทีที่ 81 จะมาเสียจุดโทษและเป็น นาวาฟ อัล-อะบิด สังหารไม่พลาดช่วยให้เจ้าถิ่นเก็บ 3 แต้มไปได้

“หลังจากที่แมตช์แรกผ่านไปเราไม่ได้แต้ม ก็ถือว่าเป็นงานหนักของทีมชาติไทย เราก็วางแผนเดินทางกลับวันนี้ (2 กันยายน) ซึ่งจะเหลือเวลาให้เราฝึกซ้อมสองวัน ก่อนที่จะแข่งกับทีมชาติญี่ปุ่น” ซิโก้ กล่าวเริ่ม

“เกมนี้ก็ถือเป็นงานหนัก เพราะญี่ปุ่นก็แพ้มาเหมือนกับเรา ก็ยิ่งทำให้งานของเรายากขึ้น ภาพโดยรวมญี่ปุ่นจะต้องบุกใส่เราแน่นอน และตอนนี้พวกเขาก็กำลังจะเดินทางถึงเมืองไทยแล้ว และมีเป้าหมายที่จะยิงถล่มใส่ทีมชาติไทย เพื่อสร้างความมั่นใจ”

“เด็กทุกคนเราได้พูดคุยกันแล้ว ว่าให้ลืมความเจ็บปวดเกมแรกไป และมุ่งหน้า ทำหน้าที่ของตัวเองในเกมที่จะพบกับ ทีมชาติญี่ปุ่นซึ่งจะเล่นในบ้านของเรา เรายังเชื่อว่าหากเราเตรียมความพร้อมได้ดี และได้กำลังใจจากแฟนบอลชาวไทย เราก็มีโอกาสสร้างเซอร์ไพรส์ ญี่ปุ่นก็คงจะไม่ได้เจอกับงานที่ง่าย ซึ่งเราก็จะพยายามเล่นตามวิธีของเรา”

“การไม่มีสารัช อยู่เย็น เขาเป็นคนบัญชาเกมแดนกลาง เราก็ต้องปรับเปลี่ยนยุทธวิธี ตอนนี้เรามีประกิต ดีพร้อม, ปกเกล้า อนันต์ และ ชาริล ชัปปุยส์ เดี๋ยวกลับไปอาจจะเรียกกองกลางมาเสริมแต่ต้องเช็คก่อนว่าจะเป็นใคร”

“ญี่ปุ่นเขามีเวลาปรับตัวที่ไทยไม่กี่วัน สภาพอากาศที่ประเทศเขากับประเทศไทยก็แตกต่างกัน เราอยู่ที่ซาอุฯ 47 องศา พอกลับไปเจอ 38-39 เราก็ไม่น่าจะมีปัญหา เราคิดว่ายุทธวิธีในการเล่น สิ่งแวดล้อมเป็นแค่ปัจจัยภายนอก เรามีข้อมูลเขา เรามีสเกาท์ มีวีดีโอเกมการแข่งขัน ข้อมูลญี่ปุ่น ว่าใครจะเป็น 11 ตัวจริงจะเปลี่ยนตัวอย่างไร ซึ่งเรารู้ระบบวิธีการ หากเด็กทุกคนเข้าใจก็จะสามารถต่อกรได้เหมือนกัน”

“สภาพร่างกายถ้าได้พักสัก 48 ชั่วโมงก็ไม่น่าจะมีปัญหา เราก็อยากให้เด็กพักผ่อนเต็มที่ทุกคน ถ้าหากเรารีบเตะ และ รีบกลับ นอนไม่พอจะมีความเหนื่อยล้าสะสม วันนี้เราก็เดินทางไปโดฮา และกลับเมืองไทยก็จะเป็นการพักผ่อนไปในตัว หลังจากไปถึงก็จะให้ลงสระผ่อนคลาย และวางแผนซ้อม 2 ครั้งเพื่อทบทวนวิธีการเล่น”

“ขอบคุณน้องนักฟุตบอลทุกคนที่มีความมุ่งมั่นทุ่มเท เรากำลังยกระดับฟุตบอลไทย หลายคนบอกว่าซาอุดิอาระเบีย เล่นด้อยลง แต่เราต้องมองว่าทีมของเราก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้น วันนี้ผมภูมิใจกับน้องๆ เขาสามารถต่อกรได้ ซึ่งสมัยที่ผมเป็นนักเตะ เราโดน 5-6 ลูกมาตลอด วันนี้น้องๆ ได้พัฒนา แฟนบอลก็ได้เห็น หลังเกมผมก็เสียใจมีน้ำตาคลอบ้าง แต่ผมไม่ได้เสียใจที่เราแพ้ แต่เห็นใจเจ็บปวดแทนน้องๆ เพราะทุกคนเหมือนเล่นอยู่ในกระทะ ซึ่งมีความร้อน ใครไม่ลงไปเล่นไม่รู้หรอก แต่เด็กวิ่ง 90 นาทีไม่มีหมด พอกลับไปทุกคนก็หลั่งน้ำตา ทั้งธีรศิลป์ แดงดา, สารัช อยู่เย็น และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ทุกคนเจ็บปวด”

“แต่วันนี้เราต้องทิ้งความเจ็บปวดเพื่อไปสร้างรอยยิ้มให้กับแฟนบอลชาวไทยในวันที่ 6 กันยายน ผมเองก็ยอมรับว่านอนไม่หลับ คิดถึงเกมที่เกิดขึ้น คิดถึงแผนที่จะเจอกับญี่ปุ่นต่อ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั่นคือฟุตบอล เราอยากให้คนไทยรู้ว่าทุกคนทำการบ้าน วางแผน ไม่ได้นิ่งนอนใจ มาแข่งแค่ให้จบ ตอนนี้ฟุตบอลไทยพัฒนา ทั้งแฟนบอล รวมถึงสมาคมฯ, สปอนเซอร์ วันนี้เรายังเป็นก้าวแรก”

“ถ้าเราได้มาประลองฝีมือกับทีมในอาหรับบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเล็กหรือรุ่นใหญ่ ครึ่งแรกเราอาจจะเกรงๆ แต่ครึ่งหลังทุกคนกล้าโชว์ วันนี้เราไม่กลัวแล้ว”

ทัพช้างศึกจะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ในวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2559 เวลาประมาณ 13.00 น. และจะลงฝึกซ้อมสองครั้งในวันที่ 4 และ 5 กันยายน เพื่อเตรียมทีม พบกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2559 เวลา 19.15 น.