ชิรูด์เบิ้ล!! ปืนร้อนแรงอัดกระสุนใส่สิงห์แดง 2-0 ฉลุย 8 ทีมเอฟเอคัพ

เส้นทางป้องกันแชมป์สมัยที่ 12 ของไอ้ปืนใหญ่ ยังโรยด้วยกลีบกุหลาบ หลังเปิดรังปราบเดอะ โบโรอยู่หมัด พร้อมตีตั๋วสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเรียบร้อย และเป็นการชนะในบ้านเป็นนัดที่ 9 ติดต่อกัน

อาร์แซน เวงเกอร์ กุนซือไอ้ปืนใหญ่ซึ่งเป็นแชมป์เก่ารายการนี้เมื่อปีที่แล้ว ตัดสินใจส่ง กาเบรียล เปาลิสต้า เซ็นเตอร์ฮาร์ฟตัวใหม่ที่เพิ่งย้ายจาก บียาร์เรอัล ลงประเดิมตัวจริงนัดแรกทันที พร้อมคืนมือหนึ่งให้กับ วอยเชียค เชสนี ส่วนแนวรุกได้ อเล็กซิส ซานเซซ กลับมาเป็นสามประสานคอยสนับสนุน โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ร่วมกับ เมซุต โอซิล และ แดนนี เวลเบ็ค อีกครั้ง

ด้านผู้มาเยือนของ ไอตอร์ การันก้า กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม หลังทำสถิติชนะรวด 6 นัดติดรวมทุกรายการ แถมรอบที่ผ่านมายังเขี่ยรองจ่าฝูงศึกพรีเมียร์ลีกอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตกรอบอีกด้วย โดยเกมนี้ขุมกำลังเต็มสูบ นำโดย โทมัส (ผู้รักษาประตู), อัลเบิร์ต อโดมาห์, กีเก้ และ แพทริค แบมฟอร์ด กองหน้าดาวรุ่งที่ยืมตัวมาจาก เชลซี ซึ่งซัดไปแล้ว 8 ลูกในฤดูกาลนี้

เปิดฉากมาเพียง 4 นาที เจ้าถิ่นได้โอกาสทักทายแบบจะๆ ก่อนเลย จากจังหวะฟรีคิกระยะประมาณ 25 หลาเยื้องมาทางฝั่งขวา และเป็น ซานติ กาซอร์ลา รับหน้าที่ปั่นด้วยซ้าย บอลกำลังจะมุดเสียบเสาแรกอยู่แล้ว แต่ โทมัส ยังโชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งปัดออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด

จากนั้นยังเป็นฝั่งเจ้าบ้านที่ครองบอลบุกอยู่ฝ่ายเดียว คิดเป็นเปอร์เซ็นสูงถึง 75 - 25 เลยทีเดียว กระทั่งนาทีที่ 27 พวกเขาก็มาได้ประตูออกนำจนได้ จากการต่อบอลอันยอดเยี่ยม เริ่มจาก อเล็กซิส ซานเซซ ไหลฝากบอลให้ แดนนี เวลเบ็ค เบิ้ลย้อนหลังคืนให้ ซานติ กาซอร์ลา มองหาช่อง ก่อนจ่ายทะลุเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายโล่งๆให้ คีแรน กิ๊บบ์ส ปาดเลียดเข้ากลางและเป็น โอลิวิเยร์ ชิรูด์ เปิดหน้าเท้าแปด้วยซ้ายเข้าไปไม่เหลือ อาร์เซนอลขึ้นนำ 1-0

เพียง 2 นาทีหลังจากนั้น อาร์เซนอลก็จัดการขยับสกอร์หนีห่างอย่างรวดเร็ว จากจังหวะลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายที่ อเล็กซิส ซานเซซ เปิดโค้งเข้ามาในเขตโทษเสาแรกให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ วิ่งสอดขึ้นมาวอลเลย์ด้วยซ้ายแบบไม่ต้องจับ ส่งบอลพุ่งแสกหน้า โทมัส เข้าประตูไปอย่างเฉียบขาด ช่วยให้อาร์เซนอลหนีห่างเป็น 2-0 พร้อมกับเป็นประตูที่ 9 ของดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสในซีซั่นนี้อีกด้วย

จากนั้นในนาทีที่ 38 โบโร่มาได้โอกาสลุ้นประตูครั้งแรก และครั้งเดียวในช่วงครึ่งแรก จากจังหวะที่ อัลเบิร์ต อโดมาห์ พาบอลจี้เข้าหาเขตโทษ ก่อนสับไกด้วยขวาจากระยะประมาณ 23 หลาเข้าซอง วอยเชียค เชสนี และก็จบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลังมาได้เพียง 3 นาที มาติเยอ ฟลามินี หวิดทำประตูแรกในฤดูาลนี้ จากลูกที่ เมซุต โอซิล ผ่านย้อนเข้ากลางให้ ฟลามินี กดเลียดด้วยขวาจากระยะกว่า 25 หลา บอลพุ่งผ่านเสาประตูฝั่งซ้ายออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 53 อาร์เซนอลเกือบมาได้ประตูที่สาม จากจังหวะที่ อเล็กซิส ซานเซซ ไหลเข้ากลางให้ เมซุต โอซิล แตะเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนยิงยัดเสาแรก แต่ โทมัส ยังยืนอยู่ตรงนั้นพอดิบพอดี ทำให้เจ้าตัวรับเข้าซองได้แบบสบายมือ

ยังเป็นอาร์เซนอลที่ครองบอลบุกอยู่ข้างเดียว และในนาทีที่ 64 พวกเขาก็น่าได้ประตูที่สามจริงๆ จากจังหวะฟรีคิกทางฝั่งซ้ายที่ ซานติ กาซอร์ลา เปิดโค้งด้วยขวาเข้าไปลุ้นในกรอบเขตโทษให้ อเล็กซิส ซานเซซ โขกเต็มศรีษะ ทว่า โทมัส ก็ยังปัดออกหลังไปได้อย่างเหลือเชื่อ

ท้ายเกมนาทีที่ 87 เจ้าบ้านได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง จากการประสานงานของสองตัวสำรอง โทมัส โรซิชกี้ แทงทะลุช่องตัดหลังแนวรับโบโร่ให้ ธีโอ วัลคอตต์ กระชากหลุดเข้าไปแปเลียดด้วยขวา แต่ว่า โทมัส ก็ยังยอดเยี่ยม ล้มตัวปัดบอลออกหลังไป

นาทีสุดท้ายของช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เดอะ โบโร่เกือบได้ประตูตีไข่แตก จากจังหวะกระโดดโขกเต็มศรีษะของ กีเก้ ส่งบอลผ่านมือ วอยเชียค เชสนี ไปแล้ว ทว่าดันพุ่งไปชนเสาอย่างจัง ก่อนกองหลังเจ้าถิ่นจะมารีบเคลียร์ออกจากโซนอันตรายได้ทันท่วงที

จบเกม อาร์เซนอล เปิดบ้านเอาชนะ มิดเดิลสโบรห์ ไป 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายศึกเอฟเอ คัพ อังกฤษ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการจับฉลากประกบคู่กัน ในวันพรุ่งนี้ (16 ก.พ.)