ชิรูด์ควงกาซอร์ลาเบิ้ล!! ปืนคืนฟอร์มดุสาดกระสุนใส่สาลิกายับ 4-1

ดาวยิงชาวเฟรนซ์กับมิดฟิลด์จอมพริ้วทีมชาติสเปนควงกันเหมาคนละ 2 ประตู พาไอ้ปืนใหญ่เปิดรังไล่ถลุง นิวคาสเซิล สบายเกือก แต่ยังคงรั้งที่ 6 ของตารางต่อไป

อาร์แซน เวงเกอร์ นายใหญ่ค่ายปืนโต จัดทัพชุดใหญ่ใส่เต็มสูบ หวังเก็บชัยชนะเพื่อล้างอายความผิดหวังจากนัดที่แล้วที่บุกพ่าย สโต๊ค ซิตี้ 2-3 วาง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ เป็นหน้าเป้าไล่ล่าตาข่าย โดยมี อเล็กซิส ซานเชซ, ซานติ กาซอร์ลา และ แดนนี เวลเบ็ค คอยเติมเกมรุกสนับสนุนอยู่ด้านหลัง

ด้านผู้มาเยือนของกุนซือ อลัน พาร์ดิว เปลี่ยนแปลงผู้เล่นถึง 4 ตำแหน่งจากเกมที่แล้วที่เปิดบ้านหยุดสถิติไร้พ่ายของ เชลซี 2-1 โดยไม่มี สตีเฟน เทย์เลอร์ กับ ร็อบ เอลเลียต ที่ติดโทษแบนกับมีปัญหาอาการบาดเจ็บตามลำดับ รวมถึงถอด มุสซา ซิสโซโก้ กับ เรมี กาเบลลา ออกไปพักที่ข้างสนามแล้วส่ง อัล์นวิค (ผู้รักษาประตู), ไมค์ วิลเลียมสัน, โยฮัน กุฟฟร็อง และ ปาปิสส์ ซิสเซ ลงทำหน้าที่แทน

เริ่มเกมมาได้เพียง 7 นาที เจ้าถิ่นอย่างอาร์เซนอลได้โอกาสลุ้นประตูแบบจะๆก่อนเลย จากจังหวะลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายที่ อเล็กซิส ซานเชซ รับหน้าที่เปิดโค้งเข้ามาในขตโทษให้ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ โหม่งเสยย้อนหลังส่งบอลพุ่งชนคานอย่างจัง

ถัดมาไม่นาน เพียงนาทีที่ 14 เจ้าถิ่นก็มาทำประตูออกนำไปก่อนจนได้ จากจังหวะที่ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ป้ายไปทางริมเส้นฝั่งขวาให้ อเล็กซิส ซานเชซ พาบอลไปสุดเส้นหลัง ก่อนบรรจงโยนโด่งเข้ากลางให้ ชิรูด์ ขึ้นเทคตัวโขกเน้นๆส่งบอลเข้าไปนอนจมก้นตาข่าย ชนิดที่ อัล์นวิค นายทวารนิวคาสเซิลทำได้เพียงแค่เซฟด้วยสายตา อาร์เซนอลขึ้นนำ 1-0

จากนั้นยังเป็นอาร์เซนอลที่ครองบอลบุกแทบจะฝ่ายเดียว และในนาทีที่ 30 พวกเขาก็ได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง จากลูกที่ อเล็กซิส ซานเชซ งัดข้ามหัวแนวรับทีมเยือนเข้าไปในเขตโทษให้ แดนนี เวลเบ็ค วอลเลย์ด้วยขวาแบบไม่ต้องจับ บอลพุ่งถากเสาไกลออกหลังไปแบบได้เสียวเลยทีเดียว

ถัดมา 3 นาทีเป็นฝั่งทีมเยือนอย่างนิวคาสเซิลที่มาได้โอกาสลุ้นประตูบ้าง จากจังหวะลูกฟรีคิกทางกราบขวาที่ แจ็ค โคลแบ็ค รับหน้าที่เปิดโค้งเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ โยฮัน กุฟฟร็อง โหม่งจังหวะแรกไปติดเซฟของ วอยเชียค เชสนี และเป็น ปาปิสส์ ซิสเซ ที่แปซ้ำดาบสองก็ยังถูก เชสนี เซฟไว้ได้อีกครั้ง

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ ทำให้จบ 45 นาทีแรกเจ้าบ้านยังนำอยู่ที่สกอร์ 1-0

เริ่มครึ่งหลังได้ไม่นาน เพียงนาทีที่ 54 อาร์เซนอลก็มาขยับสกอร์หนีห่างเป็น 2-0 จากลูกที่ อเล็กซิส ซานเชซ บรรจงไหลเข้าไปในเขตโทษให้ ซานติ กาซอร์ลา แตะบอลหนี ฟาบริซิโอ โคลอชชินี หนึ่งจังหวะก่อนตามชิพบอลข้ามตัว อัล์นวิค เข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น

ถัดมา 4 นาที เจ้าถิ่นมาบวกประตูที่สามได้สำเร็จ จากลูกที่ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน แทงไปสุดเส้นหลังฝั่งขวาให้ เฮคเตอร์ เบลเลริน เติมขึ้นมาปาดเลียดเข้ากลาง และเป็น โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ชาร์จระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือ อาร์เซนอลทิ้งห่างเป็น 3-0

แต่หลังจากนั้นเพียง 5 นาที ทีมเยือนก็มามีความหวังหลังได้ประตูตีไข่แตก จากจังหวะลูกฟรีคิกทางกราบซ้ายที่ แจ็ค โคลแบ็ค ขาประจำลูกนิ่งรับหน้าที่เปิดโค้งเข้าไปในเขตโทษให้ อโยเซ เปเรซ ล้มตัวโหม่งเช็ด ส่งบอลหนีมือ วอยเชียค เชสนี เสียบเสาไกลเข้าประตูไปอย่างสุดสวย ช่วยให้นิวคาสเซิลไล่มาเป็น 1-3

จากนั้นทั้งคู่ก็เปิดเกมบู๊เข้าใส่กันอย่างสนุก แต่แล้วช่วงก่อนหมดเวลา 1 นาที เจ้าถิ่นมาได้ประตูตอกฝาโลง จากจังหวะที่ ซานติ กาซอร์ลา แทงทะลุช่องเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ แดนนี เวลเบ็ค แตะบอลไปแล้วก่อนถูก พอล ดัมเมตต์ กระแทกล้มลง ทำให้ผู้ตัดสินชี้เป็นลูกจุดโทษทันที และเป็น การ์ซอลา ที่รับหน้าที่สังหารจุดโทษแบบปาเนนก้าเข้าไปอย่างเหนือชั้น

จบเกมอาร์เซนอลเปิดบ้านถล่มนิวคาสเซิลไป 4-1 ยังคงรั้งที่ 6 ของตารางต่อไป โดยมีแต้มตามหลังจ่าฝูงอย่าง เชลซี อยู่ 13 คะแนนด้วยกัน