ชิรูด์จอมเคี้ยวท็อฟฟี่!! ปืนเปิดรังฝังเอฟเวอร์ตัน 2-0 ยึดที่สามคืน

เรียกได้ว่าถูกโฉลกกับทีมสีน้ำเงินจากเมอร์ซีย์ไซด์จริงๆ สำหรับดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศส หลังลงหวดกันมาทั้งหมด 4 นัด ยิงได้ 4 ประตู พร้อมพาไอ้ปืนใหญ่ทวงที่สามคืนจากปีศาจแดงเรียบร้อยแล้ว

ศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่ 27 ประจำวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2558 ณ สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ระหว่าง อาร์เซนอล ทีมที่ลุ้นโควต้ายูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก พบกับ เอฟเวอร์ตัน ทีมอันดับ 14 ของตาราง

อาร์แซน เวงเกอร์ เพิ่งพาไอ้ปืนใหญ่เสียหน้าพ่าย โมนาโก ยับ1-3 ในศึกยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก หวังล้างอายด้วยการเก็บสามคะแนนในเกมนี้ให้ได้เพื่อการันตีพื้นที่บอลถ้วยใหญ่ยุโรป โดยตัดสินใจส่ง กาเบรียล เปาลิสต้า ลงประเดิมเป็นตัวจริงในเกมลีกนัดแรกทันทีแทนที่ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟชาวเยอรมันที่ฟอร์มออกทะเลในเกมยุโรป ส่วนนอกนั้นยังใช้ชุดเดิม นำโดย เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเซซ และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์

ด้านทีมเยือนของ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ขนขุมกำลังมาเต็มสูบหวังสามแต้มเต็มพื่อหนีโซนอันตราย นำโดย ทิม โฮเวิร์ด (ผู้รักษาประตู), ฟิล จากีลก้า, แกเร็ธ แบร์รี, เควิน มิราลลาส, รอสส์ บาร์คลีย์ และ โรเมลู ลูกากู ขณะที่ตำแหน่งแบ็คซ้าย ลุค การ์บัตต์ ดาวรุ่งวัย 21 ปียังได้โอกาสลงสนามต่อเนื่อง เนื่องจากตัวจริงอย่าง เลห์ตัน เบนส์ ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ

ช่วงต้นเกมเป็นฝั่งทีมเยือน 'เอฟเวอร์ตัน' ที่ทำเซอร์ไพร์สบุกมาครองบอลได้มากกว่าเจ้าบ้าน ซึ่งต้นตำรับสุดยอดทีมจอมครองบอลแห่งเกาะอังกฤษ โดยมีเปอร์เซ็นครองบอลสูงกว่าอาร์เซนอลถึง 62 - 38 % เลยทีเดียว

กระทั่งนาทีที่ 16 เอฟเวอร์ตันก็เกือบฉวยโอกาสขึ้นนำได้สำเร็จ จากจังหวะที่ กาเบรียล เปาลิสต้า กองหลังชาวบราซิเลี่ยนวัย 24 ปี ชะล่าใจเกินไปจนถูก โรเมลู ลูกากู ฉกหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ทว่าอย่างไรก็ดี ดาบิด ออสปินา ก็ยังปฏิกิริยาไวออกมาตัดบอลออกไปได้แบบทันท่วงที จากนั้นยังเป็นทีมเยือนที่ยังครองบอลได้มากกว่าเล็กน้อย

แต่ว่าในนาทีที่ 26 กลายเป็นเจ้าถิ่นที่มาได้โอกาสลุ้นประตูแบบจะๆ จากจังหวะที่ อเล็กซิส ซานเซซ ตั้งป้อมเปิดจากฝั่งซ้ายเข้ามาหน้าปากประตูให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ โฉบพุ่งโหม่งตัดหน้า จอห์น สโตนส์ ส่งบอลพุ่งถากเสาแรกออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 37 เอฟเวอร์ตันพลาดโอกาสได้ประตูขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อ โรเมลู ลูกากู หัวหอกทีมชาติเบลเยียมหลุดกับดักล้ำหน้ากระชากลุยเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวา และกำลังจะง้างเท้ายิงอยู่แล้ว แต่ถูก กาเบรียล เปาลิสต้า สไลค์สกัดจากเท้าออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม

ถัดมา 2 นาที กองเชียร์เจ้าถิ่นก็ได้ส่งเสียงเฮกันลั่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เมื่อ เมซุต โอซิล เปิดลูกเตะมุมจากฝั่งขวาเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ตวัดแปด้วยขวาเสียบเสาไกล ช่วยให้อาร์เซนอลขึ้นนำ 1-0 พร้อมกับเป็นประตูที่ 4 ที่ ชิรูด์ ยิงเอฟเวอร์ตันได้ในการเจอกันทั้งหมด 4 ครั้งอีกด้วย

จากนั้นในนาทีที่ 43 เจ้าถิ่นเกือบบวกสกอร์เพิ่มได้อีก จากจังหวะที่ ซานติ กาซอร์ลา ล็อคเข้าซ้ายก่อนลากตัดเขากลาง และบรรจงตะบันด้วยซ้ายเต็มข้อ ทว่า ทิม โฮเวิร์ด ยังโชว์ซูเปอร์เซฟกระโดปัดสุดปลายมือออกหลังไป จบ 45 นาทีแรกไอ้ปืนใหญ่ยังรักษาสกอร์นำไว้ได้ 1-0

เริ่มครึ่งหลัง เอฟเวอร์โหมบุกตั้งแต่ต้นเกม และเกือบตามตีเสมอได้สำเร็จ ในนาที่ 65 จากจังหวะที่ รอสส์ บาร์คลีย์ แทงจากริมเส้นฝั่งซ้ายเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ โรเมลู ลูกากู ตวัดยิงตามน้ำด้วยซ้ายเต็มข้อ ทว่าก็ยังไม่ผ่านมือของ ดาบิด ออสปินา ที่โชว์พุ่งปัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด

เกมทำท่าจะจบลงด้วยสกอร์นี้อยู่แล้ว กระทั่งก่อนหมดเวลาหนึ่งนาที (น.89) เจ้าบ้านมาได้ประตูตอกฝาโลง จากจังหวะที่ ดาบิด ออสปินา เปิดบอลโด่งจากประตูตัวเองมาตรงกลางสนามให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ โหม่งเช็ดไปฝั่งซ้ายให้ เมซุต โอซิล เงยหน้าปาดเลียดไปหน้ากรอบเขตโทษให้ โทมัส โรซิชกี ตัวสำรอง จับหนึ่งจังหวะ ก่อนกดด้วยขวาบอลแฉลบขา ฟิล จากีลก้า เปลี่ยนทางเข้าประตูไป

จบเกม อาร์เซนอล เปิดบ้านเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ไป 2-0 สร้างสถิติชนะ 7 นัดติดต่อกันในเกมลีกได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2005 พร้อมเก็บสามคะแนนสำคัญ ขยับแซงหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับไปอยู่ที่ 3 ตามเดิม ส่วน เอฟเวอร์ตัน รั้งที่ 14 ของตารางต่อไป โดยมีแต้มห่างจากโซนตกชั้นเพียง 6 คะแนนเท่านั้น